ไลฟ์สไตล์

เรือนเวลา...บอกความสำเร็จของ'แบงค์'

เรือนเวลา...บอกความสำเร็จของ'แบงค์'

08 ก.ย. 2555

เรือนเวลา...เครื่องบอกความสำเร็จของ 'แบงค์' กชกร : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง: ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ : ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

              ผมมองว่านาฬิกาเป็นเครื่องประดับที่อยู่คู่กับคนทุกคน มีเรื่องราวที่มาแตกต่างกันไป แต่ละยี่ห้อก็มีความหมายสำหรับคนใส่ที่ไม่เหมือนกัน

              เวลาที่ผ่านไปแต่ละช่วงวัยไม่เคยสูญเปล่า ทุกการกระทำล้วนเป็นบทเรียนและแรงผลักดันให้ปัจจุบันค่อยๆ สวยงามเสมอ หนึ่งในสเต็ปชีวิตของหนุ่มนักธุรกิจไฟแรง "แบงค์" กชกร เกียรติสมมารถ แบรนด์แมเนเจอร์ รองเท้าสมาร์ทชูส์ ซาราแมนด้า บริษัท บาซินี่ เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่เติบโตมากับกิจการตัดเย็บรองเท้าหนังของครอบครัวตั้งแต่จำความได้ และตอนนี้ก็เริ่มนำมุมมองของคนรุ่นใหม่มาพัฒนากิจการในแนวทางของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่เมื่อกลับมาอยู่หลังม่านผู้บริหารเมื่อไหร่หนุ่มคนนี้ก็บอกว่าชอบคลุกคลีอยู่กับนาฬิกาเรือนโปรดของสะสมที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ ที่มาของเรือนเวลาหรูเหล่านี้ก็ชวนให้นึกถึงตัวเองในวันเก่าๆ ได้เป็นอย่างดี

             ว่าแล้วหลังการทำงานออกตรวจดูช็อปสินค้า เจ้าตัวก็ไม่ลืมหอบหิ้วนาฬิกาสายหนังเรือนโปรดจัดเรียงใส่กล่องไม้อย่างประณีต พร้อมบอกเล่าถึงความชอบส่วนตัวนี้ให้เราฟังแบบยาวๆ ว่าทั้งหมดนี้เป็นรางวัลชีวิตที่ตัวเองพยายามทำงานหาเงินซื้อตั้งแต่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด บรู๊คส์ ประเทศอังกฤษ ทางด้านการตลาดทั้งปริญญาโทและตรี และเริ่มสานต่อกิจการครอบครัวจากคุณพ่อสัมพันธ์ และคุณแม่พีรนุช เกียรติสมมารถ ตั้งแต่อายุ 22 ส่วนนาฬิกาสำหรับหนุ่มคนนี้นอกจากเป็นเครื่องบอกเวลาแล้ว รูปลักษณ์ภายนอก ยังเป็นเครื่องหมายของวัยวุฒิและประสบการณ์อีกด้วย

             "ผมไม่ชอบแนวหรูหรา หรือนาฬิกาที่เป็นสายเหล็กสวยๆ คงเพราะอยู่กับหนังมาตั้งแต่เด็ก เลยชอบแนววินเทจ สายหนังสามารถเปลี่ยนสายได้ตามวาระมากกว่า ที่จริงผมเริ่มต้นสะสมมาตั้งแต่เด็กเลย จะคอยซื้อมาใส่เรื่อยๆ กับพี่ชายฝาแฝด ("บิ๊ก" กรกช  เกียรติสมมารถ) เอามาสลับกันใส่ตลอด พวกแบรนด์วัยรุ่นตอนเด็กๆ ก็นิยมเป็นสายยางสีสวยๆ จนโตมาก็เริ่มหาที่เป็นดีไซน์ตามบุคลิกเรา ผมชอบอะไรที่เป็นแนววินเทจ นาฬิกาของ พาเนอราย (Panerai) เป็นแบรนด์ไฮเอนด์แรกๆ ที่เก็บเงินซื้อหลังเริ่มทำงาน เพราะว่าชอบสไตล์สายหนัง มีองค์ประกอบสวยๆ ไม่ต้องซับซ้อนมาก ตัวแรกได้มาราคาแสนกว่าๆ เป็นนาฬิกาที่ชาร์จเองได้ในตัว ไม่ต้องไขลาน ไม่ต้องใส่ถ่าน ผมว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์เราดี เรือนนี้ถือว่าเป็นรางวัลที่เราทำงานแล้วประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง" หนุ่มแบงค์เผยถึงที่มาของการสะสม

               จากเรือนแรกที่ใส่ติดตัวเป็นประจำ เจ้าสัวหนุ่มโรงงานรองเท้ายักษ์ใหญ่ ในวัย 27 ปี ก็ลุกขึ้นมาเปิดกล่องไม้แนะนำสมาชิกนาฬิกาหรูที่คัดสรรมาแล้วว่ารักจริงๆ 5 เรือน จากจำนวนที่ช่วยกันสะสมกับพี่ชายทั้งหมดกว่า 15 เรือน ทั้งหมดเป็นดีไซน์แนววัยรุ่นที่หนุ่มแบงค์ชื่นชอบ และตั้งใจซื้อให้ตัวเองปีละ 1-2 เรือนเท่านั้น   อาจมีดีไซน์แปลกที่หน้าปัดโล่งเปล่า จะแสดงตัวเลขแค่ในเวลานั้นๆ ของ อิเซ่ มิยาเกะ ที่เจ้าตัวบอกว่าเลือกซื้อมาแบบไม่ลังเล เพราะชอบไอเดียและความเรียบหรูของสายหนัง ใส่เรือนนี้ไปงานสังสรรค์ทีไรก็มั่นใจทุกที และยังมีเรือนอื่นๆ ที่แสดงความเป็นวินเทจชัดเจน โดยเจ้าตัวคอนเฟิร์มว่าใช้คุ้มทุกเรือนเพราะเข้ากับการแต่งกายได้หลายแบบ

               "ในวันธรรมดาก็จะใส่สายหนังกับเสื้อผ้าสบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีน ถ้าต้องไปประชุมทางการก็จะมีเรือนที่เป็นเหล็กไว้เปลี่ยนเพื่อให้ดูเป็นทางการมากขึ้น และมีเผื่อไว้เวลาไปเที่ยวหรือไปออกกำลังกายจะเป็นคนชอบลุยอยู่มาก ก็จะใส่เป็นสายยางธรรมดาหรือแบบแฟชั่นสนุกๆ ไปเลย ความจริงผมมีนาฬิกาเยอะก็เพื่อใช้ประโยชน์ให้หลากหลายสถานการณ์ ทั้งถูกและแพงใช้ได้หมดจะเน้นอรรถประโยชน์ ความคุ้มค่าในการใช้มากกว่า เรื่องของความแพงผมว่ามันเป็นการลงทุน ทั้งเพื่อความสวยงามและการค้า เพราะของพวกนี้อนาคตเราสามารถขายต่อได้ในราคาที่สูงขึ้น รับรองว่าราคาไม่มีตก เคยมีที่ซื้อมาแล้วไม่ค่อยได้ใช้งานก็เอาไปขายเพื่อซื้อเรือนใหม่ที่ใช้ประโยชน์จริงได้มากกว่า ผมว่ามันก็ไม่เสียหายอะไร เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่" นักบริการหนุ่มให้แง่มุมถึงการลงทุนซื้อนาฬิกาหรู

                 เมื่อรับหน้าที่ดูแลโรงงานผลิตรองเท้าส่งออกที่ตั้งอยู่ทั้งที่ จ.สระบุรี และนครปฐม จนมียอดการจำหน่ายระดับพันล้านทั่วโลกได้พักใหญ่ ก็ขอฉีกแนวธุรกิจเล็กน้อยด้วยการนำเข้าแบรนด์รองเท้าจากประเทศออสเตรเลียมาตัดเย็บและจัดจำหน่ายอีกทาง เพราะความสนใจที่เจ้าตัวชอบไปช่วยแยกหนัง และตัดเย็บในโรงงานตั้งแต่เด็ก จึงทำให้สนใจหาเทคโนโลยีใหม่ๆ และศึกษาเรื่องแฟชั่นอยู่เสมอ แถมตั้งเป้าหมายไว้ว่าถ้าผลงานเป็นที่พอใจเมื่อไหร่ก็จะถอยนาฬิกาหรูรุ่นต่อไปให้ตัวเองใส่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จอีกครั้ง

               "เรือนต่อไปที่มองไว้คือ ปาเต็ก ฟิลลิป 5980 (patek philippe) จะเป็นแนวผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ผมมองว่านาฬิกาเป็นเครื่องประดับที่อยู่คู่กับคนทุกคน มีเรื่องราวที่มาแตกต่างกันไป แต่ละยี่ห้อก็มีความหมายสำหรับคนใส่ที่ไม่เหมือนกัน โรเล็กซ์ สำหรับผมคือความหรูหรามีประสบการณ์ พาเนอรายก็มีสไตล์ในแบบของคนวัยรุ่นหรือคนทำงานใหม่ๆ ที่กำลังมีไฟ อิเซ่ มิยาเกะ เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ ปาเต็ก ฟิลลิป ก็เป็นความคลาสสิกเก่าแก่ มีเรื่องราวของการต่อสู้ฝ่าฟัน และประสบความสำเร็จในที่สุด ถ้าย้อนไปตอนเด็กๆ อีกก็ชอบซื้อดีเซล หรือฟอสซิล ใส่เพราะแสดงถึงความสนุกสนาน ความโลดโผนแบบวัยรุ่นได้ดี แต่ความจริงผมไม่ใช่คนศึกษาประวัติศาสตร์ของแต่ละแบรนด์อย่างลึกซึ้ง จะดูที่ดีไซน์ความสวยงาม และความรู้สึกมากกว่า สำคัญคือความคุ้มค่า สังเกตได้ว่าแต่ละรุ่นที่ชอบจะเป็นลายกลางๆ ไม่หวือหวา ผมว่าตัวเรือนแบบนี้มันใส่ไปได้ทุกที่ แถมเรื่องคุณภาพก็ไม่ต้องกังวลมาก ตัวเองก็ไม่ค่อยมีขั้นตอนการดูแลเยอะเท่าไหร่ หลังใส่เสร็จก็ทำความสะอาดใส่กล่องเดิมของเขา ไม่ค่อยเอาไปเช็คสภาพไปตรวจดูทุกปีเพราะเชื่อว่าแบรนด์พวกนี้ทำมาให้เราใส่ได้นานๆ อยู่แล้ว" คนรักนาฬิกาบอกถึงความสำคัญของแต่ละเรือน

               ช่วงชีวิตของคนรุ่นใหม่สำหรับหนุ่มนักสร้างรองเท้าคนนี้ คือการทำทุกอย่างตั้งแต่เรื่องการดูสต็อกสินค้า เข้าโรงงาน รวมถึงหมั่นเติมไฟให้ชีวิต เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจไอเดียใหม่ ด้วยทำอะไรใหม่ๆ ทุกวันเสมอ ไม่แปลกที่จะตรงกับความหมายของนาฬิกาสายหนังเรือนโปรดบนข้อมือของเจ้าตัว ที่หมายถึงความท้าทายของการงานในวัยหนุ่มที่ต้องพยายาม ต่อสู้ และอดทนให้ก้าวสู้ความสำเร็จไปได้ด้วยดีแบบตรงตัว


.............................................
( เรือนเวลา...เครื่องบอกความสำเร็จของ 'แบงค์' กชกร : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง: ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ : ธนาชัย ประมาณพาณิชย์)