
เยียวยา 3 จว.ใต้ จ่ายปีละแสน
ตามที่ทางรัฐบาลได้ทำการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ สำหรับบุคคลทั่วไปกรณีที่เสียชีวิต 5 แสนบาท และสำหรับโจร 7.5 ล้านบาท นั้น ซึ่งมีผลย้อนหลังถึงเดือนมกราคม 2547
ผมได้ไปดำเนินการเรื่องดังกล่าวในส่วนของบุคคลทั่วไป ณ ที่ว่าการอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่บอกว่าได้เพียง 1 แสนบาท เท่านั้น ส่วนที่จะได้รับ 5 แสนบาท สำหรับผู้เสียชีวิตที่เป็นข้าราชการ ซึ่งตรงตามที่รัฐบาลเคยแจ้งไว้ สรุปแล้วจะเชื่อใครดี ถ้ารัฐบาลจ่ายให้ 5 แสนบาท ทุกกรณีตามที่ว่าไว้แล้วอีก 4 แสนบาท หายไปไหน
สรุปว่างานนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกหกประชาชน ลำพังต้องเจอกับความสูญเสียก็แย่อยู่แล้ว ยังจะมาเจอเรื่องแบบนี้อีก
สำหรับโจรที่สร้างความสูญเสียฆ่าชาวบ้าน ทหาร ตำรวจ รับเต็มๆ เจ็ดล้านกว่า ทุกกรณี ทำไมโจรตายถึงได้มากกว่า
คนชายแดน
ตอบ
นายวรเชษฐ พรมโอภาษ นายอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส ชี้แจงว่า น่าจะเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ กรณีการเยียวยาจากเดิมที่ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐได้ไม่เท่าเทียมกัน ก็ได้มีการปรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยากรณีประชาชนเสียชีวิตจากเดิมรายละ 1 แสนบาท ให้เป็น 5 แสนบาท ให้ทัดเทียมกรณีข้าราชการเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชน ตั้งแต่ปี 2547 เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุดในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด
กรณีประชาชนทั่วไปเสียชีวิต หลักเกณฑ์เดิมจ่าย 1 แสนบาท ข้าราชการ 5 แสนบาท ซึ่งในส่วนของประชาชนนอกจากจะได้เงินเยียวยา 1 แสนบาทตามนโยบายนี้แล้ว ยังสามารถไปยื่นขอใช้สิทธิ์ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ขอรับการดูแลเยียวยากรณีถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกาย โดยหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ เป็นความผิดเกี่ยวกับคดีอาญาของแผ่นดิน ทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะให้ความช่วยเหลือส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ทั่วไปทั้งประเทศ แต่ต้องยื่นใช้สิทธิ์ภายใน 1 ปี นับแต่วันเกิดเหตุ มิเช่นนั้นจะหมดอายุความ
ในปีนี้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ปรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาใหม่ ปรับให้รับเท่ากัน 5 แสนบาท โดยการจ่ายเยียวยาในปีแรกจะจ่ายให้ 1 แสนบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับกันไปแล้ว เหลืออีก 4 แสนบาท จะจ่ายเป็นรายปี ปีละ 1 แสนจนครบ 5 แสนบาท
แต่ก็ยังมีเงื่อนไข ใน 1 แสนบาท จะไม่ได้รับในทันที ต้องเรียกทายาทของผู้เสียชีวิตมาทำบันทึกข้อตกลงกัน ตามระเบียบจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ บิดามารดา 1 ส่วน สามีหรือภรรยา 1 ส่วน และบุตร 1 ส่วน เนื่องจากพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บางรายมีภรรยาหลายคน ซึ่งในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการช่วยเหลือเยียวยาระบุสิทธิ์เกิดขึ้นหลังจากเสียชีวิต จึงไม่ถือว่าเป็นมรดก จะไม่ยึดตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ให้ยึดตามข้อเท็จจริง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด เพราะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายและการจดทะเบียนตามหลักศาสนาอิสลามด้วย
สำหรับกรณีเยียวยา 7.5 ล้านบาทนั้น เป็นโจรหรือไม่โจร ศาลจะพิพากษาว่า ใครถูกใครผิด พิจารณาเป็นกรณีไป แต่สาเหตุการตายต้องเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐจะโดยตรงโดยอ้อมก็ตาม เช่น กรณีตากใบ ที่เกิดจากประท้วงของประชาชน และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ในสถานที่ที่แออัดซึ่งอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงต้องรับผิดชอบ
นายอำเภอรือเสาะ บอกว่า ในพื้นที่รือเสาะ จ่ายเยียวยาไปแล้ว 18 ล้านบาท เหลือ 8 ล้านบาท อยู่ระหว่างติดต่อทายาท ซึ่งบางรายมีญาติ 7-8 คน กว่าจะตามกับครบ ต้องใช้เวลา และแนะนำมาพบนายอำเภอโดยตรงจะอธิบายข้อเท็จจริงให้ทราบอีกครั้ง
ลุงแจ่ม



