
จัดวางงานศิลป์ ลิ้มรสความอร่อย
จัดวางงานศิลป์ ลิ้มรสความอร่อย : คอลัมน์ชวนชิม
ลองให้คนไทยนึกถึงสัญชาติอาหารที่ถูกปากดูซิ...เห็นทีคงไม่พ้น "อาหารพื้นบ้าน" รสจัดจ้าน เปรี้ยว เค็ม หวาน หอมกรุ่นไปด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรอย่างแน่นอน ไม่ต้องอะไรมากแค่ไปต่างประเทศไม่กี่วัน กลับมาต้องจัดหาเมนูแซบๆ มากระแทกลิ้นให้หายคิดถึง ยิ่งถ้าจานอร่อยเสิร์ฟได้อย่างสวยหรู คงชูรสในการชิมได้ไม่น้อย อะแหม...คิดถึงของอร่อยเสียงน้ำย่อยในท้องก็ส่งเสียงซะงั้น ขึ้นรถไฟฟ้าไปหาอาหารไทยกินกันดีกว่า
แวะลงสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์เจอกับ ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ ก่อตั้งโดย มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ชาวไทยมุสลิมผู้รักและภูมิใจในความเป็นไทยทุกกระเบียดนิ้ว ร้านอาหารแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในอาคารไทย-จีนหลังเดิม ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพภายนอกอาคารแบบเดิมเอาไว้ ทว่าภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินขาว โต๊ะเก้าอี้และของตกแต่งแบบโบราณผสานกับความโมเดิร์น
ช่วงนี้มีเมนูพิเศษรอเสิร์ฟในคอนเซ็ปต์ "อาร์ต ออฟ ไทย ควิซีน" ที่ "เชฟนูรอ" เขาเสกสรรค์อาหารไทยฉบับไฟน์-ไดนิ่ง (fine-dining) พร้อมเสิร์ฟสไตล์เฟรนช์ ควิซีน ซะด้วย เปิดฉากด้วย เซตเมนูของว่าง มาพร้อมกัน 2 เมนูอย่าง เมี่ยงคำ ความเก๋อยู่ที่เครื่องเคียง จัดวางบนกระจาดใบจิ๋วรองด้วยใบตอง กุ้งแห้ง ถั่วลิสง มะนาว ขิง หอมแดง หั่นสี่เหลี่ยม พริกขี้หนูซอย มะพร้าวคั่ว ส่วนใบชะพลูม้วนเป็นทรงกรวย รัดด้วยพริกเหลือง สีตัดกันสวยชวนน้ำลายสอ ราดน้ำเมี่ยงก่อนห่ออร่อยลิ้นอย่าบอกใคร แล้วมาเตรียมน้ำย่อยด้วย ลาบแซลมอนม้วน เขาปรุงรสลาบได้แซบถึงใจ ห่อด้วยเนื้อปลาแซลมอนสไลด์ ที่ส่งตรงมาจากนอร์เวย์ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เด็ดสะระตี่...
ต่อด้วย เซตสตาร์ทเตอร์ ประกอบไปด้วย หอยเชลล์ซอสพริกไทยดำ หอยเชลล์สดๆ ของไทยขนาดกำลังพอดีคำ เนื้อแน่นแต่นุ่มลิ้นคลุกเคล้ากับซอสที่ปรุงด้วยกระเทียม รากผักชี พริกไทยดำ ผสมกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลจึงหอมเป็นพิเศษ คำนี้มาพร้อมกับฟัวกราส์เนื้อนุ่ม ถัดมาเป็น ถุงทองเขียวหวาน เชฟนำเนื้อปูและกุ้งมาปรุงรสกับเครื่องแกงเขียวหวานห่อด้วยแผ่นเปาะเปี๊ยะ ทอดจนเหลือง จัดวางบนเผือกทอดราดซอสบ๊วย แค่คำแรกกลิ่นและรสแกงเขียวหวานก็แผ่ซ่านในปากทันที ต่อด้วย พล่าลอบสเตอร์อโวคาโด ลอบสเตอร์ถูกนำมานึ่งจนสุก แล้วนำไปแช่ในน้ำยำรสแซบที่กรองให้เหลือแต่น้ำ 15-20 นาที เสิร์ฟในอโวคาโดสดจากโครงการหลวงรสชาติเข้ากันลงตัว
มาถึง เมนูซุป เขาเสิร์ฟ ข้าวซอยซี่โครงหมูอ่อน กลิ่นหอมๆ ของผงกะหรี่ฟุ้งกระจาย ใครชอบเคี้ยวกระดูกอ่อนกรุบๆ ห้ามพลาด จากนั้นเชฟส่ง เมนูล้างปาก อย่าง เชอร์เบทเสาวรส มาให้ลอง ถ้วยนี้เสิร์ฟในผลแก้วมังกร ก่อนรับประทานจะราดด้วยแชมเปญ ความขมของแชมเปญผสานกับความเปรี้ยวล้างปากได้ดีนักล่ะ
ส่วนอาหารจานหลัก ประกอบด้วย แกงมัสมั่นแกะ หรือเนื้อวากิว เสิร์ฟในเผือกนึ่ง ความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้แมคคาเดเมียแทนถั่วลิสงจึงหอมมันอร่อยกว่าเดิม เนื้อแกะส่งตรงจากนิวซีแลนด์ แต่ถ้าเป็นแกงมัสมั่นเนื้อวากิวจะสั่งมาจากออสเตรเลียโน่นล่ะ ปลาเก๋าเต้าซี่ เนื้อปลาสดๆ หมักกับเครื่องเทศของไทย ก่อนนำลงไปทอดในน้ำมันเล็กน้อยจนสุก แล้วราดด้วยซอสเต้าซี่รสกลมกล่อม
กุ้งลายเสือทอดผัดพริกขิง กุ้งตัวโตที่ทอดจนสุกแล้วจึงนำซอสผัดพริกขิงรสจัดจ้านมายัดไส้ ส่วน หน่อไม้ฝรั่งเนื้อปู ความหวานของเนื้อปูและหน่อไม้ฝรั่งเข้ากันได้อย่างดี ปิดท้ายจานหลักด้วย ข้าวลืมผัวห่อใบบัว ข้าวสายพันธุ์แดนอีสานนำมาหุงจนสุก ผัดกับกระเทียม เกาลัด แมคคาเดเมีย งาดำ เม็ดบัว ก่อนจะนำไปนึ่งจนได้ความหวานหอม และมากไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ
อิ่มกับของคาวกันแล้ว เขาก็จัดเซตของหวานมาให้กับ ขนมหม้อแกงเกาลัด ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมชั้น เชอร์รี่สด และ ทาร์ตเสาวรส แต่ละชิ้นกินแล้วมีความสุขอย่าบอกใคร ถ้าอยากชิมเมนูสุดพิเศษอย่าได้ช้า เพราะเขาจัดหาไว้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 เท่านั้น อยากจะสำรองที่นั่งรีบยกหูกด 0-2673-9353-8 แล้วกัน...
........................................
(จัดวางงานศิลป์ ลิ้มรสความอร่อย : คอลัมน์ชวนชิม)



