
อิ่มท้อง อิ่มบุญ ที่วัดหลวงพ่อโต
อิ่มท้อง อิ่มบุญ ที่วัดหลวงพ่อโต : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม
น้าน...นาน ถึงจะมีโอกาสเดินทางระยะใกล้ ไกลจากที่ทำงานบางนา-ตราด ก็แค่ไม่เกิน 10 กม. แถมเป็นช่วงจังหวะดีที่ไม่ต้องเบียดเสียดผู้คนมากนัก หมุดหมายปลายทาง ก็คือ "วัดบางพลีใหญ่ (ใน)" หรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่า "วัดหลวงพ่อโต" วันธรรมดา วัดนี้ก็มีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนมากราบไหว้พลวงพ่อโตไม่ขาดสาย ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันนักขัตฤกษ์ ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ที่นอกจากจะมากราบพระแล้ว ยังแวะเดินเที่ยวเล่นในตลาดเก่าริมน้ำ อายุกว่า 150 ปีอีกด้วย
หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย (สะดุ้งมาร) องค์พระเป็นทองสำริดทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ลืมพระเนตร ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่ใน เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการกล่าวขวัญว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบางพลีและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ตามตำนานว่ากันว่า เป็นพระพุทธรูปลอยน้ำมา 3 องค์ องค์หนึ่งลอยวกเข้าไปทางปากแม่น้ำท่าจีน จนได้ไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดเพชรสมุทร จ.สมุทรสงคราม ในเวลาไล่เลี่ยกันพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งก็ลอยวกเข้าไปทางปากแม่น้ำบางปะกง จนได้ไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนองค์หลวงพ่อโตนี้ ลอยมาตามลำน้ำเจ้าพระยา ก่อนจะลอยเข้ามาในคลองสำโรง และสุดท้ายได้ขึ้นประดิษฐานที่วัดบางพลีใหญ่ (ใน)
หลวงพ่อโตได้รับการกล่าวขานในอภินิหารมากมาย แม้กระทั่งเรื่องที่ร่ำลือกันว่า พระภิกษุสามเณรในวัดจะเห็นพระภิกษุชราห่มจีวรสีคร่ำคร่า ถือไม้เท้าเดินออกมายืนสงบนิ่งอยู่หน้าวิหาร ก่อนจะเดินหายเข้าไปในวิหารตรงองค์ของหลวงพ่อ รวมถึงปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น 2 ครั้ง 2 ครา ที่องค์หลวงพ่อซึ่งเป็นทองสัมฤทธิ์ เกิดนุ่มนิ่มไปหมดทั้งองค์ดังเนื้อมนุษย์ ครั้งแรกเกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2520
ใครมาไหว้หลวงพ่อโต ก็อย่าลืมอุ้มช้างอธิษฐานที่วิหารเก่า ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก หากพรที่ขอไม่สัมฤทธิผล ยกยังไงก็ยกไม่ขึ้น ทั้งที่ช้างตัวนิดเดียว แต่หากสิ่งที่ขอไว้จะทำสำเร็จ ก็ยกได้ง่ายดาย
บริเวณรอบวัด เป็นชุมชนที่อยู่กับแบบดั้งเดิม เป็นความผูกพันกับวัด และยังคงประเพณีเดิมๆ และเป็นอีกจุดที่ดึงดูดผู้คนเดินทางมาที่นี่ เพราะนอกจากไหว้พระขอพรแล้ว ยังได้เดินชมตลาดเก่า ขึ้นชื่อเป็นตลาดโบราณเก่าแก่กว่า 150 ปี เป็นตลาดขายของและร้านอาหารที่อยู่ริมน้ำที่มีมานาน และยังคงสภาพเดิมๆ เมื่อก่อนชื่อ "ศิริโสภณ" สันนิษฐานว่าชาวจีนเข้ามาเปิดร้านในตลาดแห่งนี้ ราวปี พ.ศ.2400
ปัจจุบันตลาดยังคงสภาพเดิม คือพื้นตลาดเป็นไม้ สามารถเดินติดต่อถึงกันได้ มีความยาวราว 500 เมตร บ้านไม้ ร้านค้า ร้านขายของยังคงรูปแบบเดิม โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ ที่นี่มีสารพัด หาได้ตั้งแต่ขี้ไต้จุดไฟ ยันเครื่องเรือนชิ้นใหญ่ แถมขนมที่ตลาดนี้ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้ที่อื่น โดยเฉพาะขนมไทยๆ จำพวกขนมชั้น ขนมเปียกปูน เป็นต้น
วัดหลวงพ่อโตมีที่จอดรถกว้างขวางก็จริง แต่ถ้าไปวัดหยุดก็อาจจะหาที่จอดไม่ได้เช่นกัน หลายคนเลยใช้วิธีจอดรถฝั่งตรงข้ามคลอง บนถนนเทพารักษ์ หรือไม่ก็ห้างสรรพสินค้าใหญ่ แล้วเดินข้ามสะพานผ่านตลาดโบราณมาที่วัด บางคนบอกว่าได้ออกกำลังกายไปในตัวแล้วยังได้เดินดูข้าวของเครื่องใช้ และของกินติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย เรียกว่า ได้ทั้งอิ่มบุญ และอิ่มท้องกันทีเดียว
.......................................................
(อิ่มท้อง อิ่มบุญ ที่วัดหลวงพ่อโต : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม )



