
'ปณิธานและแรงบันดาลใจ'จาก'ท่านอังคาร'
'ปณิธานและแรงบันดาลใจ'จาก'ท่านอังคาร' : ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
ในสัปดาห์นี้ผมขออุทิศพื้นที่นี้ให้แก่ ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ กวีซีไรต์ พ.ศ.2529 และ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2532 สารภาพตามตรงครับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายครั้งหลายคราที่ผมรู้สึกสับสนไม่รู้จะก้าวไปทางไหนดี ก็ได้อาศัย “ท่านอังคาร” เป็นเสมือนหนึ่งบรรดา “เสาหลัก” อันเป็น “ปณิธานและแรงบันดาลใจ” ทาง “ภูมิปัญญา” เหมือนกับ “สิ่งยึดเหนี่ยว” มิให้เราหลงไปไกลกับความตื่นตาตื่นใจของเทคโนโลยีและวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบ “แดกด่วน” ที่มาพร้อมกับ “กระแสโลกาภิวัตน์” (ที่มีระบบ “ทุนนิยม” และ “บริโภคนิยม” เป็นตัวขับเคลื่อน)
นอกจากนี้ “ท่านอังคาร” เปรียบเสมือนเป็นตัวแทน “ของดีมีอยู่” เพราะท่านเป็น “ศิลปินร่วมสมัย” โดยแท้จริง ครั้งเมื่อยามที่ท่านมีชีวิตอยู่เมื่อผมเกิดข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจกับอนาคตก็มักจะถือโอกาสไปคารวะเยี่ยมเยือนท่าน ทั้งยังถือโอกาสสอบถามถึงทางออกข้อข้องใจ ครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ผมได้เข้าไปพูดคุยกับท่านพร้อม อาจารย์สน สีมาตรัง เพราะเกิดข้อสงสัยในเทคนิคการคัดลอกงานโบราณ งานของอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ซึ่งเป็นผลงานลายเส้นในช่วงปี พ.ศ.2507 ที่ได้เดินทางขึ้นทางเหนือเพื่อศึกษาและคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังที่ “วัดพระสิงห์” และ “วัดบวกครกหลวง” ฯลฯ เป็นการพูดคุยอย่างมีรสชาติกว่า 3 ชั่วโมง และได้อัดเป็นวิดีโอเทปเก็บไว้ ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นบทสัมภาษณ์ “ท่านอังคาร” ที่ได้บันทึกน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย ท่านที่สนใจเทปชุดนี้ติดต่อขอและรับได้ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ e-mail : [email protected]
ในบทสัมภาษณ์ “ท่านอังคาร” ได้พูดถึงการใช้ “โอสถธรรมชาติ” ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจ “ความหมายของจักรวาล” เพราะท่านเชื่อว่า “จักรวาล” สร้าง “มนุษย์” และ “สรรพสิ่งบนโลก” (หรือ “ธรรมชาติ”) ดังนั้น ท่านจึงเชื่อว่า “จักรวาล” สร้างโลกก็เพราะมี “เจตนา” อ่านมาถึงช่วงนี้อาจจะเข้าใจยากสักหน่อย แต่อย่าแปลกใจไปเลยครับ เพราะการที่จะอ่านงานรังสรรค์ของปราชญ์ท่านนี้ก็ต้องใช้เวลา สำหรับผมแล้วเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเป็นกระบวนการสอนให้เราคิด (คิดอย่างต่อเนื่อง) ซึ่งก็ขัดแย้งกับระบบการศึกษาในเมืองไทยปัจจุบันที่ไม่สอนให้คิดและไม่สามารถแสดงตัวตนได้อย่างอิสระ เป็นกระบวนการศึกษาที่ไม่สอนให้เราเข้าถึงความรู้อย่างแท้จริง
มีคนกล่าวไว้ว่างานรังสรรค์ของ “ท่านอังคาร” ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งมีความเป็น “เอกลักษณ์” ที่สะท้อนความเป็น “อัตลักษณ์” ของตัวท่านอย่างชัดแจ้ง ถ้ายิ่งได้อ่านงานยุคหลังๆ ของท่านจะพบกับ “รูปแบบใหม่ที่ร่วมสมัย” เหมือนกับเราได้ฟัง “บีโธเฟนด้วยสตริงควอเต็ด” คือรากเก่าๆ ที่ดูเหมือนว่าจะหายไปแต่แท้จริงแล้วยังคงซ่อนตัวอยู่ อีกทั้งยังได้พบสิ่งใหม่ๆ ในการประกาศตัวตนใหม่
ยกตัวอย่าง เช่น ท่านอังคาร เขียนบทกวีเรื่อง “ฟอสซิลพระเจ้า” ที่ถูกนำมาปั่นขายกันเป็นวัตถุแบกะดิน (เชิงพุทธพาณิชย์) เป็นการเปิดเผยความลับในความเชื่อ (อย่างงมงาย) ของสังคมไทย ทำให้ได้มองลึกลงไปถึงศาสนาพุทธที่กำลังเดินผิดทาง แทนที่จะเขียนบางเรื่องของพุทธที่ดำเนินผิดทางอย่างตรงๆ กลับยกเอาเรื่องหนึ่งขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้คนเห็น เป็นการเฉลยภูมิปัญญาระดับยอดอันแจ่มชัดมั่นคง การเสียดสีเย้ยหยันในลักษณะนี้ เป็นกรรมวิธีเดียวกันกับที่กวีผู้ยิ่งใหญ่แสดงให้เห็นความเข้าใจโลกอย่างที่เป็นอยู่ นี่คือจุดที่ “ท่านอังคาร” ได้ใช้ ไม่จำเป็นต้องจู่โจมคนอ่านอย่างตรงไปตรงมาอีกแล้ว แต่ใช้ยกตัวอย่างหลากหลายว่า “ฉันเข้าใจโลก ฉันอ่านโลก โลกเหมือนห้องสมุดที่ยิ่งใหญ่”
หลายต่อหลายครั้งที่ “ปณิธานและแรงบันดาลใจ” ของผม ก็ได้มาจากการศึกษาผลงานของ “ท่านอังคาร” มาต่อกันอีกสองสัปดาห์หน้าครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'ปณิธานและแรงบันดาลใจ'จาก'ท่านอังคาร' : ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



