ไลฟ์สไตล์

เพิ่มธาติไฟ "ไล่หวัด"

เพิ่มธาติไฟ "ไล่หวัด"

14 ก.ย. 2555

“หวัด” เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหวัด ซึ่งมีอยู่มากกว่า 200 ชนิด จากกลุ่มไวรัส 8 กลุ่ม การเกิดโรคขึ้นในแต่ละครั้ง จะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดเพียงชนิดเดียว เมื่อเป็นแล้วร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสหวัดชนิดนั้น

 ส่วนในการเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ ก็จะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ที่ร่างกายยังไม่เคยได้รับเข้ามา หมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
 ไข้หวัดจึงเป็นได้บ่อยๆ ในเด็กเล็กที่ยังไม่ค่อยได้ติดเชื้อหวัดมาก่อน ก็อาจเป็นไข้หวัดได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีภูมิคุ้มกันต่อหวัดที่หลากหลายชนิดเท่ากับผู้ใหญ่
อาการ
 เมื่อใดก็ตามที่มีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นพักๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาจมีอาการคอแห้ง แสบคอ หรือเจ็บคอเล็กน้อย ต่อมาจะมีน้ำมูกไหลใสๆ คัดจมูก ไอจาม อาจจะเป็นอาการไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะมีลักษณะใสหรือขาวๆ ก็ได้ 
การรักษา
 ไม่มียาที่ใช้รักษาโดยเฉพาะ ในส่วนของการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัด ทำได้ค่อนข้างยากเพราะมีหลายสายพันธุ์ การรักษาแบบการแพทย์แผนปัจจุบันจึงใช้การรักษาตามอาการ ส่วนใหญ่เป็น ยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก เป็นหลัก
 ในส่วนของการแพทย์แผนไทย การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักมิได้เกิดจากเพราะมีเชื้อโรคเท่านั้น แต่เป็นการเสียสมดุลของธาตุในร่างกายของคนเราประกอบขึ้นจากการรวมกันของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาตุ ในการเจ็บป่วย เกิดจากธาตุใดธาตุหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งธาตุ กำเริบ หย่อน หรือพิการ จากอาการของโรคหวัด จะเห็นว่ามีธาตุน้ำที่ล้นออกมาเป็นน้ำมูก ซึ่งความพิการของธาตุลม คือ เกิดการอุดตันของทางเดินหายใจเกิดเป็นโรคหอบ หืด ไอ หลอดลมอักเสบ รวมทั้งลามไปสู่ธาตุไฟ คือ อาการอักเสบ บวม แดง ร้อนของเนื้อเยื่อทางเดินหายใจ
หวัดเริ่มต้นจาก "ธาตุน้ำ" ก็ต้องหา "ธาตุไฟ" มาช่วยเสียตั้งแต่แรกๆ การเพิ่มธาตุไฟมีได้หลากหลายวิธี
 1.อย่าอยู่แต่ในที่เย็นๆ เพราะธาตุไฟต้องทำงานหนักในการรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้เป็นปกติ
 2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยรักษาธาตุไฟในร่างกายให้เป็นปกติ
การเพิ่มธาตุไฟ ยังสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีรสร้อน เช่น
 ขิง (Zingiber offcinale Roscoe) ทั่วทุกส่วนของคนทุกมุมโลกใช้ขิงแก้หวัด แก้ไอ ในขิงมีพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีการทดลองพบว่า น้ำขิงแก่ ต้มน้ำเดือนนาน 30 นาที ทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาส จับกินไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ดีขึ้น
 กระเทียม (Allium sativum L.) สมุนไพรที่ใช้รักษาหวัดมานานนับพันปีที่อยู่คู่ครัวไทย มีการศึกษาพบว่า การรับประทานกระเทียมสด สามารถป้องกันและลดระยะเวลาการเป็นหวัด มีรายงานการศึกษาวิจัยของญี่ปุ่นใช้กระเทียมดอง Aged Garlic Extact (AGE) มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูถีบจักร พบว่าเมื่อให้ AGE ทางปากหนู 10 วัน ก่อนให้เชื้อไข้หวัดใหญ่ ทางจมูก พบว่ามีประสิทธิผลในการป้องกันหวัดได้ดีเท่ากับวัคซีน นอกจากนั้นแล้ว กระเทียม ยังเป็นสมุนไพรที่บำรุงร่างกายได้ดีเยี่ยมอีกด้วย
 หอมใหญ่ (Allium cepa L.) คนไทยมีการใช้หอมในการรักษาหวัดมานาน โดยพบว่าทั้งหอมใหญ่  และหอมเล็ก มีสารเคอร์ซิติน (Quercetin) ซึ่งเป็นยาขยายหลอดลม ที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านฮิสตามีน ช่วยขยายหลอดลม และหอมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย
 กะเพรา (Ocimum tenuiflorum L.) สมุนไพรที่คนไทยและคนอินเดียนิยมใช้แก้ไอ แก้หวัด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง จึงมีประโยชน์ในคราวที่เราต้องเผชิญกับไข้หวัด 2009
 ตะไคร้ (Cymbopogon  citratus (DC.) Stapf) คนจีนและคนไทยโบราณ ใช้ตะไคร้รักษาหวัด หวัดใหญ่ แก้ไข้ แก้ปวดหัว ปวดท้อง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แก้อักเสบ และต้านไวรัสไข้หวัด
 สมุนไพรข้างต้น เป็นสมุนไพรที่หาง่าย คนไทยรู้จักดี เราจึงควรหาวิธีนำมาใช้เมื่อรู้ตัวว่าร่างกายเย็น โดยสังเกตจากการที่เรารู้สึกหนาวกว่าที่เคยเป็นในสภาวะเดียวกัน เริ่มมีอาการของหวัด เช่นน้ำมูกใส ไอ จาม ลองหาธาตุไฟที่ใกล้ตัวที่สุด ก่อนที่ธาตุจะแปรปรวนจนเสียสมดุล
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โทร.0-3721-1289