ไลฟ์สไตล์

คุณไม่หนุ่มเหมือนเดิมแล้ว

คุณไม่หนุ่มเหมือนเดิมแล้ว

09 ก.ย. 2555

หนังสือที่เธอถือมา : คุณไม่หนุ่มเหมือนเดิมแล้ว : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

..........

 

๑.

“ต้องยอมรับความจริง คุณไม่หนุ่มเหมือนเดิมแล้ว”

                นักเขียนรุ่นพี่ผู้หนึ่งบอกผมในวันพบกัน หลังไม่ได้พบกันนาน  เรื่องหนึ่งที่เราคุยกันก็คือ-สุขภาพ

                สำหรับวงสุราอาหารวันนี้ นอกจากเรื่องการเมือง เรื่องศาสนา  และสารพัดเรื่องทางสังคมแล้ว สิ่งที่เราต้องพูดคุยกัน ไถ่ถามกัน  ไม่พ้นเป็นเรื่อง-สุขภาวะ

                นักเขียนรุ่นพี่ผู้ทั้งดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ล่าสุดเขาลดน้อยลง กินข้าวกินปลาแล้วขอเข้านอนแต่หัวค่ำ ไม่หามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิมอีกต่อไป เขาบอกไม่นานมานี้หนักไปหน่อย รู้สึกมีการอาการแผ่นดินหมุน ต้องนำพาสังขารเข้าโรงหมอ กระทั่งหมอผู้ซึ่งดูแลสุขภาพเขาเป็นประจำต้องบอกตรงๆ เช่นนั้น

                เขาเล่าแล้วหัวเราะ ผมก็หัวเราะ มันอาจจะขำๆ ขื่นๆ อยู่ในที  ใช่สิ-ต้องยอมรับความจริง เรามิใช่คนหนุ่มเหมือนเดิมแล้ว จากวันที่เราพบรู้จักกัน ผมอายุหลักสาม เขาอายุหลักสี่ วันนี้ผมหลักห้า  เขาหลักหกแล้ว การกินดื่มหัวค่ำยันเช้า หรือย้ายร้านไปเรื่อยตามอาการติดลมนั้น ต้องได้รับการพิจารณามากขึ้น

                ผมเอง-แม้ไม่ถึงต้องเข้าโรงหมอ ก็ต้องสำรวมระวังนิสัยกินดื่มที่ติดตัวมานาน ลดลงและเปลี่ยนวิถี เช่น เลิกบุหรี่ได้สิบกว่าปีแล้ว  ไม่เที่ยวเตร่ตามร้านอาหารที่เขาสูบบุหรี่ แม้ยังดื่มเหล้าอยู่บ้าง ก็ไม่อดหลับอดนอนเหมือนก่อน กินข้าวกินปลาพอง่วงนอนก็จะเข้านอน ที่จริงโรคภัยไข้เจ็บอันเป็นสมบัติประจำตัวย่อมมีอยู่บ้าง ก็กินผัก กินปลา กินยา ดูแลตัวเองตามกำลัง จะให้ละเลิกเด็ดขาดแบบหมอสั่งก็ทำไม่ได้

                พวกชอบพูดคุยเรื่องสุขภาพ บางทีก็เป็นพวกดื้อหมออยู่มาก  ในแบบ “ดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้”   

 

๒.

“หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง”

                เคยได้ยินทั้งหมอจีนและหมอไทยบอกเช่นนั้น เป็นคำนิยามที่น่าคิด เพียงแต่ไม่ง่ายที่เราจะทำตัวเป็นหมอที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้ตลอดเวลา แม้จะพยายามเชื่อและเสาะหาพืชผักภักษาหารที่กินแล้วเป็นยา ออกกำลังกาย ออกกำลังใจ ละโกรธลดเครียด อยู่ในที่อากาศปลอดโปร่ง แต่ถึงบทจะเจ็บไข้ได้ป่วยแบบต้านทานไม่ได้จริงๆ ก็ต้องพึ่งพายาหมอในโรงหมออยู่ดี สมัยก่อนเป็นหวัดอาจหายง่ายหายเอง เดี๋ยวนี้หายยาก และเรื้อรัง ต้องพึ่งยาหมอจนได้  ไม่รู้เป็นเพราะเชื้อโรคมันแรงขึ้น หรือคนเราอ่อนแอลง

                การแลกเปลี่ยนในเรื่องสุขภาวะ หลายครั้งที่ได้อุทาหรณ์ ได้ความรู้ ได้ความเข้าใจ ได้ช่องทาง เพื่อนพี่น้องบางคนแนะนำยาดีๆ ทั้งสมุนไพร หรือวิตามินที่เขากินประจำ เช่น ผมหายจากโรคกระเพาะก็เพราะเพื่อนแนะนำให้กิน-ขมิ้นชัน บางคนที่มากินดื่มกับเราบ้างเป็นคุณหมอก็มี คุณหมอก็แนะนำตัวยาดีๆ ผมก็เชื่อฟังคุณหมอ เพราะคุณหมออายุหลักเจ็ดแล้ว ยังดูหนุ่มแข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ

                แต่วันวัยในแต่ละบุคคล ก็มิอาจเลี่ยงพ้นโรคภัยไข้เจ็บ เท่าที่มีโอกาสได้เข้าสังคมกับคนทุกรุ่นทุกวัย กินดื่มกับคนตั้งแต่คนหลักสอง หลักสาม หลักสี่ หลักห้า หลักหก หลักเจ็ด (ส่วนหลักแปดนั้นไม่แน่ใจ) วันก่อนนั้น มีผู้ใหญ่หลักเก้า มาร่วมโต๊ะอาหารกับผม  ท่านบอกว่าไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่

                คนหนุ่มสาวที่มีโรคภัยไข้เจ็บมากกว่าคนสูงอายุก็มี บางคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ป่วยเป็นเป็นมะเร็งตับมะเร็งปอดจากไปก่อนเวลาอันควรก็มี เรื่องสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่พึงประมาท ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นคนที่ชอบดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด หรือคนที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวในเรื่องนี้ก็ตาม

                รู้จักกับผู้มีอันจะกินคนหนึ่ง เขาบอกตอนนี้อยากกินอะไรก็กินไม่ได้ เพราะหมอห้าม ต่างจากตอนที่เขาเป็นเด็กยากจน เจอเศษอาหารอะไรพอกินได้ก็กินหมดด้วยความหิว วันนี้เขารวย แต่เขาป่วย ชีวิตช่างไม่ลงตัวในโชคชะตา ในแบบ “ที่ได้ไม่ยักอยาก ที่อยากไม่ยักได้”

 

๓.

กับนักเขียนรุ่นพี่ผู้นั้น ผู้เหมือนมาพร้อมกับหนังสือ “สุขศึกษา” ในวัยเรียน เราแอบพูดถึงผู้นั้นผู้นี้ ที่ทยอยเข้านอนโรงหมอ แล้วทยอยล่วงลับไป ทั้งคนในหลักแปด หลักเจ็ด ไล่ลงมาถึงหลักหก...

                “ต้องยอมรับความจริง คุณไม่หนุ่มเหมือนเดิมแล้ว”

 

 

--------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : คุณไม่หนุ่มเหมือนเดิมแล้ว : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)