
ไม่มีการทุจริต กองทุนเกษตร
เกิดปัญหาขึ้นภายในสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาศรีสะเกษ เนื่องจากลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าสำนักงาน
ที่ผ่านมาเกษตรกรได้เรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้สั่งย้ายหัวหน้าคนนี้แล้ว แต่มีผู้คัดค้าน ครั้งนี้สุดเอือมระอาเพราะมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจมากขึ้นวัน
การสมัครรับพนักงานแต่ละรอบ มีการเรียกเงินจากผู้สมัครรายละ 20,000-50,000 บาท โดยให้อนุกรรมการเป็นผู้จัดหา และมีการเรียกร้องเงินร้อยละ 20 จากประธานองค์เกษตรกรเกี่ยวกับโครงการกู้ยืมเงินมาพัฒนาองค์กร ซึ่งขณะนี้มีองค์กรหนึ่งที่ได้ยื่นฟ้องเรื่องยังอยู่ที่ศาล เพราะสำนักงานไม่ยอมจ่ายเงินให้
การเบิกจ่ายเงินค่าเดินทางของลูกจ้างชั่วคราวโครงการปรับโครงสร้างหนี้ โดยร่วมมือกับพนักงานอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชีและลูกจ้างประจำฝ่ายจัดการหนี้ และมีการเรียกร้องค่าอบรมเกษตรกรโครงการปรับโครงสร้างหนี้ กับศูนย์ฝึกอบรมร้อยละ 20
นอกจากนี้หัวหน้าสำนักงานก็ไม่ค่อยมาทำงาน แต่ทำการเบิกจ่ายเงิน เวลามีคนโทรหา ลูกน้องจะบอกว่าออกพื้นที่สำรวจเกษตรกร
อย่างเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา ก็มีการเรียกเงินจากผู้สมัครผู้แทนเกษตรกร บอกว่าจะช่วยหาเสียงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่แล้วก็ไม่ได้ช่วยทำให้ผู้สมัครไม่ได้รับเลือก และมีเรื่องกันจนถึงปัจจุบัน
ลูกจ้างชั่วคราว
ตอบ
นายอังกูร จำเริญสาร หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาศรีสะเกษ ชี้แจงว่า เรื่องที่มีการร้องเรียนมานี้ เข้าใจว่ามีอยู่องค์กรหนึ่งที่มีปัญหา คือ ได้เข้ามาทำเรื่องกู้ยืมเงิน 500,000 บาท แต่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ เป็นผู้ดำเนินการอนุมัติวงเงินให้ ทางสาขาไม่มีสิทธิ์ที่จะอนุมัติเงินให้ใครได้ทั้งนั้น
สำนักงานใหญ่ได้อนุมัติเงินให้กับองค์กรนี้ 429,000 บาท ซึ่งไม่ครบวงเงิน 500,000 บาท เพราะสำนักงานใหญ่โอนเงินให้ได้เพียงเท่านี้ โดยมีสลิปไว้ให้ ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานใหญ่ได้สอบถามกับองค์กรนี้แล้ว ว่าพอใจหรือไม่ ทางองค์กรก็บอกว่า พอใจไม่มีปัญหาอะไร
ดังนั้นเมื่อทำเรื่องเสร็จก็ได้ให้องค์กรนี้เข้ามาทำสัญญากู้ยืมกับกองทุนฟื้นฟู โดยได้แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดแรกจ่าย 300,000 บาท งวดที่ 2 จำนวนเงินที่เหลือ 129,000 บาท ไม่สามารถดำเนินการจ่ายให้ได้ เพราะอยู่ๆ ทางองค์กรนี้ก็ได้ทำหนังสืออุทธรณ์ขึ้น สำนักงานใหญ่จึงบอกว่าเรื่องยังอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ จึงไม่สามารถโอนเงินส่วนที่เหลือให้ได้ กองทุนฟื้นฟูก็ต้องปฏิบัติตาม
หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร บอกว่า ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นในสำนักงาน คาดว่าเรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งกัน น่าจะเป็นเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวที่ทำให้มีปัญหา ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่เคยมีการกระทำ หรือคิดจะกระทำ ตามที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้าง
หัวหน้าสำนักงาน บอกว่า อยากให้ผู้ร้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แล้วเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพราะหากทำในสิ่งที่ไม่ดีจริง สำนักงานใหญ่ที่ กทม.จะต้องเรียกตัวเข้าไปสอบถามความเป็นจริงแล้ว
ลุงแจ่ม



