
บี้ไฮโซ'ชูชัย'ฟังคนอัมพวา-ปรับตึก
คนรักแม่กลอง เรียกร้องตั้งวงถกหาทางออก "ชูชัยบุรี" อยู่ร่วมวิถีเดิมอัมพวา แนะ รร.หรู ปรับแบบกลมกลืนวัฒนธรรมสองฝั่งคลอง ขณะที่สถาปัตย์จุฬา ยัน "ชูชัยบุรี" ไม่กระทบ "รางวัลมรดกโลกทางวัฒนธรรม"
5 ก.ย. 55 ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันถึงความเหมาะสมว่าโครงการ "ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา" ที่นายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ นักธุรกิจค้าอัญมณี ทุ่มทุนกว่า 500 ล้านบาท สร้างเป็นโรงแรมที่พักหรูหราระดับ 5 ดาวนั้น สมควรตั้งอยู่บนพื้นที่อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของชาวอัมพวา จ.สมุทรสงคราม หรือไม่ เพราะสถาปัตยกรรมของโครงการมีความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่มานานนับร้อยปี
ล่าสุด แม้จะมีการเจรจาทำความเข้าใจกันระหว่างเจ้าของธุรกิจ และผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ห้องประชุมสาธารณสุขเทศบาลตำบลอัมพวา แต่ก็ยังไม่มีข้อยุติว่า โครงการดังกล่าวจะยังคงเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามรูปแบบเดิม หรือจะยอมปรับแบบโครงการให้สอดคล้องกับวิถีดั้งเดิมตามข้อเรียกร้องของชาวอัมพวา และประชาคมคนรักแม่กลองหรือไม่
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายศิริวัฒน์ คันทารส ประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่า หลังจากประชาคมคนรักแม่กลองได้พูดคุยกับนายชูชัย เจ้าของโครงการ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่านายชูชัย พร้อมทำทุกอย่างเพื่อความสบายใจของคนในชุมชน แถมยังบอกด้วยว่าหากมีมติให้ทุบทิ้งก็ยอมทำตาม แต่คนแม่กลองไม่คิดถึงขั้นนั้น เพราะรู้ดีว่าการมาถึงของธุรกิจและกลุ่มทุนของนายชูชัย อีกด้านหนึ่งถือเป็นเรื่องดี คือการสร้างงาน สร้างเงิน แต่การอยู่ร่วมกันต้องมีกติกาสังคม ต้องคำนึงถึงศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ที่ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ยึดโยงกันมายาวนาน
"ถึงจุดนี้คนแม่กลองกำลังรอความจริงใจของคุณชูชัย ว่าจะทำจริงอย่างที่พูดหรือไม่ โดยการรับฟังเสียงของประชาคมท้องถิ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคาร หรือการตกแต่งให้สอดคล้องกับความเป็นอัมพวา เพราะพวกเรายอมรับที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ มันไม่กลมกลืนกับความเป็นอัมพวา ยกตัวอย่างถ้าคุณชูชัยนำโรงแรมของคุณไปตั้งในย่านถนนราชดำเนิน น่าจะเข้ากันได้ดีกว่าที่นี่ เนื่องจากเป็นศิลปะในยุคเดียวกันใกล้เคียงกัน ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีใครสักคนยกบ้านเรือนของชาวอัมพวาไปตั้งไว้ที่กรุงปารีส สถาปัตยกรรมเหล่านี้คงไม่น่าดูแน่ๆ นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ" นายศิริวัฒน์กล่าว
ประชาคมคนรักแม่กลองย้ำว่า ข้อเรียกร้องของคนรักแม่กลองคือ ต้องการให้นายชูชัย จัดประชุมหาทางออกในเรื่องนี้ เพื่อร่วมกันคิดร่วมกันแสดงความเห็น โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งชาวอัมพวา ชาวแม่กลอง ผู้นำชุมชน นักวิชาการ มานั่งคุยกัน และไม่ใช่ทำแบบเงียบๆ เพียงครั้งเดียว ต้องคุยกันหลายรอบ กระทั่งความคิดตกผลึก นั่นคือสิ่งที่เรากำลังรอความจริงใจจากฝ่ายของนายชูชัย
"ประชาคมคนรักแม่กลอง มองว่าช่วงโหว่และเป็นต้นเหตุสำคัญของเรื่องนี้ เนื่องจากเราไม่มีกฎหมายผังเมืองของที่นี่ ดังนั้นเป้าหมายในอนาคตพวกเราจะเรียกร้องให้มีการผลักดันร่างเทศบัญญัติผังเมืองพื้นที่อัมพวา เดิมเรามีแค่เทศบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ถือว่ายังไม่ครอบคลุมพอ เพราะกำหนดไว้แค่เรื่องแบบและขนาด แต่ไม่ลงรายละเอียดถึงเรื่องภูมิสถาปัตย์" นายศิริวัฒน์
ด้าน นายสรรชัย อารยอสนีย์ นายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า โครงการชูชัยบุรี ศรีอัมพวา ตามขั้นตอนผู้ลงทุนได้ขออนุญาตก่อสร้างในสมัยผู้บริหารเทศบาลในชุดที่ผ่านมา ทราบว่าเป็นการอนุญาตตามแบบก่อสร้างซึ่งเป็นการก่อสร้างตึกที่พักอาศัย 5 ชั้น และไม่ผิดเทศบัญญัติของเทศบาล และผู้บริหารชุดเก่าก็ไม่ผิดในขั้นตอนการอนุมัติ และโดยมารยาทเทศบาลคงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะมีช่องว่างเรื่องผังเมืองรวม ที่อยู่ในช่วงสุญญากาศ หลังจากผังเมืองรวมได้หมดอายุลงในปี 2552 และทราบว่าขณะนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการออกระเบียบผังเมืองใหม่
"ในส่วนของเทศบาลสามารถออกเทศบัญญัติหรือข้อกำหนดมาควบคุมได้ ที่วางเอาไว้จะออกข้อกำหนดในการควบคุมการก่อสร้างอาคารริมน้ำ จะมีความสูงแถวหน้าไม่เกิน 2 ชั้น และแถวหลังไม่เกิน 3 ชั้น และการก่อสร้างต้องไม่อยู่ในโซนอนุรักษ์ ส่วนบ้านที่อยู่ริมคลองอัมพวาเมื่อรื้อแล้วจะสร้างใหม่ ต้องถอยห่างจากริมตลิ่งเข้าไป 6 เมตร เพราะที่ผ่านมาบ้านริมคลองอัมพวาเกือบทุกแห่งรุกล้ำลำน้ำผิดกฎหมายกรมเจ้าท่า" นายสรรชัยกล่าว
นางภาวดี ภูมรินทร์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองอัมพวา พ.ศ.2545 ครอบคลุมพื้นที่ 14.94 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.บางช้าง ต.แควอ้อม ต.อัมพวา และ ต.สวนหลวง รวมทั้งเขต อ.เมือง อีก 3 ตำบล คือ ต.บ้านปรก ต.บางขันแตก และต.ท้ายหาด ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2545 ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2550 และต่ออายุการใช้บังคับครั้งละ 1 ปี อีก 2 ครั้ง หมดอายุการใช้บังคับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552
นางภาวดีกล่าวว่า ในปี 2550 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งใน อ.อัมพวา เข้าร่วมวางแผนและปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองอัมพวา โดยได้ร้องขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการให้ครอบคลุมทั้ง อ.อัมพวา คือ 170 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกระบวนการปรับปรุงผังเมืองรวมตามกฎหมายมีทั้งหมด 18 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ การสำรวจและกำหนดเขตผังเมือง การรับฟังความคิดเห็นประชาชน ประชุมคณะกรรมการผังเมือง ก่อนกระทรวงมหาดไทยพิจารณาร่างเป็นกฎหมายบังคับใช้ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือ การประชุมคณะกรรมการผังเมือง
"ในส่วนของผังเมืองรวมเมืองอัมพวาขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือประชุมคณะกรรมการผังเมือง ซึ่งสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากกรมโยธาธิการและผังเมืองต้องดูแลผังเมืองรวมทั้งประเทศมีกว่า 100 ผัง และคณะกรรมการในแต่ละคณะต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ซึ่งคาดว่าหากเป็นไปตามขั้นตอนและไม่มีการปรับแก้ร่างผังเมืองรวมเมืองอัมพวานั้นก็คาดว่าจะเสร็จภายใน 1 ถึง 2 ปีนี้ อย่างไรก็ตามหากผังเมืองรวมประกาศใช้บังคับแล้ว อาคารที่ผิดข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินจากผังเมืองแต่มีการก่อสร้างก่อนผังเมืองบังคับใช้ ไม่ต้องแก้ไขแต่อย่างใด เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง"
