
ฮ่องกง ไม่ลงเอยด้วยช็อปปิ้ง
ฮ่องกง ไม่ลงเอยด้วยช็อปปิ้ง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : http://www.oknation.net/blog/kakalot
ทำไมผมถึงรู้สึกชอบ ฮ่องกง ทั้งๆ ที่ผมเองก็ไม่ได้บ้าช็อปปิ้ง ไม่ได้เห่อแฟชั่นทันสมัยอะไรเหมือนดังการนิยามให้ฮ่องกงเป็นเมืองแห่งสวรรค์การซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ส่วนหนึ่งคงเพราะผมไม่ได้รู้สึกว่าฮ่องกงเป็นดังที่หลายๆ คนนิยามหรือเข้าใจในภาพแห่งสัญลักษณ์นั้น ลึกๆ มันยังมีอะไรอีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น อาหาร / ทิวทัศน์ / ความหลากหลายของวัฒนธรรมของผู้คน ไม่นับว่าการใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงแก่ๆ เลยทำให้ไม่รู้สึกเหมือนเดินทางไปต่างประเทศ แต่เหมือนเรากำลังเดินทางไปเมืองๆ หนึ่งที่ทุกคนไปรวมกันอยู่ที่นั่น
ไปฮ่องกงคราวนี้ผมได้ไปในที่ยังไม่ได้ไปและอยากไปชมมานาน อีก 2-3 แห่ง
จุดแรกเมื่อไปเดินทางไปถึงคือ ไปไหว้พระใหญ่ที่เกาะลันเตา ปรกติแล้ว ถ้าไปถึงเช้าหรือบ่ายลงเครื่องแล้วเดินทางไปเลยจะสะดวกกว่าเพราะมันอยู่ใกล้สนามบินมากครับ
เกาะลันเตา เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่และยังมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก การเดินทางข้ามเกาะฮ่องกงสู่เกาะลันเตาทำได้โดยอาศัยกระเช้า Ngong Ping ระยะเวลานั่งกระเช้าราวๆ 30 นาที เป็นกระเช้าที่ยาวที่สุดในโลกแต่ตลอดเวลาก็มีทิวทัศน์สวยงามให้ชมโดยไม่เบื่อ เราสามารถชมทัศนียภาพวิวของเกาะลันเตาและวนอุทยานลันเตาเหนือ (มีเส้นทางสำหรับเดินไต่เขาด้วย) เห็นสนามบินนานาชาติฮ่องกงจากมุมสูง และบางมุมจะมองเห็นอ่าวฮ่องกงเลยทีเดียว
ที่เกาะลันเตา เมื่อลงลงกระเช้ามาแล้ว ก็จะพบกับ หมู่บ้านนองปิง ที่น่าชื่นตาอย่างยิ่งคือ เป็นหมู่บ้านที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่สร้างขึ้นใหม่บนเนื้อที่หลายสิบไร่ ผมถามดูปรากฏว่าทุกวันจะมีการแสดงต่างๆ บนลานกลางหมู่บ้าน เช่น อุปรากร มายากล แต่วันที่ผมไปถึง มีการแสดงโชว์กังฟูครับ
จุดมุ่งหมายของผมคือเดินไปไหว้องค์พระใหญ่เทียนถาน พระพุทธรูปองค์ใหญ่แห่งเกาะลันเตา ถ้ามองจากตรงหมู่บ้านนองปิงดูจะไกลไปหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะว่ามีสิ่งน่าสนใจไปตลอดทาง แม้แต่ร้านค้าต่างๆ จัดวางตำแหน่งได้อย่างดี และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามตามแบบโบราณ ตลอดทางเดินในหมู่บ้านนองปิงเราจะเห็นแบรนด์การค้าระดับโลกอย่าง 7/11 หรือสตาร์บัคส์ อยู่ในตึกทรงโบราณ ไม่ติดแอร์ แต่ดูแล้วกลมกลืนดีอย่างไม่น่าเชื่อ
พ้นจากหมู่บ้าน ระหว่างทางจะมีรูปปั้นแสดงความเชื่อต่างๆ ของชาวจีน ไปจนถึงเชิงเขา ทางขึ้นสูงพอสมควร การเดินไปถึงบนฐานพระ ถามว่าเหนื่อยไหม...ก็เหนื่อยอยู่ แต่ตอนเดินขึ้นไปยิ่งใกล้จุดหมายเท่าไรก็ยิ่งเชื่อว่ามีอะไรดีๆ อยู่บนนั้นเท่านั้น พอขึ้นไปถึงแล้วก็ไม่เสียแรงที่เดินขึ้นมา ไม่ใช่แค่ได้กราบพระพุทธรูปเท่านั้น ข้างบนยังมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างมุมมองที่จากข้างล่างไม่มีวันมองเห็น
ไหว้พระ ถ่ายรูป ชมวิว เดินลงมานั่งพักดื่มน้ำชาสักครู่ ก็ถึงเวลาเดินทางเข้าเมืองครับ รวมแล้วถ้าจะใช้เวลากับหมู่บ้านนองปิงและไหว้พระใหญ่ ต้องเผื่อไว้ราวๆ 3 ชั่วโมงกำลังพอดี
จากหมู่บ้านโบราณนองปิง นั่งรถแค่ไม่ถึงชั่วโมง ผมก็พาตัวเองมาสู่ย่านที่จอแจและมีชื่อเสียงที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ถ้าใครชอบดูหนังหรือซีรีย์ฮ่องกงรับรองว่า ต้องได้ยินตัวละครมีบทพูดว่าจะไปหาซื้อของหรือกินอาหารที่ “จิมซาจุ่ย” อย่างแน่นอน และผมจะมาพักที่นี่สองคืน
พอมาถึงใกล้เวลาค่ำ ที่ฮ่องกงฝั่งริมทะเล มีการแสดง Symphony of Light ในยามค่ำคืนทุกวันเวลาสองทุ่ม ที่ตึกฝั่งตรงข้ามจะแสดงแสงสี คนไปดูแยะมากมาย มีทั้งนักท่องเที่ยวและคนฮ่องกงเอง ดูฟรีไม่มีชาร์จครับ หาที่นั่งดีๆ ริมทะเลเอาเองก็แล้วกัน เสร็จแล้วหาของอร่อยๆ กินก็พอดีเข้าที่พัก
เช้าอีกวันในบริเวณจิมซาจุ่ยซึ่งไม่ได้มีแค่ร้านค้า ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ใกล้ๆ กันนั้นยังมีสถานที่ที่สมควรไปเยือนสักครั้งถ้าได้มาฮ่องกง คือ Hong Kong Museum of Art ครับ ค่าเข้าชมถูกมากทีเดียวแม้จะเทียบเป็นเงินบาท คือแค่ 20 เหรียญเท่านั้นเอง ถ้าพักแถวๆ นั้นก็เดินไปได้สบายครับ เล็งเป้าหมายว่าจะไปที่ริมทะเลก็แล้วกัน เดินไปเรื่อยๆ จะเจอแน่นอน ทางผ่านถนนไฮเวย์มีให้เลือกทั้งเดินลอดอุโมงค์ใต้ดิน หรือเดินข้ามสะพานลอยฟ้า
พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮ่องกงจะแบ่งเป็นชั้นๆ มีงานศิลปะยุคราชวงศ์ต่างๆ มาให้ชม แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของประเทศจีนผ่านข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ผลิตอย่างประณีต เช่น หวี / ขวดยา / เครื่องประดับตกแต่ง ไปจนถึงเครื่องประดับบ้าน บรรยากาศเงียบสงบต่างจากข้างนอก
ชั้นบนสุดเป็นห้องแสดงภาพเขียนของศิลปินชาวจีนในยุคปลายๆ ราชวงศ์ชิงต่อถึงยุคต้นสาธารณรัฐ คือราวๆ 100 กว่าปีก่อน ซึ่งภาพวาดแต่ละภาพสวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะแบบตะวันตกทั้งสิ้น ฝีมือไม่แพ้ศิลปินที่ไหนๆ เลย เป็นภาพแสดงความเป็นอยู่และสภาพบ้านเมืองในยุคนั้น ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญไม่น้อย น่าเสียดายที่ผมไม่ได้เอาปากกาไปจึงไม่ได้จดชื่อไว้ และแต่ละมุมก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่หากเห็นใครถ่ายรูปหรือทำอะไรที่ดูโจ่งแจ้งเกินไปก็จะเดินเข้ามาตักเตือน จึงถ่ายมาได้บางภาพ
วันนั้นได้รู้จักอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ศิลปินวาดภาพแบบการ์ตูนที่เป็นตำนานท่านหนึ่ง Feng ZikaI จากที่ได้ยืนอ่านประวัติ ทราบว่า ท่านเป็นนักวาดการ์ตูนในยุค 1940-1970 จะวาดการ์ตูนช่องเดียว แต่ได้รับการยกย่องว่าสื่อความหมายได้กว้างและมีนัยวิจารณ์สังคมได้ยอดเยี่ยม ผมเดินดูรูปการ์ตูนท่านรอบๆ ก็เห็นจริงตามนั้น
ที่น่าชื่นชมคือในพิพิธภัณฑ์จะมีห้องสำหรับเด็กๆ เข้ามาใช้พื้นที่ศึกษาและเรียนศิลปะกันอย่างเสรี มีตั้งแต่การวาดภาพ เขียนการ์ตูน และปั้นดินเหนียวด้วยครับ
ผมใช้เวลาเกือบทั้งช่วงเช้าในสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ แต่ถือว่าเป็นการเสียเวลาที่คุ้มค่า และเมื่อเดินออกมาจากตึก เลี้ยวไปทางขวา มีอีกสถานที่หนึ่งซึ่งแฟนๆ หนังจีนฮ่องกงที่ดูมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างเช่นผม ไม่น่าจะพลาดที่จะเดินเข้าไปชมซักครั้ง สถานที่นั้นคือ Avenue of Star สถานที่แห่งนี้คือแหล่งพักผ่อนริมทะเล ถ้าเป็นหน้าหนาวคงจะบรรยากาศดีกว่านี้ครับ แต่ผมไปหน้าฝน ถึงจะโชคดีที่ไม่เจอฝนเลย แต่อากาศก็ร้อนมาก อย่างไรก็ตามในฐานะแฟนหนังจีนฮ่องกงตั้งแต่ยังจำความได้ ก็ต้องมาเยือนซักครั้งล่ะครับ เพราะที่นี่ที่เต็มไปด้วยรอยประทับฝ่ามือศิลปิน ทั้งนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฮ่องกงที่มีชื่อเสียง สามารถเอามือไปทาบรัศมีได้เลยครับว่ามือเราใหญ่เท่าดาราคนไหน (มือเฮียเจี๋ย Jet Li เล็กกว่าที่คิดแฮะ)
เดินดูชื่อไปเรื่อยๆ เพลินดีครับ ทราบมาว่าบางครั้งก็มีการแสดงงานศิลปะกลางแจ้งอีกด้วย แต่วันที่ผมไปไม่มีอะไรมาแสดงครับ คงเพราะอากาศร้อนเกินไป
เกือบบ่ายกว่าละครับ แค่เดินข้ามสะพานจากฝั่งริมทะเลเท่านั้น ผมก็พาตัวเองมาสู่กลางย่านช็อปปิ้งอีกครั้ง ก็ปล่อยให้ญาติๆ ไปเดินดูของกัน ส่วนผมนั้นขอนั่งหาอะไรอร่อยๆ กิน เลือกแทบไม่ถูกเลยล่ะ
เที่ยวฮ่องกงถึงจะไม่ชอบซื้อของ ไม่เห่อแฟชั่น แต่ก็มีอะไรดีๆ ในที่นั้นอีกไม่น้อย ถ้ามีโอกาสลองไปเดินเที่ยวดูนะครับ ...
..................................................
(ฮ่องกง ไม่ลงเอยด้วยช็อปปิ้ง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : http://www.oknation.net/blog/kakalot)



