ไลฟ์สไตล์

ตำนานไหมไทยเทิดไท้ราชินี

ตำนานไหมไทยเทิดไท้ราชินี

07 ก.ย. 2555

ตำนานไหมไทย เทิดไท้ราชินี

                              "ผ้าไหมไทย" มีชื่อเสียงขจรขจายได้รับความนิยมไปทั่วโลกได้จนถึงวันนี้ ล้วนเกิดจากพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงส่งเสริมให้พสกนิกรยากจนได้มีอาชีพเสริมนอกจากการประกอบอาชีพทางการเกษตร ดังนั้นในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมหม่อนไหม จึงได้จัดงาน "ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" มี ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าว ที่ห้องประชุม 123  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันก่อน

                              ธีระ วงศ์สมุทร เปิดเผยถึงการจัดงานในครั้งว่า นอกเหนือจากการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ที่มีต่อวงการไหมไทย แล้ว งานนี้ประชาชนยังจะได้รับทราบและเข้าใจถึงความสำคัญของเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ภายใต้สัญลักษณ์ "ตรานกยูงพระราชทาน" ซึ่งเล็งถึงความสำคัญในทุกกระบวนผลิตผ้าไหม ตั้งแต่ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทอผ้าไหม ทั้งนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ เป็นองค์ประธาน ด้วย

                              สำหรับ เสริฐ โกศัลวิตร ให้รายละเอียดของกิจกรรมภายในงานซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 กันยายน 2555 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ประกอบไปด้วยนิทรรศการที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณด้านหม่อนไหม นิทรรศการตรานกยูงพระราชทาน การจัดแสดงชุดพระยาแรกนาขวัญ สิ่งประดิษฐ์จากรังไหม การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผ้าไหมจากทั่วประเทศกว่า 120 ร้าน และร้านจากศูนย์ศิลปาชีพอีกกว่า 30 ร้าน รวมถึงการเปิดเวทีให้เกษตกรผู้ผลิตผ้าไหมได้พบปะกับผู้ประกอบการเพื่อขยายตลาดสินค้าทั้งในและต่างประเทศด้วย

                              "นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ "ไหมอินทรีย์ หรือ ไหมปลอดสารเคมี 100 เปอร์" อันเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ บริษัทเอกชน ในการพัฒนาตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นหม่อน ไข่ไหม พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไหมถูกเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ เช่นเดียวกับการสาวไหมด้วยกาวธรรมชาติ รวมถึงขั้นตอนการย้อมด้วยสีธรรมชาติ จนเป็นที่ยอมรับของสหภาพยุโรป (อียู) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดจากพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานตรานกยูง ภายใต้การมุ่งเน้นด้านการอนุรักษ์สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป ขณะเดียวกันยังมีการแสดงระบบการเรียนการสอนการทอผ้าไหมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยจะบรรจุขั้นตอนการทอด้วยลวดลายแบบกลางๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ" อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเสริม