ไลฟ์สไตล์

นักวิจัยชี้พบโรคใหม่คล้าย'เอดส์'ในเอเชีย

นักวิจัยชี้พบโรคใหม่คล้าย'เอดส์'ในเอเชีย

24 ส.ค. 2555

นักวิจัยสหรัฐฯ ชี้พบโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองชนิดใหม่ในทวีปเอเชีย มีอาการคล้ายกับโรคเอดส์

                         24 ส.ค.55 นักวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ หรือ NIH ของสหรัฐ เผยแพร่รายงานการวิจัยลงในเวบไซต์ของวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ระบุว่า โรคใหม่คือ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองในวัยผู้ใหญ่ หรือ อดัลต์ ออนเซ็ต อิมมูโนดีเฟียนซี ซินโดรม (adult-onset immunodeficiency syndrome) ผู้ป่วยจะมีปัญหาระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรค และจะมีอาการป่วยคล้ายกับโรคเอดส์ แม้ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีก็ตาม โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และมักเกิดในผู้ใหญ่มีอายุตั้งแต่เกือบ 50 ปีขึ้นไป

                         โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองชนิดนี้เป็นโรคภูมคุ้มกันบกพร่องชนิดหนึ่ง เริ่มปรากฏครั้งแรกเมื่อปี 2547 ส่วนใหญ่เกิดขี้นไทยและไต้หวัน และสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐเริ่มการศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ในปี 2548

                         ดร.ซารา บราวน์ นักวิทยาศาสตร์ ของสถาบันโรคติดเชื้อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐเป็นหัวหน้านักวิจัยที่ทำการศึกษาโรคนี้ร่วมกับนักวิจัยในไทยและไต้หวัน เธอบอกว่า เราพบโรคนี้ในสหรัฐด้วย จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วย 12 ราย ทั้งหมดมีเชื้อสายชาวเอเชีย

                         ผลงานวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผู้ป่วยกว่า 200 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในไทยและไต้หวัน อายุระหว่าง 18-78 ปี และไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อมุ่งหาคำตอบว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนตี้บอดี้ขึ้นมาจนทำลายตัวเอง แตกต่างจากโรคเอดส์ที่มีเชื้อไวรัสเอชไอวี ทำให้ระบบภูมคุ้มกันบกพร่อง จนทำให้ผู้ป่วยรับเชื้อโรคได้ง่ายและเกิดอาการป่วยต่างๆตามมา

                         ทั้งดร.บราวน์ และดร.แอนโทนี่ ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดเชื้อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ เชื่อว่าปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญต่อภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เห็นได้จากผู้ป่วยเท่าที่พบล้วนเป็นชาวเอเชีย

                         ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยกว่า 200 คนที่ทำการศึกษา จะสร้างสารที่เรียกว่าแอนตี้บอดี้ทำลายตัวเอง ขึ้นมาปิดกั้นอินเตอร์เฟอรอน แกมมา สารโปรตีนในร่างกายที่จะช่วยยับยั้งการติดเชื้อต่างๆ ทำให้ร่างกายสามารถติดเชื้อไวรัส รา ปรสิต และโดยเฉพาะแบคทีเรียได้ง่าย ทำให้เชื่อว่าจะสามารถหาทางรักษาโรคนี้ได้ด้วยการพุ่งเป้าไปที่เซลล์ที่ผลิตแอนตี้บอดี้ทำลายตัวเอง