ไลฟ์สไตล์

'มศว'จับมือม.เหลียวหนิงผลิต'แพทย์แผนจีน'

'มศว'จับมือม.เหลียวหนิงผลิต'แพทย์แผนจีน'

03 ก.ย. 2555

"มศว" จับมือ ม.เหลียวหนิง ผลิตแพทย์แผนจีน หลายโรคหายด้วยการรักษาแนวตะวันออก เน้นแผนจีนเป็นหลัก

               3ก.ย.2555 ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปทำความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเหลียวหนิง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนเพียงแห่งเดียวของมณฑลเหลียวหนิง มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเมืองเสิ่นหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองเสิ่นหยางเป็นเมืองเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้าทันสมัยมากในปัจจุบัน โดยมหาวิทยาลัยมีโรงพยาบาลเป็นของตนเองซึ่งมีขนาดเตียงถึง 1,900 เตียง ดูแลผู้ป่วยนอกปีละกว่า 1,500,000 คน ใช้บุคลากรทั้งสิ้นในการบริการทั้งสิ้น 2,000คน


               “ปัจจุบันโรงพยาบาลดูแลรักษาผู้ป่วยโดยการบูรณาการแพทย์แผนจีนกับแพทย์ตะวันตก อย่างเช่นมีการฝังเข็ม การใช้สมุนไพรจีน การนวดแผนจีน แต่ในขระเดียวกันก็มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เช่นเครื่อง CT SCAN ห้องผ่าตัดและห้องICUที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีที่สุดในแต่ละโรค เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคที่ต้องการการผ่าตัด ก็จะใช้การรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนโรคเรื้อรังที่การแพทย์แผนปัจจุบันรักษาไม่ได้ผลดี อย่างโรครูมาตอยด์ หรือปวดศีรษะไมเกรน จะได้รับการดูแลด้วยแพทย์แผนจีน ซึ่งได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือการดูแลผู้ป่วยสูงอายุและผู้ป่วยที่มีสภาพพิการหรือทุพพลภาพเรื้อรัง ได้รับการดูแลที่ได้ผลดีมากดดยเแพาะการแพทย์แผนจีน มีเตียงผู้ป่วยในถึง 500 เตียง”


               ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่าการลงนามบันทึกความระหว่างมศวกับม.เหลียวหนิงครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยมศวจะมีโอกาสส่งแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขได้เรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน และจะมีแพทย์แผนจีนจากม.เหลียวหนิงมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแพทย์แผนปัจจุบันจากมศว อันเป็นการสานประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งจากการเดินทางไปเจรจาความร่วมมือ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมร.พ.โดยเฉพาะแผนกแพทย์แผนจีน ซึ่งได้แก่ห้องปรุงยาสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ห้องอาบและนวดด้วยน้ำยาสมุนไพร ห้องอบตัวด้วยยาจีน ห้องใช้กระบอกไม้ไผ่ในการรักษา แม้กระทั่งการดูแลเรื่องลดความอ้วนและรักษาสิวฝ้าด้วยแผนการรักษาแบบจีน

........

(หมายเหตุ : ข้อมูลจากเฟซบุ๊ค Manvadee Nuyut)