
'คาร์บอนเครดิต'สร้างรายได้ชุมชน
บูรณาการวิจัย 'คาร์บอนเครดิต' เพิ่มค่าป่าไม้-สร้างรายได้ชุมชน : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ
ภารกิจของกรมป่าไม้ภายใต้การบริหารของอธิบดีคนปัจจุบัน "สุวิทย์ รัตนมณี" ไม่เพียงแต่เป็นการป้องกันและรักษาป่าของประเทศไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับนโยบายการทำงานแบบบูรณาการของหน่วยงานภายในองค์กร ล่าสุดได้มอบนโยบายให้หน่วยป้องกันรักษาและควบคุมไฟป่าเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในการเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตของต้นไม้ในป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศ 1,221 ป่า มีพื้นที่กว่า 67.7 ล้านไร่เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาวิจัยคาร์บอนเครดิตในเนื้อไม้ โดยนำร่องที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ชย.3 จ.ชัยภูมิ
สุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวถึงภารกิจของกรมป่าไม้ว่ามีภารกิจในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญ 4 ด้านคือ การป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดด้านกฎหมายป่าไม้ การฟื้นฟูดูแลทรัพยากรป่าไม้ในรูปแบบต่างๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและส่งเสริมพัฒนางานวิจัยเพื่อต่อยอดและใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการดำเนินงานต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ในกรมป่าไม้บูรณาการในการดำเนินการร่วมกันเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลาและบุคลากร รวมทั้งช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ของสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าที่ปฏิบัติงานอยู่ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าทั้ง 491 แห่งทั่วประเทศจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ การจดบันทึกข้อมูล รวมทั้งการศึกษาชนิดไม้ต่างๆ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ทั้ง 1,221 ป่า โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักวิจัยให้กับนักวิชาการของสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ซึ่งจะนำข้อมูลในภาคสนามไปวิเคราะห์โดยใช้สมการแอลโอเมตริกที่เหมาะสมเพื่อใช้ประโยชน์ผลผลิตของป่าแต่ละชนิดแต่ละแห่งต่อไป
อธิบดีกรมป่าไม้เผยอีกว่าสำหรับการดำเนินงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการวัดการเจริญเติบโตของต้นไม้ในป่าสงวนแห่งชาติได้ดำเนินการนำร่องที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ชย.3 จังหวัดชัยภูมิ เป็นแห่งแรก ทั้งนี้ สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ จะกำหนดเป็นแผนงานในการดำเนินการในปี 2556 โดยให้หน่วยป้องกันรักษาป่าทุกหน่วยได้มีโอกาสมาฝึกอบรมการสำรวจชนิดไม้ การศึกษาการเจริญเติบโต การบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักวิจัยให้กับนักวิชาการของกรมป่าไม้
อย่างไรก็ตามกรมป่าไม้คาดว่าข้อมูลที่สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าและสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ร่วมมือกันในการดำเนินงานในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการประมาณตารางปริมาตรไม้ในป่าธรรมชาติของประเทศ ทำให้สามารถคาดการณ์และวางแผนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของกรมป่าไม้และประเทศไทยในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคาร์บอนเครดิตด้วย
ขณะที่ อำนวยพร ชลดำรงค์กุล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านจัดการและควบคุมป่าไม้กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจกรรมของหน่วยป้องกันและรักษาป่า ชย.ที่ 3 จ.ชัยภูมิ โดยระบุว่าขณะนี้กรมป่าไม้มีแนวคิดใหม่ที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในกรมป่าไม้เองและหน่วยงานข้างนอกเพื่อป้องกันและรักษาป่าของประเทศไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะการให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมภายใต้โครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า(รสทป.) ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จนถึงปัจจุบันมีราษฎรที่ได้รับการฝึกอบรมเป็น รสทป.แล้วทั้งสิ้น 145,000 คน
"ในส่วนงานวิจัยคาร์บอนเครดิตในเนื้อไม้ที่กรมป่าไม้ได้นำร่องที่หน่วยป้องกันและรักษาป่า ชย.ที่ 3 จ.ชัยภูมิก็จะทำให้ชาวบ้านรู้ค่าของไม้และในอนาคตสามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้ จะแรงจูงใจให้ชาวบ้านมาช่วยกันดูแลรักษาป่า อีกทั้งยังนำข้อมูลที่ได้คิดค่าเสียหายกับคนที่บุกรุกทำลายป่าได้ด้วย" อำนวยพรกล่าวย้ำ
นับเป็นอีกก้าวของกรมป่าไม้ในการประสานทำงานแบบบูรณาการมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกัน ฟื้นฟูและดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสำคัญ
-------------------
(บูรณาการวิจัย 'คาร์บอนเครดิต' เพิ่มค่าป่าไม้-สร้างรายได้ชุมชน : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ)



