ไลฟ์สไตล์

มร.สส.ทอดผ้าป่าการศึกษาเพิ่มโอกาสชนเผ่าบนดอย

มร.สส.ทอดผ้าป่าการศึกษาเพิ่มโอกาสชนเผ่าบนดอย

24 พ.ค. 2552

"ถ้าไม่ไปออกค่ายคงไม่รู้ว่าความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของเด็ก และครูบนดอยกับพวกเราคนเมืองหลวงแตกต่างกันมากมาย มีความสุข อิ่มใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่พวกเขา จะหาเวลาไปทำกิจกรรมแบบนี้อีก และอยากจะชวนเพื่อนๆ ไปสัมผัสชีวิตกา

 ตั้มอธิบายความรู้สึกหลังจากที่ได้ไปร่วมกิจกรรมโครงการผ้าป่าเพื่อการศึกษา สมทบกองทุนกูลเกื้อเพื่อการศึกษา ซ่อมแซมอาคาร และห้องเรียน ณ โรงเรียนบ้านทุ่งนาน้อย อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 13-16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 ปัจจุบัน "ตั้ม" หรือ อนิรุตต์  ศิริวิกรมสกุล เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) ก่อนหน้านี้เขากับเพื่อนๆ กว่า 80 คนไปออกค่ายที่ ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านต้นมะม่วง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มาแล้ว ครั้งนี้ ตั้ม และเพื่อนๆ อีก 9 คน ได้รับการชักชวนจาก "อ.เมธี สูตรสุคนธ์"   ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะะวิทยาการจัดการ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้ไปช่วยสอนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนให้แก่อาจารย์ 30 คน จากโรงเรียนบ้านสบแม่รวม อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โรงเรียนบ้านทุ่งนาน้อย และโรงเรียนสองพี่น้อง อ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมทั้งสิ้น 40 คน

 อ.เมธี เล่าว่า การจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาครั้งนี้ เป็นนโยบายโดยตรงของ รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี ดร.รัตนา ปานเรียนแสน อาจารย์ประจำสาขาวิชาแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ชักชวนนักศึกษาชมรมพัฒนาคุณภาพในวัยศึกษาที่ดูแลจำนวนหนึ่ง ไปซ่อมแซมและปรับปรุงห้องเรียนเด็กเล็ก อ.รัตนทิพย์ รัตนชัย ที่ชักชวนนักศึกษาชมรมสุนันทาลัย และนักศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ไปสอนการประกอบคอมพิวเตอร์ และ ดร.วิทยา เมฆขำ ที่ให้นักศึกษาคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ไปปรับปรุงระบบท่อน้ำประปาโรงเรียน 

 การไปทอดผ้าป่าการศึกษาครั้งนี้ ทำให้ "เอ็ม" ณัฐนนท์ สุขเกษม นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ไปสอนน้องๆ ประกอบคอมพิวเตอร์อย่างง่าย รับรู้ถึงความแตกต่างของโอกาสเด็กชาวเขาบนดอยกับในเมืองได้อย่างลึกซึ้ง เด็กบางคนเพิ่งเคยจับคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก เอ็มคิดว่าหากมีโอกาสไปค่ายอีก เขาจะไม่รอช้าที่จะไปถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เขามีให้แก่น้องๆ ที่อยู่ห่างไกลเลย

 เช่นเดียวกับ "นพ" มหรรณพ วงศ์อมรเวช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ชมรมปันน้ำใจ ที่วางท่อน้ำประปาเข้าพื้นที่การเกษตรให้โรงเรียนสองพี่น้อง กับเพื่อน 3 คนท่ามกลางสายฝน เล่าว่าแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ที่ได้ใช้วิชาความรู้ไปวางท่อน้ำประปาให้แก่โรงเรียนเพื่อใช้ในการปลูกพืชผัก ถ้ามีโอกาสก็จะไปอีก เพราะได้ทั้งประสบการณ์แถมยังสนุกอีกด้วย  

 ผอ.โรงเรียนบ้านทุ่งนาน้อย "ธานินทร์ ธราพร" บอกว่าอยากให้นักศึกษากลับมาสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นสูงให้แก่ครูอีก โดยเฉพาะโปรแกรมการตัดต่อภาพ การผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย การทำอี-บุ๊ก จะได้ช่วยให้การเรียนการสอนของครูที่มีอยู่ 18 คนที่มีอยู่ให้มีคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากจำนวนครูที่มีไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน 434 คนส่วนใหญ่เป็นม้ง ซึ่งประมาณ 70% หลังจบ ม.3 เรียนต่อใน ม.ปลาย ที่ ร.ร.เชียงของวิทยาคมที่อยู่ห่างไป 13 กม. หรือวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงราย อยู่ห่าง 142 กม. หรือบางคนก็บวชเรียน

 อย่างไรก็ตาม โรงเรียนแห่งนี้ยังขาดแคลนอาคารสถานที่ ห้องสมุด แทงก์น้ำ ไม่เพียงพอต่อการให้บริการนักเรียน ต้องใช้น้ำประปาจากดอย เครื่องกรองที่มีอยู่ก็ใช้มานาน ครูต้องเอาน้ำขวดจากบ้านมารับประทานที่โรงเรียน เพราะน้ำที่มีต้องกันไว้ให้นักเรียน หากวันไหนน้ำประปาไม่ไหล นักเรียน หรือชาวบ้านที่อยู่ในแถบนั้นต้องเดินไปอาบน้ำที่ลำธารซึ่งห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กม.

   ทั้งนี้ ในแต่ละปีการศึกษา นักศึกษาของ มร.สส.ทุกคน จะต้องสมัครเป็นสมาชิกชมรมของคณะ และชมรมของมหาวิทยาลัย ตามระเบียบของสถาบันที่กำหนดให้นักศึกษาต้องทำกิจกรรมก่อนสำเร็จการศึกษา เพื่อให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่น ก่อนไปเผชิญกับสถานการณ์จริงในการตลาดงาน
 ซึ่ง ตั้ม บอกว่าเขายินดีกลับไปสอนอีก หากมีครูจากทั้ง 3 โรงเรียนติดต่อมา เพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สอนให้บางอย่างต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ เช่น โปรแกรมการตัดต่อรูปภาพ ส่วนโปรแกรมเวิร์ด เอกเซล โฟโตช็อป อี-บุ๊ก นั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะครูส่วนใหญ่ใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว ที่สำคัญ ตั้ม มีความเชื่อส่วนตัวว่า "การทำกิจกรรมไปพร้อมๆ กับการเรียน" จะช่วยให้นักศึกษาจบออกไปเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์นั่นเอง
 
       0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0