ไลฟ์สไตล์

7 โรคติดต่อสำคัญชายแดน

7 โรคติดต่อสำคัญชายแดน

04 ก.ย. 2555

โรคที่เกิดขึ้นในอดีตแต่หวนกลับมาเป็นปัญหาใหม่ตามแนวชายแดน ขณะนี้มีเรื่องที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เกี่ยวกับโรคติดต่อสำคัญ 7 โรค ได้แก่ มาลาเรีย วัณโรค โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคอุจจาระร่วง โรคที่ป้องกันด้วยวัคซีน

 ข้อมูลในปี 2552 พบอัตราป่วยโรคมาลาเรียสูงสุดที่ 3 จังหวัดชายแดน คือ จ.ตาก อัตราป่วย 1,881 ต่อแสนประชากร รองลงมา จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ระนอง และพบปัญหาเชื้อดื้อยาเพราะกินยาไม่ต่อเนื่อง เช่น วัณโรค มาลาเรีย ทำให้ต้นทุนการรักษาสูงขึ้นเพราะต้องใช้ยาแพงขึ้น
 ทั้งนี้ 31 จังหวัดชายแดนประเทศไทยมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ความยาวรวม 5,820 กิโลเมตร เป็นพรมแดนทางบก 3,205 กิโลเมตร ทางน้ำและชายฝั่งทะเล 2,164 กิโลเมตร โดยติดกับพม่า 10 จังหวัด กัมพูชา 7 จังหวัด ลาว 12 จังหวัด มาเลเซีย 4 จังหวัด และมีต่างด้าวข้ามมาใช้มาบริการตรวจรักษาพยาบาลในฝั่งไทยประมาณร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยไทย
ปัญหาใหญ่ที่พบ  
 1.อนามัยแม่และเด็ก พบอัตราการตายของหญิงคลอดบุตรและเด็กแรกเกิดตามแนวชายแดนสูงกว่าพื้นที่ปกติ ค่านิยมของคนต่างด้าวมักชอบมีลูกมาก ทำให้อัตราการเกิดของเด็กที่ไม่มีสัญชาติในไทยสูงกว่าอัตราเกิดของเด็กไทย
 2.ข้อจำกัดระบบการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรักษาต่อระหว่างประเทศ และพื้นที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งไทยมีศูนย์พักพิง 9 แห่งใน 4 จังหวัด คือ ตาก แม่ฮ่องสอน ราชบุรี กาญจนบุรี
 3.การลักลอบนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย ซึ่งพบอยู่เนืองๆ
 4.ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบสุขภาพ เช่น การสู้รบตามแนวชายแดน การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่ยังผิดกฎหมายคาดว่ามีประมาณ 2 ล้านคน โดยมีแรงงานต่างด้าวจดทะเบียนกับกระทรวงแรงงานกว่า 9 แสนคน และมีคนต่างด้าวหรือคนไร้รัฐที่รอการพิสูจน์สถานะประมาณ 19 ชาติพันธุ์ จำนวนกว่า 4 แสนราย 
 กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ประกาศนโยบายสุขภาพดีที่ชายแดน 31 จังหวัดแนวชายแดนไทยกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ตลอด 5,820 กิโลเมตร โดยเน้น 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ครอบคลุมมาตรฐานเหมือนพื้นที่ปกติ ให้ประชาชนทั้งคนไทยและต่างด้าวเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ และการบริหารจัดการ   

วิทยา บุรณศิริ
รมว.สาธารณสุข