
เตือนนักท่องป่าหน้าฝนระวังไข้มาลาเรีย
สสจ.กาญจนบุรี เตือนนักท่องป่าหน้าฝน ระวังไข้มาลาเรียเล่นงาน พร้อมแนะวิธีป้องกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 55 นพ.อภิชาติ รอดสม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า โรคมาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อปรสิต สกุลพลาสโมเดียม มีทั้งหมดสี่ชนิด คือ พลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม (P. falciparum) พลาสโมเดียม ไวแวกซ์ (P. vivax) พลาสโมเดียม มาลาริอี (P. malariae) และพลาสโมเดียม โอวาเล่ (P. ovale) และมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำเชื้อจากผู้ป่วยมาลาเรีย ไปยังผู้อื่น อาการของโรค ระยะแรกจะมีอาการหนาวสั่น มีไข้ ปวดศีรษะ ผิวหนังซีด อาเจียน เบื่ออาหาร บางรายปวดศีรษะมากอาจปวดลึกเข้าไปในกระบอกตา กระสับกระส่าย เพ้อ กระหายน้ำ ชีพจรเต้นเร็ว คลื่นไส้อาเจียน จะมีเหงื่อออกชุ่มตัว จังหวัดกาญจนบุรีมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง ป่าทึบ และมีแหล่งน้ำ ลำธาร และมีพื้นที่ติดแนวชายแดน อันเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของยุงก้นปล่อง จึงอาจมีความเสี่ยงต่อโรคมาลาเรียได้ รวมทั้งมีประชาชนจำนวนมากมักเดินทางไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติ และนิยมไปเที่ยวป่า เดินป่า หรือกางเต็นท์นอนตามป่า ขอให้ระมัดระวังตนเองเนื่องจากในป่ามียุงก้นปล่องออกหากินเวลากลางคืน ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย หากมีอาการดังกล่าวขอให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทุกแห่งใกล้บ้านหรือที่หน่วยมาลาเรีย เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย และต้องแจ้งประวัติการเข้าป่าหรือไปบริเวณพื้นที่เสี่ยงให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อให้การรักษาที่รวดเร็ว โรคนี้มียารักษาหาย หากรักษาเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตได้
นพ.อภิชาติ กล่าวถึงสถานการณ์โรคมาลาเรียของจังหวัดกาญจนบุรีว่า จากรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่ 1 มกราคม - 22 สิงหาคม 2555 พบผู้ป่วยโรคมาลาเรียจำนวน 976 ราย ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิต โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดที่อำเภอไทรโยค รองลงมาอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี อัตราป่วย 927.47, 549.71 และ 219.47 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ สำหรับการป้องกันโรคมาลาเรีย ไม่แนะนำให้กินยาป้องกันก่อนเข้าป่า เนื่องจากจะทำให้เข้าใจผิดว่ากินยาแล้วจะไม่ป่วยเป็นไข้มาลาเรีย และหากป่วยเป็นไข้มาลาเรียจริงก็จะตรวจไม่พบเชื้อ และอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปนอนแคมป์ตามป่าเขา ควรเตรียมมุ้งหรือเต้นท์ชนิดที่มีตาข่ายกันยุง นอนในมุ้งชุบสารเคมี และสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว แนะนำให้ใช้สีอ่อนๆ เพราะการใส่เสื้อผ้าสีดำ มักดึงดูดความสนใจให้ยุงกัดได้มาก รวมทั้งควรสุมไฟเพื่อไล่ยุง หรือจุดยากันยุง หรือทายากันยุงที่แขน ขา ใบหู หลังคอ และส่วนที่อยู่นอกเสื้อผ้าเพื่อป้องกันยุงกัด อย่างไรก็ตาม ไข้มาลาเรียมีโอกาสป่วยซ้ำได้อีก โดยมียุงก้นปล่องซึ่งอยู่ในป่าเขาเป็นตัวการแพร่เชื้อ มาตรการสำคัญคือการป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว และประชาชนทุกกลุ่มอายุ ที่อาศัยในพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน หรือมีสวนยางพารา เป็นต้น