นางภาวดีกล่าวอีกว่า ในส่วนของร่างผังเมืองรวมเมืองอัมพวา ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 นั้น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียวคือที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม โดยบริเวณริมคลองอัมพวาเป็นสีน้ำตาลอ่อนคือที่ดินประเภทอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย หากร่างผังเมืองรวมเมืองอัมพวานี้มีผลบังคับใช้ ที่ดินประเภทนี้หากเป็นของเอกชนให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น หัตถกรรม อุตสาหกรรมในครัวเรือน การท่องเที่ยว การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม การสาธารณูปโภค สาธารณูประการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามอีก 26 ข้อ รวมถึงห้ามสร้างโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม เว้นแต่โรงแรมที่มีพื้นที่ประกอบการไม่เกิน 300 ตารางเมตรและห้ามสร้างอาคารสูงเกิน 7.5 เมตร โดยวัดความสูงของอาคารจากระดับพื้นดินถึงดาดฟ้าหรืออาคารที่มีจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากพื้นดินถึงยอดผนังของชั้นสูงสุดอีกด้วย
สถาปัตย์จุฬา ยัน "ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา" ไม่กระทบ "รางวัลมรดกโลกทางวัฒนธรรม"
รศ.ดร.ศิริวรรณ ศิลาพัชรนันท์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่ริเริ่มฟื้นฟู และส่งตลาดน้ำอัมพวา เข้าประกวดมรดกโลกทางวัฒนธรรมจนได้รับรางวัลชมเชยจากยูเนสโก กล่าวถึงกรณีโครงการ "ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา" ว่า การที่มีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นนั้น จะไม่ส่งผลกระทบ ทำให้ตลาดน้ำอัมพวา ต้องถูกถอนชื่อออกจากการเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับรางวัลชมเชยจากยูเนสโก เพราะการได้รับรางวัลมรดกโลกทางวัฒนธรรมนั้น เป็นการพิจารณาจากวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมดั้งเดิมของผู้คนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนตลาดน้ำ ไม่ได้พิจารณาจากตึกอาคาร ดังนั้น หากนายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ผู้ประกอบการธุรกิจค้าอัญมณี และเจ้าของโครงการฯ ได้มีการสร้างตึกที่ผสมกลมกลืน กับวิถีชีวิต และร่วมอนุรักษ์เอกลักษณ์ของตลาดน้ำเอาไว้ ย่อมไม่ส่งผลกระทบใดต่อรางวัล
รศ.ดร.ศิริวรรณ กล่าวต่อว่า คณะสถาปัตย์จุฬา ได้ริเริ่มฟื้นฟูตลาดน้ำอัมพวาตั้งแต่ปี 2545 จนกระทั่งตอนนี้ได้รับรางวัล และได้สร้างรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมถึงส่งเสริมให้อนุรักษ์วิถีชีวิต ปรับปรุงบ้านที่อยู่อาศัยให้เป็นดั่งเดิม เพื่อต้องการอนุรักษ์วิถีชีวิต บ้านเรือนโบราณของผู้คนในสมัยอดีต ตอนนี้หากมีการสร้างตึก อาคารสมัยใหม่โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม หรือกลมกลืนกับธรรมชาติ วิถีชีวิตของผู้คนแล้ว ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อผู้คน ชาวบ้านในพื้นที่เป็นแน่ ซึ่งกรณีของนักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ลงทุนสร้างอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ชุมชนนั้นมีมาก ไม่ใช่เพียงกรณีของนายชูชัย จึงอยากฝากนักธุรกิจ นักลงทุนต่างๆ ก่อนลงทุนควรพิจารณาถึงความเหมาะสม สอดคล้องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กรณีของนายชูชัย ถือว่ายังเป็นนักธุรกิจที่ดี ยอมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และพร้อมที่จะดำเนินการตามแนวทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ทั้งนี้ ชุมชนที่ได้รับรางวัลมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ยังคงความเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่ มี 2 แห่ง คือ ตลาดน้ำสามชุก และตลาดน้ำอัมพวา นอกนั้นจะเป็นวัดวาอารามที่ได้รับรางวัลดังกล่าวจากยูเนสโก



