ไลฟ์สไตล์

'คุณชายน้อง'แข็งแรงด้วยมวยไทย

'คุณชายน้อง'แข็งแรงด้วยมวยไทย

15 ก.ย. 2555

'คุณชายน้อง'แข็งแรงด้วยมวยไทย : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ ภาพ--อุทรณ์ ศรีพันธ์

                 "ที่จริงมวยไทยมีหลายท่า แต่เวลาชกจริงท่าที่ใช้หลักๆ เลยก็จะเป็นเตะ ต่อย ศอก เข่า ซึ่งการจะออกท่าทางแบบไหน มันขึ้นอยู่ที่จังหวะมากกว่า ผมว่ามวยไทยเป็นศิลปะที่มีเสน่ห์มาก ยิ่งเราเป็นคนไทยการศึกษาศิลปะไทยทำให้เราภาคภูมิใจ เสมือนว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป"

                  จากที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานในรั้วในวัง ได้เห็นเครื่องแบบที่สวยงามตระการในพระราชพิธีต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง บวกกับคุณพ่อสอนให้ยิงปืนตั้งแต่เด็ก ทำให้ "คุณชายน้อง" ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ "ท่านกบ" หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ ยุคล ผู้ล่วงลับ กับ หม่อมอุ่นเรือน ธรรมเสน มีความใฝ่ฝันที่จะรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารเมื่อเติบใหญ่ขึ้น หากแต่โอกาสไม่อำนวยให้เลือกเรียนในสาขาที่ต้องการเพื่อเดินตามฝันได้ในเวลานั้น เขาจึงหันเหตัวเองไปเลือกเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ จนคว้าใบปริญญาจาก อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับมาให้ครอบครัวได้ชื่นใจ

                  แต่กระนั้นคุณชายน้องก็ไม่ยอมละทิ้งความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ เขาตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการทหารอยู่ในสำนักงานตรวจสอบภายใน กองทัพบก ก่อนขอย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยฝ่ายยุทธการและการฝึก สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในยศร้อยโท และเมื่อความฝันเป็นจริงตามที่ตั้งใจจึงส่งเสริมให้เขาเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทว่าสุขภาพร่างกายที่ไม่สู้ดีนักทำให้เขาต้องหาเวลาว่างในการออกกำลังกายเสมอ เพราะเจ้าตัวเชื่อว่าการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น และการออกกำลังที่เขาถนัดที่สุดก็คือการเล่นกีฬา

                  และหนึ่งในกีฬาที่คุณชายน้องยอมรับว่าชื่นชอบและคลุกคลีมานานกว่า 10 ปี ก็คือศิลปะการต่อสู้ของไทยอย่าง "มวยไทย" และวันนี้ทีมงาน "คมชัดลึก" มีโอกาสตามติดไปดูการฝึกซ้อมของคุณชายน้อง กันที่ "แม็กซ์ สปอร์ต ยิม" ย่านวังหิน ด้วยการเชื้อเชิญของเจ้าของค่ายมวย "บิ๊ก" สมยศ ไชยโรจน์รัตน์ เพื่อนสนิทของคุณชายน้อง ที่วันนี้รับอาสาเป็นคู่ซ้อมให้คุณชายน้องด้วย

                  "ยอมรับเลยว่าเป็นคนบ้าออกกำลังกายมากๆ ต้องแบ่งเวลาในการออกกำลังกายทุกวัน ส่วนใหญ่ช่วงพักกลางวันจะไปยิม แล้วกลับมาทำงาน พอช่วงบ่ายแก่ๆ อาจจะไปซ้อมกอล์ฟ หรือเตะฟุตบอลบ้าง ซ้อมมวยไทยบ้าง ผมจะวางตารางไว้หมดเลยว่าวันไหนต้องไปไหนบ้าง อย่างวันนี้มีคิวมาซ้อมมวยไทย ที่จริงผมมาซ้อมที่นี่น่าจะนานกว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ค่ายนี้ยังใช้ชื่อ ส.สุวรรณภักดี พอดีเพื่อนผมเขาเป็นเจ้าของที่นี่ เวลามีนักชกดังๆ ขึ้นชก เพื่อนก็จะพาผมไปดูติดขอบสนามด้วย ทั้งที่ราชดำเนินและลุมพินีผมไปมาหมดแล้ว พอเห็นนักมวยในค่ายหลายคนชกชนะ ไม่ว่าจะเป็นเพชรเอก เพชรอรุณ หรือชาลี ส.สุวรรณภักดี มันเลยเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากลองชกบ้าง จากนั้นเลยซ้อมมาตลอดแต่ก็ไม่ค่อยต่อเนื่อง อย่างช่วงที่ไปเรียนต่างประเทศก็ทิ้งช่วงไปบ้าง เพิ่งจะกลับมาจริงจังเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมานี่เอง" หนุ่มผู้คลั่งไคล้กีฬาเล่าถึงที่มาของการเริ่มต้นกีฬาบนผืนผ้าใบ

