ไลฟ์สไตล์

สิบสองปันนา ต้นธารพระพุทธศาสนาลุ่มน้ำโขง

สิบสองปันนา ต้นธารพระพุทธศาสนาลุ่มน้ำโขง

23 พ.ค. 2552

ผมใช้เส้นทางสาย R3E เดินทางจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ข้ามแม่น้ำโขงเข้า ส.ป.ป.ลาว ที่เมืองห้วยทราย ขึ้นเขาไปจนถึงเมืองเชียงรุ้ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ต้องใช้เส้นทางสายเก่าสองเลน สลับกับมอเตอร์เวย์สายใหม่ที่รัฐบาลจีนตัดผ่านภูเขาทั้งลูก เป็นอุโมงค์ถนนกว่

  เมืองเชียงรุ้ง ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของชาวไท ที่อพยพลงมาตามที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ บนดินแดนสุวรรณภูมิ ผมจึงเห็นบ้านเรือนห้างสรรพสินค้าเมืองเชียงรุ้ง มีจั่วหลังคาและเสาสวยงามเหมือนกับอาคารวัดในบ้านเรา แต่เมื่อผมเข้าชมการแสดงเรื่อง เมืองพาราณสี ที่โรงละครสิบสองปันนา จึงคิดว่านี่แหละต้นกำเนิดชาวไทย

 ในเรื่องเมืองพาราณสี ได้เล่าถึงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจากอินเดีย เข้าสู่ดินแดนสิบสองปันนา โดยมีพระภิกษุสงฆ์เดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกมาจากพาราณสี แล้วสั่งสอนให้ชาวสิบสองปันนา 52 ชนเผ่า เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา และยึดถือเป็นประเพณีในการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย มานานกว่า 2,000 ปี

 พระมหากษัตริย์ปกครองสิบสองปันนาทุกพระองค์ ยึดมั่นในพระพุทธศาสนาและใช้ช้างเป็นพระราชพาหนะ ในการทำสงครามปกป้องบ้านเมือง และใช้ช้างในพระราชพิธีต่างๆ มีการเล่าถึงนกยูงซึ่งมีมากในป่าดงดิบสิบสองปันนา ชาวสิบสองปันนานำนกยูงมาฝึกให้เชื่อง และเลียนท่าเดินของนกยูงให้เป็น ระบำนกยูง ที่สวยงาม ทำให้นกยูงเป็นสัตว์สัญลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงรุ้ง

 ถนนทุกสายในเมืองเชียงรุ้งจึงมีเครื่องหมายตรานกยูงประดับไว้เป็นเอกลักษณ์ สุดท้ายเล่าถึงสายสัมพันธ์ของคนไทในสิบสองปันนา กับคนไทยในดินแดนสุวรรณภูมิ มีทั้งคนไทในลาว พม่า ไทย กัมพูชา และเวียดนาม จึงเป็นความภูมิใจของชาวสิบสองปันนาที่เป็นต้นกำเนิดของคนไทตลอดริมฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง

 เนชั่นแชนแนล นำไปไหว้พระที่อินโดนีเซีย นมัสการพระพุทธเจ้าที่บุโรพุทโธ ท่องแดนธรรมที่บาหลี จองด่วน โทร.08-9763-3339, 0-2338-3681-2

กุยช่ายตลาดน้อย อร่อยย้อนตำนานเมืองจีน
 ตอนเย็นผมไปกินข้าวตามคำเชิญของผู้ว่าราชการเมืองเชียงรุ้ง อาหารโต๊ะจีนที่นี่อร่อยถูกปากผมมาก มีข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียวดำที่จัดเป็นรูปหยินหยาง ไก่หมักพริกไทยย่างร้อนๆ หมูหมักพริกไทยเม็ดยี่หร่าหอมกรุ่น ผักลวกสดๆ จิ้มกินกับน้ำพริกปลาย่าง อร่อยเหมือนอาหารชาวเหนือของไทยเรา สุดท้ายเป็น ก๊วยไส้ผัก มีลักษณะเหมือนขนมกุยช่ายบ้านเรา แต่ชาวสิบสองปันนาทำแป้งได้เหนียวหนึบใส่น้ำมันจนเยิ้ม

