
ใช้'คิวอาร์โค้ด'บ่งชี้ที่มาไหม
ใช้ 'คิวอาร์โค้ด' บ่งชี้ที่มาไหม
เมื่อเทคโนโลยีก้าวไกล จึงจำเป็นที่ผู้คนต้องตามให้เท่าทัน และในงาน "ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555" จัดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมหม่อนไหม ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน เฝ้ารับเสด็จฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันก่อน หลายคนได้ตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆ
นอกจากจะมี "ไหมอินทรีย์" ซึ่งได้รับการรับรองจากอียูมาจัดโชว์ ในงานยังมี "ระบบการเรียนการสอนทอผ้าไหมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต" (อี-เลิร์นนิ่ง) รวมถึง "ระบบการตรวจสอบย้อนกลับกระบวนการผลิตผ้าไหมตามมาตรฐานจีไอ หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" โดยใช้ระบบ "คิวอาร์โค้ด" ซึ่งนับว่าเป็นไฮไลท์สำคัญ
นิชาดา สุริยะเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (อบจ.) เปิดเผยว่า ระบบคิวอาร์โค้ด (สแกนข้อมูลอิเล็กโทรนิก) เป็นการต่อยอดความต้องการของกรมหม่อนไหม ที่ต้องการยกระดับการผลิตผ้าไหมให้ได้ตรงตามมาตรฐานจีไอ ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดของสินค้า โดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน กรมหม่อนไหม สำนักงานมาตรฐานสินค้าการเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และได้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่รับหน้าเสื่อเป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยจนเกิดผลงานเป็นรูปเป็นร่างขึ้น
"สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คือ การปกป้องภูมิปัญญาท้องถิ่น และการที่ผ้าไหมจะขึ้นทะเบียนจีไอต้องผ่าน 4 เงื่อนไข ได้แก่ ประวัติความเป็นมาของลวดลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก สุดท้ายมีแหล่งผลิตที่ชัดเจน ซึ่งแต่เดิมการเก็บข้อมูลเหล่านี้ทำในรูปแบบแฟ้มเอกสารต่อมาจึงนำระบบไอทีเข้ามาจัดเก็บ ก่อนจะต่อยอดเป็นระบบคิวอาร์โค้ดในที่สุด ซึ่งจังหวัดลำพูนมีชื่อเสียงเรื่อง ผ้าไหมยกดอกลำพูน ฉะนั้นทาง อบจ.ลำพูนจึงได้ระบบดังกล่าวเข้ามาใช้ ด้วยการรวบรวมผู้ประกอบภายในจังหวัดจำนวน 14 ราย ช่างทออีกกว่า 400 ราย ทั้งยังนับได้ว่าเป็นรายแรกที่ใช้ระบบคิวอาร์โค้ด" ปลัดอบจ.ลำพูน กล่าว
"ระบบคิวอาร์โค้ด" ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าผ้าไหมให้ขายคล่อง ทว่าเป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ชั้นดี ชีระโชติ สุทรารักษ์ เจ้าของร้านเพ็ญศิริไหมไทย จังหวัดลำพูน ยืนยัน
"คิวอาร์โค้ดช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งฝ่ายลูกค้าและผู้จำหน่าย เพราะสามารถตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพราะในโค้ดจะมีรหัสแต่ละชิ้นนั้นระบุว่า เป็นผ้าชนิดใด ของร้านไหน ผลิตเมื่อวันที่เท่าไหร่ ซึ่งหากลูกค้าซื้อไปแล้วเกิดปัญหาก็สามารถย้อนกลับมาดูประวัติได้ว่าเป็นสินค้าของร้านไหน ช่างทอเป็นใคร หรือแม้แต่ วัตถุดิบดังกล่าวมาจากแหล่งใด ถือว่าละเอียดมาก นอกจากนี้หากลูกค้าสนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของผ้าแต่ละชนิดยังมีข้อมูลให้ได้ศึกษาอีกด้วย" ชีระโชติ กล่าวถึงข้อดี
ในการนี้เมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แก่ผู้ชนะเลิศการประกวดเส้นไหม ผ้าไหม รวมถึงการออกแบบชุดผ้าไหม จำนวน 26 ราย ต่อด้วยทอดพระเนตรการแสดงฟ้อนภูไท และการแสดงแบบชุดแต่งกายที่ตัดเย็บโดยใช้ผ้าไหม อันเป็นผลงานการออกแบบของ อ.เผ่าทอง ทองเจือ ที่นำผ้าไหมซึ่งเสียหายจากภัยพิบัติน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วมาออกแบบ 15 คอลเลกชั่น รวม 60 ชุด ทรงมีรับสั่งว่า ระบบการตรวจสอบย้อนกลับเป็นเรื่องดี น่าจะทำให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้น



