
สกอ.เตรียมยกฐานะวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน
เลขาธิการกกอ.เตรียมยกฐานะวิทยาลัยเป็นมหา'ลัยเอกชน ชี้หวังเพิ่มคุณภาพม.เอกชน เน้นงานวิจัยคุณภาพใช้ได้จริง ขณะที่ หลักสูตรและอาจารย์ผู้สอนต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนดด้วย
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดตั้งและเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กำลังพิจารณาเพื่อปรับตัวชี้วัดของสถานศึกษาที่อยู่ในระดับวิทยาลัย หรือสถานศึกษาที่ยังไม่มีสถานะเป็นมหาวิทยาลัย และกำลังจะขอเปลี่ยนสถานะขอเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามองว่าหลักเกณฑ์บางประการยังไม่มีความเข้มข้นมากเพียงพอเพื่อให้มหาวิทยาลัยเอกชนที่ตั้งขึ้นมีคุณภาพ ซึ่งปีนี้มีวิทยาลัยขอเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแล้วประมาณ 4-5 แห่ง
เลขาธิการกกอ.กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกันในเบื้องต้นไปแล้ว และมีความเห็นร่วมกันว่าอยากทำตัวชี้วัดสำหรับวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่ต้องการเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยยึดเกณฑ์เดิมเป็นกรอบการพิจารณา คือ มหาวิทยาลัยต้องเปิดการเรียนการสอนในสาขาวิชาที่หลากหลาย มีที่ดินไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ มีงานวิจัยย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 5 ปี เป็นต้น โดยเกณฑ์ใหม่นี้จะเข้มข้นขึ้นโดยเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่านอกจากจะเปิดการเรียนการสอนในสาขาที่หลากหลายแล้วเนื้อหาหลักสูตรจะต้องมีความสมบูรณ์ตามมาตรฐานที่สกอ.กำหนดสัดส่วนของอาคารสถานที่กับจำนวนนักศึกษา และกำหนดสัดส่วนว่าจะต้องมีอาจารย์ที่จบระดับปริญญาเอกเป็นอาจารย์ผู้สอนอยู่จำนวนเท่าไหร่ และที่สำคัญงานวิจัยที่แต่ละแห่งจะนำมาขอเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบว่ามีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่
"ในแต่ละปีมีวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่ยังไม่เป็นมหาวิทยาลัย ขอเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนตกปีละ 4-5 แห่ง ดังนั้น สกอ.จึงคิดว่าควรจะมีมาตรฐานหรือตัวชี้วัดที่เข้มข้นมากขึ้นเพื่อให้มหาวิทยาลัยเอกชนที่เกิดขึ้นใหม่มีคุณภาพจริงๆ ส่วนวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่ได้รับการอนุมัติเปลี่ยนสถานะไปแล้วนั้นคงไม่สามารถใช้ตัวชี้วัดตัวใหม่ที่กำลังจะทำขึ้นไปย้อนหลังได้ แต่สำหรับวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่กำลังขอเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนคงต้องใช้ตัวชี้วัดตัวใหม่ที่ทางคณะคณะอนุกรรมการกำลังพิจารณา อย่างไรก็ตาม การพิจารณาปรับสถานภาพวิทยาลัยหรือสถานศึกษาะต่าง ๆ ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่จะใช้เวลาสั้น ๆ บางแห่งต้องยืนเรื่องและรอการประเมินเป็นเวลาหลายปี " ดร.สุเมธ กล่าว