                    แต่ถึงแม้จะมีประสบการณ์มานานกว่า 1 ทศวรรษ ได้เรียนรู้การออกท่าทางที่ถูกต้องตามแบบฉบับแม่ไม้มวยไทยทั้ง เตะ ต่อย ศอก เข่า จนเข้าขั้นหลงใหลในศิลปะการต่อสู้แบบไทย กระนั้นเจ้าตัวรีบออกตัวก่อนเลยว่า การซ้อมมวยไทยก็เพื่อการออกกำลังกายเรียกเหงื่อ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ถึงขั้นเปรียบชั้นนักมวยอาชีพแต่อย่างใด เนื่องด้วยไม่ได้ฝึกฝนตั้งแต่เด็กจนเกิดความชำนาญเท่ากับนักชกอาชีพ

                   "ที่จริง มวยไทยมีหลายท่าอย่างที่เราเคยได้ยินมานั่นแหละ แต่เวลาชกจริงท่าที่ใช้หลักๆ เลยก็จะเป็นเตะ ต่อย ศอก เข่า ซึ่งการจะออกท่าทางแบบไหน มันขึ้นอยู่ที่จังหวะมากกว่า ผมว่ามวยไทยเป็นศิลปะที่มีเสน่ห์มาก ยิ่งเราเป็นคนไทยการศึกษาศิลปะไทยทำให้เราภาคภูมิใจ เสมือนว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป ผมเคยพาเพื่อนชาวต่างชาติมาเรียนมวยไทยแล้วเขาเอากลับไปฝึกซ้อมจนเป็นมวย เห็นอย่างนั้นผมยิ่งภูมิใจที่ชาวต่างชาติให้ความสำคัญ เพราะมันจะทำให้ศิลปะการต่อสู้ของเราเผยแพร่ออกไปมาขึ้น ยิ่งเมื่อปีที่แล้วเมื่อบัวขาว ป.ประมุข คว้าแชมป์ไทยไฟท์ ทำให้กระแสของกีฬาประเภทนี้ดีขึ้นมาก และคนไทยหันมาต่อยมวยเพื่อออกกำลังกันมากอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะวัยรุ่นทั้งหญิงและชายก็หันมาซ้อมชกเช่นกัน แต่เท่าที่พูดคุยกันเขาก็ตั้งใจมาออกกำลังกายกันมากกว่าจะเอาดีด้านนี้"  หนุ่มนักชกเล่าด้วยน้ำเสียงเปี่ยมพลัง ขณะเตรียมความพร้อมก่อนลงซ้อมในช่วงเย็น

                  หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเสร็จในชุดทะมัดทะแมง เสื้อยืดแขนสั้นและกางเกงกีฬาขาสั้นพร้อมลุย หนุ่มนักชกแนะนำว่า ก่อนอื่นเลยต้องมีการวอร์มร่างกายก่อน ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัพและวอร์มดาวน์ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในทุกประเภทกีฬา เพราะหากเราไม่ยืดเส้นยืดสายก่อน กล้ามเนื้ออาจฉีกขาดได้ อย่างทุกครั้งที่มาซ้อมมวยที่นี่จะเริ่มวอร์มร่างกายด้วยการวิ่ง ยืดเส้นยืดสาย ตามด้วยกระโดดเชือก ซ้อมต่อยเป้า ชกกระสอบทราย และถึงจะลงนวมกับคู่ซ้อม โดยมีเทรนเนอร์คอยดูอยู่ไม่ห่างสายตา

                 "หลังเลิกงานผมจะมาถึงที่นี่ประมาณ 4-5 โมงเย็น อาทิตย์หนึ่งก็ 2-3 ครั้ง พอมาถึงก็เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทำตามขั้นตอนอย่างที่บอกไป เริ่มตั้งแต่วอร์มร่างกายไปจนถึงลงนวมก็ใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง กว่าจะกลับบ้านก็ประมาณ 2 ทุ่ม เหนื่อยนะแต่ก็สนุกดี ผมว่าออกกำลังกายแบบนี้มันได้เหงื่อเยอะ ทั้งยังเห็นผลเลยว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นจริง สังเกตจากตัวเองได้เลยว่าไม่เจ็บป่วยง่ายเหมือนเมื่อก่อน ที่สำคัญยังสามารถเอาไว้ป้องกันตัวได้ด้วย เพราะเทรนเนอร์เขาบอกว่าผมเตะหนัก(หัวเราะ)" เสียงภาคภูมิใจว่าเล็กๆ จากเจ้าของนวมมือสมัครเล่น ที่แม้จะไม่คิดเอาดีทางด้านนี้ แต่ก็ทุ่มเทเวลาในการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่

                   ก่อนจบการสนทนาคุณชายนักชกยังออกปากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาออกกำลังกาย พร้อมการันตีด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน ก็จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน   

...........................................
('คุณชายน้อง'แข็งแรงด้วยมวยไทย : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ ภาพ--อุทรณ์ ศรีพันธ์)