
ฟื้น'โอท็อป'สร้างคุณค่าสตรีไทย
เปิดวิสัยทัศน์ : ฟื้น 'โอท็อป' สร้างคุณค่าสตรีไทย กับ 'ม.ล.ปุณฑริก สมิติ' รองอธิบดี กพร. : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
ผลสำรวจสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พบว่า กว่า 70% คุณภาพชีวิตครอบครัวดีขึ้นขึ้นอยู่กับผู้หญิง น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีจากอดีตเมื่อภาพของผู้หญิงถูกมองว่าเป็นช้างเท้าหลัง ไม่มีโอกาสเท่าเทียมผู้ชาย ถูกกดขี่ข่มเหง ทำร้ายร่างกาย และอีกนานัปการ หลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชนพยายามช่วยแก้ปัญหา
ล่าสุด กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดย ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ผู้ขับเคี่ยวต่อสู้กับการพิทักษ์สิทธิสตรีมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการกองประสานการพัฒนาฝีมือแรงงานสตรีและเด็ก" ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "กองส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบการ"
ถึงวันนี้เวลาผ่านไปกว่า 10 ปีแต่ ม.ล.ปุณฑริก ยังคงมุ่งมั่นในการทำงานด้านสตรีต่อไป เธอให้เหตุผลว่า เป็นเวลาช้านานที่ผู้หญิงต้องตกอยู่ใต้อาณัติของผู้ชายที่ไม่เห็นค่า แม้แต่คนในครอบครัวเองก็ตาม ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้ชายเป็นคนหาเงิน ต้องมีอำนาจสูงสุด แต่ถึงวันนี้ภาพเหล่านี้ได้จืดจางลงไป เมื่อความพยายามของหลายองค์กร เช่น กรมพัฒนาสังคมและสวัดิการ สำนักงานเกษตร กรมพัฒนาฝีมือ เป็นต้น และที่สำคัญรัฐบาลที่ผลักดันให้เกิด "โอท็อป" ประจำหมู่บ้าน เพื่อสร้างงาน สร้างเงิน ค้นหาศักยภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจ และที่สำคัญสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้ได้รับโอกาสผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย
ม.ล.ปุณฑริก เล่าว่า งานที่สำคัญไปกว่านั้นคือทำอย่างไรให้สินค้าโอท็อปสามารถต่อยอดและพัฒนาให้เป็นแหล่งรายได้ไม่ใช่เพียงแค่ในชุมชนเท่านั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงรวบรวมเครือข่ายตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันมีเครือข่าย 10 ประเทศอาเซียน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแต่ละประเทศ ร่วมกันทำงาน ในโครงการเครือข่ายการพัฒนาฝีมือแรงงานสตรีอาเซียน : โครงการพัฒนาสตรีเป็นผู้นำด้านการประกอบธุรกิจจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ครั้งที่ 8 โดยการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2555 ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
"แนวการทำงานของเราคือ ชาวบ้านรวมตัวกันได้ประมาณ 25-30 คน หลังจากนั้นให้ประสานมาทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน http://www.dsd.go.th หรือ โทร.0-2245-4035 เพื่อกรมจะจัดหาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอนทักษะ และเติมความรู้ด้านการประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการ แต่ก็ต้องมาดูก่อนว่าในพื้นที่นั้น มีอะไรที่ควรจะนำมาเป็นสินค้าและสามารถพัฒนาต่อยอดได้
แต่ความหวังของเราไม่ได้หวังว่า สินค้าโอท็อปจะต้องขายได้ในระดับประเทศ ดังในระดับอาเซียน ขอเพียงให้คนในชุมชนอยู่ได้ ก็ได้ถือว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่แข่งขันเลย ก็มีกลุ่มผู้ประกอบการที่ใจสู้จริงๆ ก็สามารถต่อยอดสินค้าได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วความหวังอันสูงสุดคือ ได้เห็นสตรีมีงาน มีเงิน มีศักยภาพ พร้อมที่จะยืนอยู่ในประเทศอย่างสง่างาม" ม.ล.ปุณฑริก กล่าว
ม.ล.ปุณฑริก บอกว่า การพัฒนาและสร้างโอกาสให้สตรีในประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งต้องให้สอดรับกับนโยบายด้านการท่องเที่ยว ที่ต้องการสร้างตัวเลขถึง 2 ล้านล้านบาท ซึ่งก็มาดูกันว่าจะต้องพัฒนาอย่างไร แต่ภูมิปัญญาที่ส่งออกในระดับประเทศอย่างเช่น การนวดแผนไทย ยังคงจะพัฒนาต่อไป หรือการเดินลุยไฟที่กำลังจะเลือนหาย กรมจะต้องมีวิธีในการฟื้นกลับมา เพื่อสนองเป้าที่ว่า ภูมิปัญญาสนองการท่องเที่ยว
ทว่า สิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการพัฒนาครั้งนี้คือ การพัฒนาทักษะด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการนำสินค้าโอท็อปของไทยเข้าไปขายในตลาดอาเซียน และจะต้องพัฒนาทักษะด้านไอทีเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า
ภาพอดีตจะถูกลบเลือนหรือไม่ ไม่ใช่เพียงว่าสตรีต้องลุกขึ้นมาเพียงฝ่ายเดียว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพร้อมอุ้มชู ให้การช่วยเหลือ เผื่อท้ายที่สุดสตรีไทยจะได้มีศักยภาพพร้อมก้าวเข้าสู่สตรีอาเซียนอย่างมีคุณภาพต่อไป
---------------------
(เปิดวิสัยทัศน์ : ฟื้น 'โอท็อป' สร้างคุณค่าสตรีไทย กับ 'ม.ล.ปุณฑริก สมิติ' รองอธิบดี กพร. : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)



