ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระ8กันยายน2555

คมเลนส์ส่องพระ8กันยายน2555

08 ก.ย. 2555

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล

              ••• วันพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๙ ก.ย.) คณะนักเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ ๓๒ จัดงาน ประกวดพระ ขึ้นที่ศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยมี พล.ต.นเรนทร์ สิริภูบาล เป็นประธานจัดงาน พ.อ.วิรัตน์ นาคจู เป็นประธานดำเนินงาน จำนวนพระที่จัดประกวด ๒,๒๐๐ รายการ ครบทุกประเภท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือพระคณาจารย์ จาด-จง-คง-อี๋  จัดทำโดย ทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ งานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และชมรมพระเครื่องต่างๆ การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่จัดงานขึ้นที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งมีสถานที่กว้างขวาง หมดปัญหาที่จอดรถ สะดวกสบายทุกอย่าง และน่าจะเป็นสนามประกวดพระในครั้งต่อๆ ได้อย่างดีเยี่ยม •••
   
              ••• หนังสือสูจิบัตร งานนี้จัดพิมพ์ได้ดีมากอีกงานหนึ่ง มีภาพพระเครื่องหลากหลายลงประกอบให้ได้ศึกษา คมเลนส์ส่องพระ วันนี้จึงมีภาพจากหนังสือสูจิบัตรเล่มนี้มาให้ชมเป็นวิทยาทานอีกครั้ง คือ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง, พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ กรุบางขุนพรหม และ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานคู่ กรุบางขุนพรหม ทั้ง ๓ องค์นี้เป็นพระสวยคมชัดระดับ พระแท้องค์ครู พระสวยองค์จริง อย่างแท้จริง •••
   
              ••• พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ในชั่วโมงนี้ยังเป็นที่แสวงหากันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะองค์สวยสมบูรณ์ ราคาไม่มีตก ยิ่งติดรางวัลจากงานประกวดพระงานใหญ่ๆ ด้วยแล้ว มีคนขอซื้อต่อทันที อย่างเช่นองค์ที่เห็นนี้ พิมพ์ทรงไก่ หางห้าเส้น สวยคมชัดทุกซอกมุม ด้านบนรอยอุดผงวิเศษยังครบถ้วน สภาพเดิมๆ ทุกอย่าง เนื้อพระจัดมาก แถมยังมีการลงรักปิดทองเก่าอีกด้วย เพิ่มเสน่ห์ (และราคา) องค์นี้ติดรางวัลที่ ๒ จากงานประกวดที่ ร.ร.นรต. อ.สามพราน เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง นักสะสมพระผู้ทันกระแสนิยมเสมอ •••
   
