
"โฮมออฟฟิศ-ทาวน์โฮมไม่บาน"ที่เบิกบานทั่วไทย
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานที่พำนักพักอาศัยอยู่ในตึกแถวทั่วประเทศ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตีพิมพ์เผยแพร่รูปแบบ ตึกแถวไม่บานในดวงใจ ที่ผมได้ออกแบบขึ้น ถือได้ว่าเป็นการเกาตรงจุดที่คันพอดีครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นก่ายหน้าผากเช่นนี้ หากใครคิดจะปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนหรือคิดจะลงทุนทำกิจการงานใดๆ ก็ต้องคิดทบทวนกันให้รอบคอบนะครับ และกรุณาอย่าลืมที่จะต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่เอาไว้ให้พร้อมสรรพ อีกทั้งยังไม่ควรจะทำอะไรให้ใหญ่จนเกินตัว เกินกำลังเป็นอันขาด ต้องน้อมนำเอาวิธีคิดเศรษฐกิจพอเพียงของ “พ่อหลวง” มาเป็นเครื่องชี้นำทางในการดำเนินชีวิต
ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานหลายต่อหลายท่านได้ติดต่อกันเข้ามามากมาย เพื่อขอคำปรึกษาในการลงทุนทำ “ตึกแถวไม่บาน” ในรูปแบบต่างๆ เช่น โฮมออฟฟิศ ทาวน์โฮม หรือจะตั้งชื่ออะไรแปลกๆ แหวกแนวกันไปก็แล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละท่านครับ แต่ในความเห็นของผมก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในรูปแบบที่หลากหลายของ “ตึกแถวไม่บาน” ที่มีรูปแบบทันสมัยยิ่งขึ้น และมีการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นไปกว่าตึกแถวรูปแบบเดิมๆ
สำหรับอาคารบ้านเรือนในรูปแบบ “ตึกแถวไม่บาน” นั้น ถ้าเราไม่ปฏิเสธความเป็นจริงก็คงต้องยอมรับนะครับ ว่าเป็นอาคารบ้านเรือนที่มี “ประโยชน์สูงและประหยัดสุด” กว่าอาคารบ้านเรือนรูปแบบใดๆ เพราะใช้พื้นที่ที่ดินในการก่อสร้างเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับอาคารบ้านเรือนรูปแบบอื่นๆ (ประมาณ 18 ตารางวาขึ้นไป) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วตึกแถวมักจะมีขนาดหน้ากว้าง 4-6 เมตร และตัวอาคารจะมีความลึก 12-15 เมตร โดยประมาณ จึงเป็นอาคารที่ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วอย่างคุ้มค่าที่สุด นอกจากนั้น ยังสามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย
เมื่อไม่นานมานี้มีแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษาผม พร้อมกับความคิดที่จะพัฒนาที่ดินผืนงามในย่านใจกลางเมือง (ราคาที่ดินต่อตารางวาร่วมแสนบาท) หลังจากที่ผมได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าวในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น อาคารประเภทสำนักงาน, อาคารประเภทห้างสรรพสินค้า, อาคารประเภทอพาร์ตเมนต์หรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงการลงทุนทำโรงแรมประเภทบูทิคโฮเทล สุดท้ายก็ค้นพบว่ารูปแบบที่ดีที่สุดและน่าจะเหมาะสมที่สุดในยุคเศรษฐกิจขาขึ้นก่ายหน้าผากเช่นนี้ คือการกลับไปสู่ “ของดีมีอยู่” นั่นคือการหันหลับไปลงทุนทำ “ตึกแถวไม่บาน” นั่นแหละครับที่ในชั่วโมงนี้ดูจะคุ้มค่ามากที่สุด เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่ผันผวนแบบมีอาการสามวันดีสี่วันไข้ดังเช่นในปัจจุบัน ผมขอฟันธงลงไปเลยครับว่าการลงทุนทำ “ตึกแถวไม่บาน” ก็น่าจะจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด
ในสัปดาห์นี้ตามคำเรียกร้องของบรรดาแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ผมขอนำเสนอ “ตึกแถวไม่บานที่เบิกบานไปทั่วประเทศ” มาให้ชื่นชมกันอีก 2 รูปแบบ เพื่อให้บรรดา แฟนๆ ได้นำไปต่อยอดทางความคิด เพราะผมมีความเชื่ออยู่เสมอครับว่า อาคารบ้านเรือนประเภทตึกแถวไม่บาน หรือโฮมออฟฟิศไม่บาน หรือทาวน์โฮมไม่บาน จะไม่มีวันสูญสลายหายไปจากสังคมไทยอย่างแน่นอน เพราะแท้จริงแล้วอาคารบ้านเรือนประเภทตึกแถวนั้นได้เข้ามาตั้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 สามารถปรับตัวยืนยงคงกระพันอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างสง่างามกว่า 100 ปี ดังนั้น สำหรับผมแล้วถือได้ว่า เป็นหนึ่งในบรรดา “ของดีมีอยู่” อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของการกินอยู่ของคนไทยมานาน จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องอนุรักษ์สืบสานและพัฒนารูปแบบตึกแถวให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น เหมาะสมกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ของคนไทยมากยิ่งขึ้น ให้เป็น “ตึกแถวไม่บานที่เบิกบานไปทั่วประเทศ” ครับ
สำหรับแฟน ๆ ชาวบ้านไม่บานท่านใดที่สนใจแนวทางในการพัฒนาที่ดินในรูปแบบ “ตึกแถวไม่บาน” หรือ “โฮมออฟฟิศไม่บาน” หรือ “ทาวน์โฮมไม่บาน” หรือจะตั้งชื่ออะไรก็แล้วแต่ หากท่านต้องการมุมมองที่แตกต่างแบบวิเคราะห์เจาะลึก ว่าจะสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ ว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี จะคุ้มทุนหรือไม่ และรูปแบบ “ตึกแถวไม่บาน” ที่ร่วมสมัยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้เป็นวิทยาทานแก่แฟนๆ ชาวตึกแถวไม่บานทุกท่านได้ที่ โทร.0-2245-1399 หรือหากติดต่อไม่สะดวกก็สามารถส่งแฟกซ์รายละเอียดได้ที่ โทร.0-2644-1479 หรือทางเว็บไซต์ยอดฮิตคนรักบ้าน www.homeloverthai.com ในสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดเช่นนี้มีอะไรก็คงต้องช่วยกันครับ
ดังนั้น หากชาวบ้านไม่บานอยากรู้เรื่องใด หรือมีความสงสัยประการใด ก็ให้ติดต่อสอบถามกันเข้ามา ทุกปัญหาที่ท่านสงสัยย่อมมีคำตอบแบบตรงไปตรงมาเสมอครับ สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงเท่านี้ ขอให้โชคดีมีชัยและปราศจากโรคภัยโดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กันทุกท่าน แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ



