
ปลายฝนต้นหนาว ผู้สูงอายุ "เสี่ยงปอดอักเสบ"
ช่วงปลายฝนต้นหนาวสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงเวลาที่พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ได้บ่อยกว่าปกติ ถึงแม้ไข้หวัดจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ถ้าผู้ได้รับเชื้อเป็นผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำ และมีโรคประจำตัวอยู่เป็นทุนเดิม ความรุนแรงของโรคไข้หวัดให
ความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน ในคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ตลอดจนคนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต เบาหวาน และมะเร็ง กลุ่มนี้หากพบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ influenza จะมีความเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจพบอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และอาการติดเชื้อในหูชั้นในตามมาได้ ปอดอักเสบ หรือ “ปอดบวม” เป็นอาการที่ต่อเนื่องมาจากโรคไข้หวัดใหญ่ ที่เกิดจากการเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่ร่างกายได้รับเข้าผ่านทางระบบทางเดินหายใจส่วนกลาง
ในผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำ โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนจากปอดอักเสบสูงมาก เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุที่เป็นโรคนี้เสียชีวิตสูงถึง 50% เป็นเหตุผลให้โรคปอดอักเสบในผู้สูงอายุน่ากลัวกว่าปอดอักเสบในคนทั่วไป
ปอดอักเสบมีระยะเวลาดำเนินโรคในช่วง 3-4 วัน หลังจากเริ่มป่วยเป็นไข้หวัด ไอมีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย และมีไข้สูงตลอดเวลา อาการเหล่านี้เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่มีอาการปอดอักเสบร่วมด้วย
อาการที่พบได้บ่อย
มีอาการซึมลง หรือสับสน และไม่จำเป็นต้องมีไข้หรืออาการไอมาก่อน หากพบผู้ป่วยที่สงสัยว่าปอดอักเสบ แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจเอกซเรย์ปอดและตรวจเลือด รวมถึงนำเสมหะของคนไข้ไปตรวจเพาะเชื้อ เพื่อหาสาเหตุว่าเป็นโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อชนิดไหน
ไข้หวัดใหญ่สามารถหายเองได้หากดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ แต่ถ้าเริ่มมีอาการไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ทานอาหารไม่ได้ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร่งด่วน เพราะการซื้อยาลดไข้มาทานเองสำหรับคนปกตินั้น ร่างกายอาจหายจากไข้หวัดเองได้ แต่ในกรณีของผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว การปล่อยให้เชื้อไข้หวัดใหญ่อยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน สามารถเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน
อาการผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ไอแห้ง เจ็บคอ และมีน้ำมูก
ในผู้สูงอายุอาการจะแตกต่างออกไป เช่น มีภาวะซึมลง กินข้าวไม่ได้ สับสน
ทั้งหมดนี้เป็นอาการนำของโรคไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน อีกทั้งอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุมักมีความรุนแรงมากกว่าคนปกติ และอาจพบอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
วิธีการรักษา
คนไข้ควรได้รับยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากมีอาการไข้ ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรค นอกเหนือจากนั้นจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น กินยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น
ในขณะที่โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย รักษาได้โดยให้ยาฆ่าเชื้อในรูปแบบยากินและยาฉีด โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาจากระดับความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปหลังจากได้รับยาฆ่าเชื้อ อาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ส่วนโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส มีความรุนแรงน้อยกว่าการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการรักษาจะพิจารณาตามอาการ เน้นให้คนไข้ดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ
ผู้สูงอายุที่ป่วยที่มีโรคเรื้อรังควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา
แพทย์หญิง พัณณิดา วัฒนพนม
อายุรแพทย์ด้านผู้สูงอายุ ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์กรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