 ทำให้ผมนึกถึง กุยช่ายตลาดน้อย ที่มีแป้งบางจนมองเห็นไส้กุยช่ายข้างใน เนื้อแป้งหนึบกินอร่อยกว่ากุยช่ายที่ไหนๆ คุณธีรพงศ์ สิริแสงสว่าง (บิ๊ก) เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับขนมกุยช่ายมาตั้งแต่เกิดเล่าให้ผมฟังว่า สูตรการทำขนมกุยช่ายของที่บ้าน อาม่าเอามาจากเมืองจีน ทำเฉพาะช่วงเทศกาลไหว้เจ้า แล้วอาม่าจะแจกให้เพื่อนบ้านรอบตลาดน้อยได้กินกัน กินแล้วฮ๊วกไช้ (ร่ำรวย) แต่ก็ทำให้คนกินติดใจอยากกินอีก

 อาม่าจึงทำขนมกุยช่ายขายที่หน้าบ้าน จนถึงวันนี้ 50 ปี ที่ครอบครัวได้รักษาคุณภาพการทำขนมกุยช่ายโบราณไว้จนถึงรุ่นหลาน บิ๊กคุ้นเคยกับขนมกุยช่ายมาตั้งแต่เด็ก ได้อาม่าจับมือฝึกสอนปั้นขนมกุยช่าย เมื่อเรียนจบจึงขอให้คุณอา เจ๊เกียว ช่วยสอนให้ทำกุยช่ายตั้งแต่เริ่มโม่แป้ง ทำไส้กุยช่ายและไส้อื่นๆ ปั้นแล้วนึ่งขายวันละ 200-300 ลูก เมื่อเชี่ยวชาญแล้วเด็กหนุ่มคนนี้จึงไม่ทิ้งภูมิปัญญาของอาม่า ทำขนมกุยช่ายขายที่บ้านไม่ต้องไปหางานที่ไหน

 ใช้ชีวิตตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ของ ในหลวง ขายกุยช่ายอยู่ที่บ้านก็มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินกู้ทำธุรกิจให้ปวดหัว เหมือนนักธุรกิจขายเครื่องยนต์เก่ารอบตลาดน้อย ความอร่อยของกุยช่ายตลาดน้อยอยู่ที่แป้งห่อกุยช่าย อาม่าสอนเทคนิคการทำแป้งให้บางเหนียวหนึบ แป้งห่อกุยช่ายของอาม่าจึงไม่แตกปลิ้นไส้กุยช่ายออกมาเละเทะ เนื้อแป้งที่บางเหนียวกินสดๆ ก็อร่อย หรือจะทอดก็ทำให้แป้งหนึบกรอบอร่อยมากครับ

 ไส้กุยช่ายที่ใส่มาเยอะไม่มันเลี่ยน ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวของใบกุยช่าย หรือใบกุยช่ายแตกเละเหม็นเปรี้ยวเหมือนเจ้าอื่นๆ ขนมกุยช่ายตลาดน้อยมีไส้ให้เลือกกินหลายอย่าง หน่อไม้ มันแกว เผือก ข้าวเหนียว กะหล่ำปลี ที่สำคัญผมซื้อกุยช่ายกลับบ้าน แช่ในตู้เย็นให้แข็งเก็บไว้ได้นานเป็นสัปดาห์ เอาออกมานึ่งอีกครั้งหรือทอดให้กรอบ ก็กินอร่อยเหมือนกินของใหม่ๆ

 ขนมกุยช่ายตลาดน้อย อยู่หลังตลาดน้อยเข้าทาง ซอยเจริญกรุง 22 โทร.0-2233-0631, 0-2639-0867, 08-4971-7151

 

"อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช"