
บ้านไม่บาน : ศิษย์ อ.ศิลป์
ศิษย์ อ.ศิลป์ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปีพุทธศักราช 2541 มาร่วมเสวนาในรายการโทรทัศน์ “คนรักบ้านกับอาจารย์เชี่ยว” ที่เผยแพร่ออกอากาศทาง “เนชั่น แชนแนล” มาพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งที่เป็นปูชนียบุคคลระดับประเทศที่รู้จักกันดีในหมู่คนรักศิลปะคือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
จากที่ผมได้ศึกษาผลงานของท่านและได้มีโอกาสเสวนากับศาสตราจารย์ประหยัด ซึ่งเป็นศิษย์เอกคนหนึ่งของท่าน ทำให้ผมมีความกังวลในใจลึกๆ ว่าในปัจจุบันดูเหมือนว่า “ศิลปกรรม” ของบ้านเราในแขนงต่างๆ กำลังหลงไปกับ แสง สี เสียง ที่มาพร้อมความ “โมเดิร์นที่ไร้ราก” อีกทั้งในปัจจุบันสังคมไทยกำลังขาดแคลน “ครูศิลปะ” ที่ “รู้ลึก” และ “รู้จริง” อย่างมากใน “ศิลปศาสตร์” แขนงต่างๆ อาทิ จิตรกรรม, ประติมากรรม, สถาปัตยกรรม, วรรณกรรม ฯลฯ ซึ่งศาสตราจารย์ประหยัด ได้กล่าวยกย่องศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ว่าเป็น “ครูศิลป์” ที่มีความสามารถทางด้าน “ศิลปกรรม” ครบถ้วนทุกแขนง
นอกจากนี้ ท่านยังได้นำเอาของดีที่สุดอันเป็น “รากเหง้า” ของ “ตะวันตก” คือศิลปกรรมในยุค “เรอเนซองส์” ถ้าแปลตรงตัว คือ การ “รีบอร์น” หรือ “การเกิดใหม่” หมายถึง การนำเอาศิลปกรรมกรีกโรมันกลับมาฟื้นฟูขึ้นใหม่ ให้เป็น “ศิลปกรรมร่วมสมัย” ที่มีความศิวิไลซ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้สอนให้คนไทยเราต้องรู้จัก “ของดีมีอยู่” อันเป็น “รากเหง้า” ของ “ศิลปกรรมไทย” ให้ดีเสียก่อนที่จะไปรู้จักอย่างอื่น เปรียบเสมือนการไม่รู้จักตัวเอง ซึ่งจะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มั่นคงและยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อครั้งศาสตราจารย์ศิลป์ ได้ปั้นม้าของ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” โดยท่านกลับเลือกที่จะปั้นม้า “พันธุ์ไทย” แทนที่จะปั้นม้า “พันธุ์อาราเบียน” ที่มีลักษณะสูงใหญ่เป็นพันธุ์ต่างชาติ ทำให้สามารถดึงเอาจิตวิญญาณของมหาราชผู้ที่กู้เอกราชชาติไทยมาจินตนาการปั้นรูปให้เสมือนจริงได้
ศาสตราจารย์ประหยัด ได้เล่าให้ฟังอีกว่าท่านอาจารย์เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความรักและมีความผูกพันกับเมืองไทยมาก (ต่อมาท่านได้โอนสัญชาติจาก “อิตาลี” มาเป็น “ไทย”) และยังได้ทุ่มเทเวลาตลอดชีวิตของท่านให้แก่การรังสรรค์งาน “ศิลปกรรม” แขนงต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้ “สยามประเทศ” ของเราเป็น “บ้านดี เมืองดี” มีความ “ศิวิไลซ์” สามารถดึงเอา “ศิลปกรรม” ของไทยเราออกมาเผยแพร่ในเชิง “ร่วมสมัย” ได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังประกาศ “เอกราชทางความคิด” เป็นตัวของตัวเองไม่น้อยหน้าชนชาติใดในโลก
รวมทั้ง ศาสตราจารย์ประหยัด ได้เล่าให้ผมฟังว่า ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ฝากอมตวาจาแก่บรรดาศิษย์ไว้ว่า “นายรักเรา นายทำงาน” และ “วันใดฉันไม่อยู่แล้ว ถ้านายคิดถึงฉันขอให้นายทำงาน”
.......................................
(หมายเหตุ ศิษย์ อ.ศิลป์ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



