
ค่าของความสิ้นเปลือง
ค่าของความสิ้นเปลือง : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์
รถขายดีพร้อมๆ กับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงแบบไม่รู้ว่าจะไปหยุดที่เท่าไร หลายคนมีรถแล้วหลายคนรอรถที่จองเอาไว้ และอีกหลายๆ คนสงสัยว่าที่โฆษณากันโครมๆ ว่ากินน้ำมัน 20 มั่ง 20 กว่ามั่ง มันจริงหรือไม่
เมื่อเอามาใช้งานจริงๆ แล้วจะเป็นได้ตามนั้นไหม ตอบกันตรงๆ ก็ตอบว่ามีทั้งจริงและไม่จริง ไอ้ที่ว่าจริงนั้นเมื่ออ่านโฆษณาแล้ว ก็ต้องใช้แว่นขยายมองดูข้อความตัวจิ๋วว่าเขาทดสอบด้วยกระบวนการแบบใด บ้านเราอิงกับมาตรฐานของยุโรปในเรื่องการควบคุมมลพิษและการหาอัตราสิ้นเปลือง ดังนั้น การทดสอบเมื่อเอามาโฆษณาก็จะมีคำว่า ผ่านมาตรฐานการทดสอบจาก ECE ฉบับที่เท่าโน้นเท่านี้แล้วผลจึงออกมาตามนั้น
วันนี้ก็จะเอามาบอกกันคร่าวๆ ว่าเขาทดสอบกันอย่างไร ข้อบังคับเบื้องต้นก็คือ ต้องเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน จะใช้อะไรเป็นเชื้อเพลิงก็ว่ากันไปเป็นฉบับ เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติทั้ง LPG และ CNG เงื่อนไขการทดสอบก็ต่างกันไป รวมทั้งชนิดและขนาดของเครื่องยนต์ ผลจากการทดสอบที่ออกมาไม่ได้หมายความว่ารถยี่ห้อใดเลอเลิศกว่าอีกยี่ห้อ การทดสอบมีความต้องการเพียงว่า รถคันนั้นมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเท่าไร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเท่าไร (น้ำมันเบนซินหนึ่งลิตรเผาไหม้หมดจะปล่อยคาร์บอนออกมา 2.3 กิโลกรัม และถ้าจะกักเก็บคาร์บอนหนักสักหนึ่งตัน ต้องใช้ภาชนะที่มีปริมาตรมากกว่า 500 ลูกบาศก์เมตร)
รถที่เข้าทดสอบจะถูกนำขึ้นบนไดนาโมมิเตอร์ โดยมีโปรแกรมจำลองให้เหมือนขับจริงบนถนน เวลาที่ใช้ในการทดสอบ 400 วินาที (400S) ใน 400 วินาทีนี้จะแบ่งออกเป็น 2 โปรแกรมคือ การขับในเมืองเลื่อนไหลไปตามการจราจร และอีกส่วนหนึ่งขับในเมืองแบบถนนโล่ง
ใน 400 วินาทีนี้จะมีข้อบังคับว่าจะหยุดรถได้สองครั้ง ครั้งละ 20 วินาที ที่เหลือก็เป็นการขับ เมื่อครบตามขั้นตอน 400 วินาทีแล้วก็เอาการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่บนฐานของน้ำเบนซิน 100 ลิตร (ถ้าเป็นก๊าซธรรมชาติก็ตั้งฐานคำนวณไว้ที่ 1 ลูกบาศก์เมตร ค่าที่ออกมา(น้ำมันหมดไป)ก็เอามาคำนวณตามสูตร ว่ารถคันนั้นกินน้ำมันเท่าไร มีคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจากน้ำมันนั้นเป็นเท่าไร รถที่จะเข้าการทดสอบนั้นจะต้องทำตามสเปกที่ผู้ผลิตออกขาย เช่นใช้น้ำมันเครื่องเกรดใด เบอร์ใด(ตามหนังสือคู่มือ) ขนาดของยางแรงดันของลมยางต้องเป็นไปตามที่ใช้งานจริงหรือที่โฆษณาขายหรือที่ระบุไว้ในหนังสือคู่มือ
ในเวลา 400 วินาทีที่กล่าวมาแล้วนอกจากหยุดรถได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาทีแล้วก็มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก เช่นต้องใช้ความเร็วคงที่ 209 วินาที ให้เร่งแซงได้ 109 วินาที ถ้าทำตามข้อบังคับนี้ตัวเลขที่ออกมาจะได้ความเร็วเฉลี่ย 62.60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นคือตัวเลขที่เป็นจริงจากการทดสอบแล้วเอามาโฆษณากัน พูดง่ายๆ ถ้าขับได้ตามนี้ ก็จะได้ตามนั้น และคนที่จะซื้อรถหรือซื้อรถมาแล้วก็รู้ว่าขับไม่ได้อย่างนั้นในการใช้งานจริง แต่ก็ต้องซื้อและจำใจต้องเชื่อเหมือนอย่าง รถไฮบริดยี่ห้อหนึ่งที่บอกว่ากินน้ำมัน 24 กิโลเมตรต่อลิตร ต่อเมื่อเอาแว่นขยายส่องแล้วจะเห็นว่าเขาทดสอบที่ความเร็วคงที่ที่ 60 กม./ชม.และปิดแอร์ ก็ไม่ว่ากัน
อย่างไรก็ตาม รถทุกรุ่นทุกคันไม่ว่าจะใหญ่จะเล็กแค่ไหนผลิตจากค่ายใดทุกวันนี้ความต้องการของผู้ผลิตมีเจตนาแน่วแน่ที่จะผลิตเครื่องยนต์หรือรถยนต์ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองและปล่อยคาร์บอนออกมาให้น้อยที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของรถละครับว่าจะเลือกอะไร หรือลองคิดเล่นๆ กันตอนรถติดๆ ว่า วันนี้ใช้น้ำมันไป 10 ลิตร จ่ายไป(ประมาณ) 400 เราปล่อยคาร์บอนออกมาทำให้โลกร้อนไปแล้ว 23 กิโลกรัม(เสียเงินด้วยทำลายโลกด้วย) คุ้มกันไหมเนี่ย !!!!!
.......................................
(ค่าของความสิ้นเปลือง : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์ )