              ••• เมื่อวันอาทิตย์ก่อนโน้น คอลัมน์นี้ได้นำภาพ เหรียญหลวงปู่เผือก รุ่นแรก ปี ๒๕๑๒ วัดสาลีโข จ.นนทบุรี ซึ่งจัดสร้างโดย หลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักขระเลขยันต์ และคาถาอาคมต่างๆ อย่างรู้ลึกรู้จริงท่านหนึ่ง ในภาพที่ลงนั้นเป็นเหรียญเลี่ยมทอง ไม่เห็นด้านหลัง จึงไม่รู้ว่าอักขระที่หลวงพ่อลงในเหรียญนั้นเป็นอย่างไร วันนี้ได้ภาพเหรียญรุ่นนี้มาอีก เป็นเหรียญเปลือยไม่ได้เลี่ยมแต่อย่างใด จึงเห็นตัวอักขระเลขยันต์อย่างชัดเจน เป็นยันต์ที่หลวงพ่อได้เขียนขึ้นเองตามตำรา กำหนดให้ช่างแกะเหรียญลงตามนี้ทุกตัวอักษร เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด...ความโด่งดังของ หลวงพ่อสมภพ สมัยที่อยู่วัดสาลีโข เป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างไกล มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ถึงกับลูกศิษย์ส่วนใหญ่เรียกท่านว่า หลวงพ่อสาลีโข ทั้งๆ ที่ท่านเป็นเพียงพระลูกวัดเท่านั้น ทำให้พระผู้ใหญ่ในวัดไม่พอใจ ท่านจึงตัดสินปัญหาด้วยการออกจากวัดสาลีโข แล้วมุ่งหน้าสู่ จ.ปทุมธานี ได้ที่ดินแปลงหนึ่งแถว ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว ณ ที่นี่ ท่านได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้น โดยใช้ชื่อว่า พุทธอุทยานธรรมโกศล ท่านได้อยู่ที่นี่อย่างสงบ สมถะ สันโดษ โดยตั้งหน้าตั้งตาเขียนตำราอักขระเลขยันต์ต่างๆ อย่างเงียบๆ เพียงผู้เดียว แต่พอถึงวันสำคัญที่ท่านจัดงาน ปรากฏว่ามีลูกศิษย์ไปร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น จนล้นพื้นที่พุทธอุทยาน...หลวงพ่อสมภพ มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ขณะนี้สรีระของท่านยังประดิษฐานอยู่ที่ พุทธอุทยานธรรมโกศลพุทธ ให้ผู้ศรัทธาเลื่อมใสได้ไปกราบไหว้เป็นประจำ ก่อนหน้าที่หลวงพ่อจะมรณภาพ ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปกราบท่านหลายครั้ง ได้รับทั้งคำสอนที่มีคุณค่า และวัตถุมงคลอันเลิศล้ำในพุทธคุณ...สำหรับ เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่เผือก ปี ๒๕๑๒ นี้ท่านเรียกว่า “เหรียญขี่สิงห์” ด้านหน้าเป็นองค์ หลวงปู่เผือก (อาจารย์ของหลวงพ่อสมภพ) นั่งอยู่บนสิงหราช (ดีทางมหาอำนาจ) ล้อมด้วยพระคาถาสำคัญๆ มากมาย เหรียญรุ่นนี้สร้างด้วยเนื้อทองคำ ๙ เหรียญ เงิน ๑๐๘ เหรียญ และทองแดง ๒,๕๑๒ เหรียญ ในภาพนี้เป็นเหรียญทองแดงของ มหา แม่กลอง เช่าหากันที่หลักหมื่นกลาง •••
    
              ••• หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา จ.ปราจีนบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลังที่สุดรูปหนึ่งของเมืองปราจีนบุรี โดยเฉพาะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๘) ท่านเป็นที่พึ่งของทหารหาญและชาวบ้านเป็นอันมาก วัตถุมงคลของท่านได้ช่วยชีวิตคนไทยให้รอดพ้นจากภัยสงครามมาแล้วเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม และ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ที่โด่งดังในยุคเดียวกัน เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อจาด ออกเมื่อปี ๒๔๘๔ เป็นเหรียญหลักยอดนิยมในทุกวันนี้ สำหรับในภาพนี้เป็น เหรียญรุ่นปี ๒๔๙๕ ออกแบบได้งดงามแปลกตามาก พิมพ์ไม่เหมือนใคร รูปร่างคล้ายกลีบบัว มีรูปหลวงพ่อครึ่งองค์อยู่ในซุ้มใบเสมา เหรียญรุ่นนี้ออกที่วัดบางยาง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดบางกระเบา ประมาณ ๒ กม. หลวงพ่อได้เมตตาให้สร้างเหรียญนี้ขึ้นเพื่อนำปัจจัยสร้างเสนาและบูรณะวัดบางยางโดยเฉพาะ มีทั้งเนื้อเงินและเนื้อทองแดง สำหรับเหรียญเงินมีทั้งลงยาและไม่ได้ลงยา นัยว่าเป็นเหรียญคะแนน สำหรับแจกกรรมการ เจ้าของเหรียญนี้ คือ ป๋อง สุพรรณ เช่าหากันที่หลักหมื่นปลายถึงหลักแสนต้น...หลวงพ่อจาด เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๕ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี พ.ศ.๒๔๓๖ ท่านได้บรรพชาที่วัดบ้านสร้าง หลังจากนั้นท่านได้ย้ายมาอยู่ประจำที่วัดบางกระเบา ศึกษาพระธรรมและวิชาอาคมต่างๆ จากพระอาจารย์หลายท่านที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูสิทธิสารคุณ ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ สิริรวมอายุได้ ๘๔ ปี พรรษา ๖๔ สำหรับวัตถุมงคลของท่าน นอกจากเหรียญแล้วยังมี พระกริ่ง ออกที่วัดบางหอย พระปิดตา ตะกรุด เสื้อยันต์ ผ้ายันต์ ฯลฯ •••
   
              ••• ด้วยความที่ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ทุกรุ่นที่ปลุกเสกโดย พระอาจารย์ทิม ล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ราคาเช่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จนชาวบ้านทั่วไปที่มีปัจจัยน้อยไม่สามารถจะเช่าบูชาได้ ทำให้  พระหลวงพ่อทวด รุ่นหลังๆ ที่ออกมาจาก วัดช้างให้ พลอยได้รับความนิยมไปด้วย เพราะถึงอย่างไรก็เป็นรูป หลวงพ่อทวด ที่ออกมาจาก วัดช้างให้ ย่อมมีความขลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนๆ กัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อทวด รุ่นปี ๒๕๒๔ ได้รับความนิยมสูง รวมทั้งรุ่นเสาร์ห้า รุ่น ๑๐๐ ปี พระอาจารย์ทิม ก็ได้รับความศรัทธาสนใจไปด้วย สำหรับเหรียญที่เห็นนี้ เป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ พระอาจารย์ทิม ได้ปลุกเสกเพื่อนำไปแจกชาวพุทธที่วัดไทยบนเกาะปีนัง คือ วัดไชยมังคลาราม โดยนำแม่พิมพ์ด้านหน้ารุ่น เลื่อนสมณศักดิ์ ปี ๒๕๐๘ มาปั๊มขึ้นใหม่เมื่อปี ๒๕๑๑ ส่วนด้านหลังเป็นรูปพระนอน ซึ่งวัดช้างให้ไม่เคยออกเหรียญที่มีรูปแบบนี้มาก่อน นับเป็นเหรียญพิมพ์พิเศษจริงๆ สำหรับ พระนอน ในภาพนี้อาจจะหมายถึง พระนอน ที่วัดช้างให้ หรืออาจจะเป็น พระนอน ที่วัดไชยมังคลาราม เกาะปีนัง ก็ได้ เหรียญนี้เป็นของ ริญญารัตน์ เพชรพันธุ์ทอง หลานสาวของ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง เช่าหากันที่หลักหมื่นต้น •••
   
              ••• วัดไชยมังคลาราม เป็นวัดไทย (อยู่ในการปกครองของมหาเถรสมาคมเมืองไทย) อยู่ตรงกันข้ามกับวัดพม่าธรรมิการาม ถนนพม่า เขตปูเลาติกุส เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมานานกว่า ๑๖๐ ปี สร้างเมื่อพ.ศ.๒๓๘๘ ภายในอุโบสถมีพระนอนยาวที่สุดในมาเลเซีย คือ ยาว ๑๐๘ ฟุต สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธไชยมงคล เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ ในโอกาสที่เสด็จประพาสเมืองปีนัง ศิลปะของวัดนี้เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะไทย พม่า และจีน เข้าด้วยกัน แบบเรียบๆ ไม่มีการแกะสลัก หรือทำลวดลายให้ดูวิจิตรพิสดารมากนัก แต่ก็มีสีสันที่สวยงามสะดุดตาไปอีกแบบหนึ่ง แปลกจากวัดในเมืองไทย วัดแห่งนี้นอกจากเป็นที่ประกอบศาสนกิจของชาวพุทธที่นี่แล้ว ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีผู้ไปเยือนทุกเชื้อชาติตลอดเวลา โดยเฉพาะคนไทยที่ไปจากเมืองไทย เมื่อไปถึงเกาะปีนังจะต้องไปไหว้พระและชมวัดนี้เสมอ...บนเกาะปีนังทุกวันนี้ยังมี คนไทย ที่สืบเชื้อสายจากคนรุ่นก่อน สมัยที่เกาะนี้ยังเป็นของไทยมาก่อน คนไทยเหล่านี้อาศัยอยู่ที่นี่มากพอสมควร ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ที่นี่เป็นคนเชื้อสายจีน นับถือศาสนาพุทธ ทำให้เกาะปีนังมีวัดไทยหลายแห่ง ที่มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันสำคัญๆ สำหรับ วัดไชยมังคลาราม เป็นวัดที่ได้รับ เหรียญหลวงพ่อทวด มาจาก พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ แจกให้ชาวพุทธหลายรุ่นด้วยกัน เรียกว่า รุ่นแจกปีนัง ชั่วโมงนี้เช่าหากันที่หลักหมื่นขึ้นไปทุกรุ่น ••• พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต •••