ไลฟ์สไตล์

หอมกลิ่นกล้วยไม้

หอมกลิ่นกล้วยไม้

30 ส.ค. 2555

คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : สถิติศาสตร์ช่วยชีวิตมนุษย์ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก

          เธอที่รักทั้งหลาย หลังจากได้อ่านชื่อหัวข้อที่ว่า “สถิติศาสตร์ช่วยชีวิตมนุษย์” หลายคนคงสงสัยว่า วิชานี้มันยากแสนยากที่จะเข้าใจได้ แต่เหตุไฉน จึงกล่าวว่า มันสามารถช่วยชีวิตมนุษย์ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ทุกวันนี้มีมะเร็งโรคร้ายระบาดแทบจะทั่วไปหมด ดังจะทราบข่าวว่ามีคนเป็นมะเร็งแทบทุกวันจนกระทั่งไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจำนวนเท่าไหร่

 

          นี่ก็คือความหมายของคำ “ประชากร” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาสถิติ ดังเช่นคำอธิบายที่ชี้ถึงความจริงไว้ว่า “ประชากรไม่มีตัวตนที่แน่นอน” หรืออาจกล่าวว่าประชากร คือ Universe และเท่ากับ 0 

          ถ้าใครได้อ่านหนังสือชื่อ “เพียงข้าวเมล็ดเดียว” ซึ่งฉันเขียนไว้เมื่อ พ.ศ.2525 ในขณะที่ตัวเองมีอายุได้ 60 ปี นอกนั้นฉันยังเคยพร่ำพูดเสมอว่า “หนึ่งเดียวนั้นมันมีความสำคัญที่ใหญ่ที่สุด” แม้แต่ข้าวเมล็ดเดียว หากมันตกลงที่ไหนและมีวิญญาณก็ย่อมสามารถงอกและแพร่พืชพันธุ์ไปได้ทั่วโลก เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกผงธุลีเล็กๆ

          ขณะนี้ฉันได้ยินเสียงคนบ่นว่า “เด็กเดี๋ยวนี้มีสภาพที่แย่มาก” ทำอะไรก็ทำไปตามใจชอบโดยไม่นึกถึงสังคม บ้างก็บ่นว่าอย่าโทษเด็กเลย เพราะเด็กเป็นเช่นนี้ ก็มีผู้ใหญ่เป็นเหตุ นี่ก็อีกกรณีหนึ่งที่เกิดจากนิสัยที่เป็นทุกข์เป็นร้อน บางคนถึงบ่นอยู่ตลอดเวลา บ้างก็มีนิสัยชอบอ้างโน้นอ้างนี้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดจากความวิตกกังวลทั้งสิ้น 

          มีคนถามฉันว่า อายุ 90 แล้ว ทำไมถึงแข็งแรง เพราะเขาเห็นฉันทำงานหนักมากกว่าเก่า ฉันจึงตอบไปว่า “ทำอะไรก็ตาม อย่าได้เอาความทุกข์มาใส่ในใจ” แม้จะนอนวันละ 3-4 ชั่วโมง แต่เวลานอน นอนแล้วก็หลับทันที โดยไม่ได้กังวลใจในเรื่องอะไรทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมักพูดว่า “ถ้าสังคมไม่ทุกข์หนัก เราก็ย่อมมองไม่เห็น” ที่ฉันพูดเช่นนี้ อย่าคิดว่าตัวฉันเองกำลังต้องการจะเป็นนักปราชญ์ ฉันพูดบนความจริงที่อยู่ในจิตวิญญาณตนเอง เพราะทำอะไรก็ตามก็ไม่ได้คิดที่จะอยากได้อะไรทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นเราก็ต้องก้าวเข้าไปหาความทุกข์อีกนั่นแหละ 

          ฉันนึกถึงพื้นฐานวิชาสถิติที่ชี้ไว้ว่า ทุกสิ่งอย่างที่อยู่ภายนอกตัวเรานั้น มันไม่ใช่ของจริง เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรนำเอามาคิดเป็นตัวเลข แต่ควรรู้เท่าทันได้ว่าหลักธรรมนั้นมีวิถีการเปลี่ยนแปลงที่หมุนวนเป็นวัฏจักร เพราะฉะนั้นจึงมี “องศาความอิสระ” หรือ degree of freedom หมายความว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสังคมแต่ละวันนั้น มันไม่ใช่ของจริง แต่เป็นวิถีการเปลี่ยนแปลง เมื่อธรรมชาติได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดว่า “เมื่อมีการเกิด ก็ย่อมมีการดับ” เพราะฉะนั้นการดับคงไม่ใช่เรื่องของการดับสูญ แต่เป็นการดับที่มีการเกิดใหม่ 

          นอกจากนั้น Variable แต่ละตัวจึงเรียกกันว่า ตัวแปร ความหมายของตัวแปร คือไม่มีอะไรแน่นอน เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระ แต่มีตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ ซึ่งไม่อาจแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไปได้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ที่เรียกกันว่า degree of freedom 

          นี่แหละถ้าเข้าใจธรรมชาติได้ถึงแก่น ทุกคนก็ย่อมดับทุกข์และความกังวลใจได้เอง โดยไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น การที่คนบ่นกันว่า วิชาสถิตินั้น มันยากแสนยาก ฉันจะบอกความลับที่ไม่ลับให้ว่า “ความยากความง่าย มันไม่ได้อยู่ที่วิชา แต่อยู่ในใจมนุษย์” ถ้าใครเข้าใจเรื่องนี้ได้ถึงแก่นแท้แล้ว ความวิตกกังวลมันก็จะหายไปเอง  

          วิชานี้ถ้าเรียนให้ถึงแก่นแล้ว ก็ย่อมช่วยคลายความเครียด เปลี่ยนมาเป็นความสุข บางคนถามว่า เหนื่อยหรือเปล่า ฉันตอบว่า “ขอให้เปลี่ยนความเหนื่อยเป็นความสุข” ทำอะไรก็มีความสุข ไม่ใช่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ทำไรเลย อย่างนี้เรียกว่า คนเกียจคร้าน หรือเรียกว่าคนจนปัญญา

 

 

--------------------

(คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : สถิติศาสตร์ช่วยชีวิตมนุษย์ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก)