ไลฟ์สไตล์

ครบรอบ120ปี'ศิลป์ พีระศรี'

ครบรอบ120ปี'ศิลป์ พีระศรี'

15 ก.ย. 2555

ครบรอบ120ปี'ศิลป์ พีระศรี' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

          ในวันที่ 15 กันยายนของทุกปี ซึ่งเรียกกันติดปากว่า “วันศิลป์ พีระศรี” ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เปรียบเสมือน “บิดาแห่งวงการศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย” และเป็นผู้วางรากฐาน “มหาวิทยาลัยศิลปากร” โดยปีนี้ถือว่ามีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เวียนมาบรรจบครบรอบ 120 ปีครับ 
 
          ประวัติโดยสังเขปของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี  มีนามเดิมว่า คอราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) เป็นชาว “ฟลอเรนซ์” ประเทศ “อิตาลี” ซึ่งเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมากในศตวรรษที่ 14 และยังถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของยุค “เรเนซองส์” อันเต็มไปด้วยศิลปกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายและสกุลช่าง “ฟลอเรนซ์”  ได้ส่งอิทธิพลไปทั่วโลกมาตราบจนทุกวันนี้ เมื่อเยาว์วัยท่านชื่นชมผลงานศิลปกรรมของ “ไมเคิล แองเจโล” ประติมากรเอกของโลกชาว “ฟลอเรนซ์” เช่นเดียวกับท่าน เมื่อโตขึ้นจึงได้เข้าศึกษาที่ ราชวิทยาลัยศิลปะนคร “ฟลอเรนซ์” (The Royal Academy of Art of Florence) จบการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 23 ปีเท่านั้น และเข้าสอบชิงตำแหน่งศาสตราจารย์ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ผลงานที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ การได้รับรางวัลชนะการประกวดออกแบบอนุสาวรีย์หลายแห่งในอิตาลี   
 
          ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้เข้ามามีบทบาททางด้านศิลปกรรมไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ท่านได้เข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องการช่างศิลป์ที่มีฝีมือ จึงได้ทำการคัด เฟ้น ยอดฝีมือ จากเมือง “ฟลอเรนซ์” กว่า 200 ท่าน และจากการที่ท่านชนะการประกวดออกแบบเหรียญเงินตราสยามที่จัดขึ้นในยุโรป จึงได้รับคัดเลือกเข้ามารับราชการในสยามประเทศ
 
          ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้มีแนวคิดเกี่ยวกับศิลปะอย่างเฉียบคมว่า “ธรรมชาติเป็นครู” ก็หมายความว่า คนที่จะทำงานศิลปะได้ดีนั้นจำเป็นต้องทำให้เสมือนจริงอย่างธรรมชาติให้ได้ก่อน แล้วจึงดัดแปลงหรือปรับปรุงต่อยอดเป็นอย่างอื่นได้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนแนวคิด “ธรรมชาติเป็นครู” ของท่านเมื่อท่านลงมือปั้นพระพุทธรูปองค์พระประธาน (ที่มีลักษณะพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางลีลา) ที่ “พุทธมณฑล” ซึ่งท่านมีความคิดว่าพระพุทธเจ้าก็เปรียบเสมือนมนุษย์ ท่านจึงคิดว่าเอากายภาพของมนุษย์แล้วมาห่อหุ้มด้วยผ้า โดยเริ่มปรับจากศิลปะโบราณมาเป็นงานศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งถือว่าศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ริเริ่มงาน “ศิลปะร่วมสมัยของไทย” โดยนำเอาความเป็น “ตะวันออก” และ “ตะวันตก” มาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน 
 
          ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี นอกจากได้ฝากผลงานด้าน “ศิลปกรรม” ต่างๆ เอาไว้มากมาย เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินี, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่, อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่นครราชสีมา, รูปปั้นประดับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ถนนราชดำเนิน ฯลฯ แล้วท่านยังทิ้งคำสอนให้อนุชนรุ่นหลังในเรื่องของการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ดีงาม ให้เราได้เรียนรู้ว่า  ศิลปกรรมคืออะไร, ศิลปะในการใช้ชีวิตคืออะไร,  ศีลธรรมคืออะไร, จริยธรรมคืออะไร ตลอดจนความเสียสละให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง ฯลฯ  ซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน 
 
          นอกจากนี้ ท่านศาสตราจารย์ศิลป์ ยังกล่าวไว้อีกว่า “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” ซึ่งหมายถึง “ศิลปกรรม” ในแขนงต่างๆ นั้น จะยืนยงคงอยู่ยาวนานนับร้อยนับพันปี แต่ชีวิตของมนุษย์นี้ช่างแสนจะสั้นนัก เมื่อเปรียบเทียบกับการยืนยงคงอยู่ของ “ศิลปกรรม” ดังนั้น เราชาว “คนรักบ้าน” ควรมาช่วยกันจรรโลงให้ “ศิลปะนั้นยืนยาว” สมกับที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้วางรากฐานทาง “ศิลปกรรมร่วมสมัย” ให้กับคนไทยไว้ครับ  
 
          ขอเชิญ “คนรักบ้าน” ทุกท่านที่รักในงานศิลป์เข้าร่วมงานวัน “ศิลป์ พีระศรี” ในวันที่ 15 กันยายนนี้  ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ หน้าพระลาน  เพื่อระลึกถึงปูชนียบุคคลท่านนี้ ผู้เปรียบเสมือน “บิดาแห่งวงการศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย” กันครับ
.......................................
(หมายเหตุ ครบรอบ120ปี'ศิลป์ พีระศรี' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)