ไลฟ์สไตล์

ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ รวมพลัง'ธ.ข้าวร้อยเอ็ด'

ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ รวมพลัง'ธ.ข้าวร้อยเอ็ด'

26 ส.ค. 2555

ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ รวมพลัง'ธ.ข้าวร้อยเอ็ด' : คอลัมน์ท่องโลกการเรียนรู้ : โดย...กรรณิกา ลือโสภา

               “ผมดีใจที่จะได้ดูแลแปลงนา เพราะปกติผมก็ช่วยพ่อกับแม่ทำนาอยู่แล้ว จากนี้ไปจนถึงวันเกี่ยวข้าวพวกผมจะมาดูแลแปลงนาทุกสัปดาห์ เพื่อให้ข้าวในแปลงนาที่ผมดูแลงามที่สุด” คือคำบอกเล่าของ น้องเต้ หรือ ด.ช.ภูชิชย์ เครือจันทร์ นักเรียนชั้น ป.6 ร.ร.บ้านหนองสระหงส์ ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด บอกเล่าหน้าที่ดูแลแปลงนารวมของบ้านสระหงส์-สระทอง ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 10 ไร่ ที่จัดแบ่งให้หมู่บ้านธนาคารข้าวใน จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 101 หมู่บ้าน 101 แปลง ผ่านกิจกรรมดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ตามโครงการ ธนาคารข้าว ธนาคารใจ เทิดไท้องค์ราชันย์ สร้างสรรค์ 50 ปี กรมการพัฒนาชุมชนคนร้อยเอ็ด จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด

               โดย กอบแก้ว จันทร์ดี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ธนาคารข้าวเป็นแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ปี 2519 เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในเขต อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และได้พระราชทานข้าวเปลือกจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้าน เพื่อให้เป็นทุนเริ่มกิจกรรมธนาคารข้าว โดยพระราชทานแนวทางการดำเนินงาน คือ ให้มีคณะกรรมการควบคุม ที่คัดเลือกจากราษฎรในหมู่บ้าน เป็นผู้เก็บรักษา พิจารณาจำนวนข้าวที่จะให้ยืม และรับข้าวคืน ตลอดจนจัดทำบัญชีทำการของธนาคารข้าว ราษฎรที่ต้องการข้าวไปใช้บริโภคในยามจำเป็นให้คงบัญชียืมข้าวไปใช้จำนวนหนึ่ง เมื่อสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้วก็นำมาคืนธนาคาร พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นข้าวจำนวนเล็กน้อยตามแต่ตกลงกัน ซึ่งข้าวที่เป็นดอกเบี้ยดังกล่าวจะเก็บรวบรวมไว้ในธนาคาร และถือเป็นสมบัติของส่วนรวม

               จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ได้สนับสนุนส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารข้าวตั้งแต่ปี 2520 ปัจจุบันมีธนาคารข้าวทั้งหมดจำนวน 402 แห่ง มีกองทุนข้าวจำนวน 1,622,226 กิโลกรัม เงินกองทุนจำนวน 1,744,311 บาท ซึ่ง ปรีชา  พรหมบุตร พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ธนาคารข้าวใน จ.ร้อยเอ็ด ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในปี 2555 จำนวน 101 แห่ง จาก 20 อำเภอกว่า 1,000 คน ได้มาร่วมกันลงแขกดำนาในแปลงนารวมของหมู่บ้านสระหงส์-สระทอง ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จำนวน 10 ไร่ และแบ่งออกเป็น 101 แปลง แปลงละ 40 ตร.ว. และคณะกรรมการจากธนาคารข้าวทุกแห่งได้มาร่วมลงแขกดำนาในแปลงนาของตนเองในวันแม่ โดยจะมีนักเรียนจากโรงเรียนบ้านหนองสระหงส์ และโรงเรียนทุ่งกุลาประชานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่มาทำหน้าที่ดูแลจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งคณะกรรมการธนาคารข้าวจะมาลงแขกเกี่ยวข้าวพร้อมกันอีกครั้งหนึ่งในวันพ่อ และนำเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 200 กก.ที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์พันธุ์ข้าวจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งได้มาจากพระราชพิธีพืชมงคล ไปเป็นเมล็ดพันธุ์

              ทรงเดช กะตะโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสระหงส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักเรียนจากโรงเรียนบ้านหนองสระหงส์ ชั้น ป.5-ป.6 จะได้รับมอบหมายให้มาดูแลแปลงนาคนละ 1 แปลง ซึ่งเป็นหลักสูตรท้องถิ่นที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น นักเรียนจะลงมาดูแล ตรวจสอบแปลงนาสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีสมุดบันทึกประจำตัวของแต่ละคนแต่ละแปลง โครงการนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เด็กๆ ได้รู้จักรับผิดชอบแปลงนาของตน และได้เรียนรู้วิธีการทำนา ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการมีพื้นที่ให้เด็กๆ เหล่านี้ได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงและเป็นการสืบสานภูมิปัญญาการทำนาของบรรพบุรุษอีกด้วย

             ขณะที่ วิไล หงส์ทะนี กำนันตำบลกำแพง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ กล่าวเพิ่มเติมว่า บ้านหนองสระหงส์-สระทองได้ดำเนินกิจกรรมธนาคารข้าวมาตั้งแต่ปี 2533 บนพื้นที่สาธารณะจำนวน 68 ไร่ ซึ่งเป็นแปลงนารวมของหมู่บ้านที่จะมาลงแขกทำนาร่วมกันทุกปี กิจกรรมลงแขกดำนาและนำเมล็ดข้าวที่ได้มาขายเพื่อให้เป็นทุนสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน และส่วนหนึ่งขายให้สมาชิกในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด และให้สมาชิกยืมในอัตรา 10 ถัง ส่งคืน 12 ถัง

            กล้วย นัยลี ประธานกองทุนธนาคารข้าวบ้านดอนแตง ต.สิงห์โคก อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ที่นำสมาชิกของธนาคารข้าวกว่า 10 คน มาร่วมกิจกรรมดำนารวมในครั้งนี้ กล่าวว่า ธนาคารข้าวถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยให้ชาวบ้านมีเมล็ดข้าวพันธุ์ดีใช้ในการทำนา และดีใจที่หมู่บ้านเริ่มจัดตั้งธนาคารข้าวในปีนี้ ส่วนข้าวที่ได้จากการลงแขกดำนารวมของแปลงตนเองก็จะนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวให้สมาชิกในปีถัดไป และสืบทอดภูมิปัญญาการลงแขกทำนาให้คงอยู่ตลอดไปอีกด้วย

..................................
(ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ รวมพลัง'ธ.ข้าวร้อยเอ็ด' : คอลัมน์ท่องโลกการเรียนรู้ : โดย...กรรณิกา  ลือโสภา)