
จับตาพรรคใหม่'ยางพาราไทย'
จับตาพรรคใหม่ 'ยางพาราไทย' ฤา..แค่เปลี่ยนรูปแบบเคลื่อนไหว : โดย ... ดลมนัส กาเจ
การประชุมใหญ่สามัญประจำปีนัดแรกของ "พรรยางพาราไทย" หรือ ยพท.(Thai Rubber Party) ที่มีอดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย "เพิก เลิศวังพง" เป็นหัวหน้าพรรค เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยถือฤกษ์งามยามดีในการประชุมใหญ่นัดแรกในเวลา 09.00 น.วันอาทิตย์ที่ 9 เดือน 9(กันยายน 2555) ที่ทำการพรรคในซอยสันนิบาตเทศบาล หรือซอยลาดพร้าว 32 เขตจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
ที่จริงพรรคยางพาราไทยก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 เพียง 10 วันเท่านั้น จึงไม่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในครั้งนั้น แต่การเลือกตั้งสมัยหน้า แม้ยังไม่ทราบที่แน่นอนว่าจะมีการเลือกเมื่อไรก็ตาม แต่นายเพิก ยืนยันว่าจะจัดส่งผู้ลงสมัครเลือกตั้งทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์อย่างแน่นอน แต่จะเน้นเฉพาะพื้นที่ที่เกษตรกรมีการปลูกยางพาราเป็นอาชีพหลัก
นายเพิก บอกว่า การตั้งพรรคยางพาราไทยมีวัตถุประสงค์หลักปกป้องอาชีพตัวเองและชาวสวนยางทั่วประเทศ เพื่อให้สู่ความอยู่ดีมีสุขของเกษตรกรไทยและผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพยางพาราอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเศรษฐกิจการเกษตรพอเพียงของชุมชน อุตสาหกรรมการยางที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ยังมีความมุ่งมั่นพัฒนากิจการยางให้เข้มแข็งและก้าวหน้า เป็นศูนย์กลางยางพาราของภาคพื้นเอเชีย เพื่อสนองความต้องการของเกษตรกรชาวสวนยาง การตลาดยาง ผู้ใช้ยาง รวมทั้งปัจจัยเสริมเพื่อการเกษตรก้าวหน้าด้วย
"ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนยางพารามีการรวมตัวทำให้สถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็ง การดำเนินงานเป็นระบบ สามารถเจรจาในการซื้อขายยางเองทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่นั่นเป็นเพียงระดับหนึ่ง แต่การแก้ปัญหาจริงๆ ส่วนใหญ่จะมาจบที่การเมือง แต่แก้ปัญหาไม้ถูกจุด เมื่อการแก้ปัญหายางพาราอยู่ที่การเมือง ผมต้องเล่นการเมืองบ้าง อย่างน้อย 1 ใน 500 เสียงในสภาผู้ผู้แทนราษฎรของพรรคผม ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้บ้าง บ้านเราเจริญมากแล้ว ผมว่าหมดยุคแล้วที่เราจะก่อม็อบ ปิดถนน ฉะนั้นเราต้องเข้าวิธีการแก้ปัญหาในสภา" นายเพิก กล่าว
หัวหน้าพรรคยางพาราไทยกล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า แม้ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะมีขึ้นเมื่อไร แต่พรรคก็ได้เตรียมพร้อมแล้วในระดับหนึ่งโดยเฉพาะตัวแทนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคนั้น จะเน้นที่ผู้เป็นแกนนำเกษตรกร ที่รวมหัวแก้ปัญหาเรื่องยางพารามา รวมถึงผู้ที่อยู่ในแวดวงการยางพาราด้วย เบื้องต้นมองว่าอย่างน้อยจะได้รับเลือกตั้ง 5 เสียงโดยเฉพาะในส่วนของระบบบัญชีรายชื่อเป็นต้น
ด้าน นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ให้มุมมองกรณีที่นายเพิกกระโดดเข้าสู่เวทีการเมือง ด้วยการตั้งพรรคยางพาราไทยว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะนายเพิกเป็นหนุ่มรุ่นใหม่จะได้มีเสียงในสภาบ้าง แต่เมื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ควรที่จะเดินหน้าไปทางการเมือง ส่วนแกนนำของสถาบันเกษตรกรที่นายเพิกยังดำรงอยู่ในฐานะประธานชุมชนสหกรณ์ชาวสวนยางจังหวัดจันทบุรี ควรให้คนอื่น เพราะไม่อยากให้ถูกมองว่าสถาบันเกษตรกรจะอิงการเมือง อาจถูกข้อครหาจากพรรคการเมืองด้วย อย่างเขามีความตั้งใจที่จะเดินเกมแก้ปัญหาในรูปแบบของสถาบันเกษตร คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง เพราะจะกลายไปเป็นศัตรูกับพรรคการเมืองอื่นได้
หากย้อนอดีตการตั้งพรรคการเมืองที่มุ่งวังจะแก้ปัญหาภาคเกษตรเป็นการเฉพาะนั้น เคยมีหลายพรรคมาแล้ว อย่างการเลือตั้ง ส.ส.ปี 2550 มีพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทยก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2549 เป็นช่วงที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น โดยมี นายประเดิม ดำรงเจริญ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ต่อมาเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใหม่เป็น นายโชติ บุญจริง
การเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.ในปี 2550 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ได้สร้างความฮือฮาเมื่อผู้นำกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากไปในเช้าวันรับสมัคร ส.ส. แบบสัดส่วน หรือระบบรายชื่อที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง กรุงเทพฯ เพราะเป็นพรรคที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แม้การเลือกตั้งสมัยนั้นพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทยไม่ได้รับเลือกตั้งมาเลยแม้แต่ที่นั่งเดียว แต่การเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทยส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อจำนวน 30 คน แต่ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งเช่นกัน
พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ก็น่าจะเป็นกรณีศึกษาสำหรับพรรคยางพาราไทยว่า เราก่อการตั้งพรรคการเมืองที่มีเม็ดเงินเพื่อดำเนินกิจการต่างๆ ค่อนข้างจำกัด ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของการเมืองในบ้านเรา ในที่สุดความหวังที่จะแก้ปัญหาในสภานั้น อาจทำได้เพียงการเคลื่อนไหวจากเดิมที่เป็นแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางมาเป็นในนามของหัวหน้าพรรคการเมืองเท่านั้น
--------------------
นโยบายหลักด้านยางพารา
สำหรับนโยบายหลักยางพาราของพรรคยางพาราไทย เน้นใน 4 ส่วนหลักด้วยกัน
1. เน้นที่เกษตรกรชาวสวนยาง (Producer) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติด้านการผลิตเบื้องต้น ต้องมีสิ่งสนองความต้องการขั้นพื้นฐานในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้าพันธุ์ยางที่ดีมีคุณภาพให้ผลผลิตสูง การวิจัยและพัฒนา เพื่อการแสวงหายางพันธุ์ดี การใช้ปุ๋ย จัดให้มีการทำประกันสุขภาพและประกันชีวิต ให้เจ้าของสวนยาง และแรงงานกรีดยางทุกคน เป็นต้น
2. ด้านการตลาดยาง มีการพัฒนากลุ่มบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการตลาดยาง ทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์การเกษตร สถาบันการเกษตรกรชาวสวนยาง พ่อค้ายางทุกระดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จัดให้มีตลาดประมูลยางท้องถิ่น ในแหล่งปลูกยางอย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในแต่ละครั้ง
3. ผู้ใช้ยาง (Consumers) บุคลากรกลุ่มนี้ให้หมายรวมถึงผู้ใช้ยางในประเทศ ตั้งแต่กลุ่มผู้แปรรูปยางระดับพื้นฐานถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ใช้ยางในต่างประเทศด้วย
4. ปัจจัยเสริมเพื่อการเกษตรก้าวหน้า อาทิ ด้านการคมนาคม และการขนส่งภายในประเทศ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ให้ทุนสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา สนับสนุนให้มีการจัดการระบบไฟฟ้าอย่างทั่วถึง สนับสนุนระบบการสื่อสาร โทรคมนาคม และเสริมสร้างกิจกรรมเวทีชาวบ้านเพื่อการวิเคราะห์ปัญหาและร่วมกันแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
--------------------
(จับตาพรรคใหม่ 'ยางพาราไทย' ฤา..แค่เปลี่ยนรูปแบบเคลื่อนไหว : โดย ... ดลมนัส กาเจ)



