
ชุมนุมไล่!เจ้าอาวาสวัดโสธรแอบติดรั้ว
ปัญหารั้ววัดโสธรฯ บานหนัก หลังกลุ่มแม่ค้ายกระดับการชุมนุม เป็นการขับไล่เจ้าอาวาสฯ พ้นวัด ขณะที่แกนนำดีกรีเป็นหัวโจกขนม็อบหนุนมหาเถรสมาคม ฉวยเก้าอี้ตำแหน่งเจ้าอาวาสฯ ไว้ให้ แฉทวงบุญคุณกลางที่ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ส.ค. 55 จากกรณีปัญหาเรื่องวัดโสธรฯ ได้นำกำแพงรั้วเหล็กเข้ามาติดตั้งแบบฉับพลันจนทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าภายในวัดกว่า 300 คนเกิดความไม่พอใจ และได้มีการรวมตัวต่อต้าน และขัดขวางการติดตั้งรั้วกำแพงดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ล่าสุด บรรดากลุ่มผู้ชุมนุมได้พากันกรูออกมาปิดถนนบริเวณโรงลิเก ด้านหน้าวัดโสธร (เทพคุณากร) จนทำให้การจราจรหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แกนนำจะได้รับการประสานจากนักการเมืองตระกูลดังในพื้นที่รายหนึ่ง ให้ถอนตัวออกจากผิวถนน และต่อสู้ไปในแนวทางที่ถูกกฎหมาย ผู้ชุมนุมจึงยอมเคลื่อนย้ายพากันออกมาจากถนน และมาชุมนุมต่อยังบริเวณริมไหล่ทางหน้าโรงลิเกตามเดิม ซึ่งทำให้การจราจรบริเวณหน้าวัดฯ ติดขัด และหยุดชะงักไปนานกว่า 10 นาที
ในการชุมนุมได้มีแกนนำ คือ นายชาย (ขอสงวนนาม) อายุ 51 ปี อาชีพพ่อค้า และรับงานรถเร่โฆษณา รวมทั้งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประกาศว่า จะร่วมกันขับไล่เจ้าอาวาสฯ รูปปัจจุบันให้ออกไปให้พ้นวัดฯ แห่งนี้
"อยากจะถามว่านโยบายที่ท่านทำอยู่นี้ ทำเพื่ออะไร ทำเพื่อกีดกันพ่อค้าแม่ค้า เพื่อไม่ให้ได้ค้าขายใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน พวกเราจะขับไล่ท่านออกไปให้พ้นวัดโสธรฯ แห่งนี้"
แกนนำคนเดิมยังได้กล่าวอีกว่า ตนเองนั้นได้เคยเป็นผู้สนับสนุนเจ้าอาวาสรูปนี้ ให้ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส และเป็นคนที่เกณฑ์คนไปชุมนุมสนับสนุนมหาเถรสมาคม ในการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ เมื่อครั้งที่เกิดการแย่งชิงตำแหน่งกันเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพราะเห็นว่า คนท่าสะอ้านบอกว่าท่านดี ขายที่ขายทางมาบูรณะวัดที่ท่าสะอ้าน แต่ในวันนี้พวกเราจะขับไล่เจ้าอาวาสออกไปให้พ้นวัดโสธรฯ
"ผมเป็นคนไปเอาท่านมา ผมเกณฑ์คนไปช่วย แต่ท่านจะมาทำแบบนี้ผมค้าขายไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการทำรั้วท่านก็อยู่วัดโสธรฯ ไม่ได้"
โดยแกนนำได้พูดตอกย้ำถึงที่มาดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางการส่งเสียงเชียร์ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณหน้าวัด พร้อมแฉต่ออีกว่า ที่วัดโสธรฯ แห่งนี้มีเงินมาก จึงมีการแย่งชิงตำแหน่งเจ้าอาวาส ฝ่ายคู่แข่งก็อยากจะเป็น ฝ่ายทางนี้ก็อยากจะเป็น แต่ที่ต้องเลือกฝ่ายนี้ก็เพราะฝ่ายคู่แข่งรู้ข้อมูลภายในวัดทั้งหมด เพราะเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสรูปก่อน ที่อยู่ภายในวัดมานานเราจึงไม่เอา
ขณะที่ นายนนท์ (ขอสงวนนาม) อายุ 38 ปี อาชีพค้าขายอาหารบริเวณหน้าวัด กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการใช้เงินทำบุญจากประชาชนไปโดยใช่เหตุ มากถึง 4 ล้านบาทอย่างไม่เกิดประโยชน์ และยังทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะทำกินกันไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ได้ตกลงกันกับแม่ค้าและชาวบ้านไว้ว่า จะเอาแบบมาให้ดูก่อน ก่อนที่จะลงมือสร้าง แต่จู่ๆ ในวันนี้ก็มาทำกันเลย แสดงว่ามีการฮั้วกันไว้แล้ว ก่อนที่จะมาชี้แจงกับชาวบ้าน อย่างนี้มีโกงหรือยักยอกกันชัดๆ
อนึ่งเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานจอดรถบัสหน้าโรงลิเก ฝั่งตรงข้ามพระอุโบสถหลังใหม่ วัดโสธรวราราม วรวิหาร อ.เมืองฉะเชิงเทรา กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจำนวนหลายสิบคนได้พากันออกมารวมตัวมุงดูแนวกำแพงรั้ว อันใหม่เอี่ยม ที่ทางวัดโสธรฯ ได้เร่งให้ช่างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการติดตั้ง ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา แบบรวดเดียวเสร็จ ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่จะมาถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้พากันออกมารวมตัวรุมขวางไว้ก่อน
โดยแนวกำแพงที่เพิ่งถูกนำมาติดตั้งใหม่เพียงชั่วข้ามคืนนี้ เป็นกำแพงรั้วโลหะทาสีเทาสลับสีเหลืองทอง สูงประมาณ 170 ซม. โคนเสาถูกฝังยึดไว้ด้วยน็อตเบอร์ 17 แบบสกรูเกลียวฝังพุกขนาดใหญ่ แนวรั้วด้านล่างเป็นแผ่นโลหะทึบด้านหน้าเป็นลายดอกไม้ ด้านหลังเป็นแผ่นเลียบ ด้านบนเป็นโลหะดัดรูปโค้งงอลายช่อดอกไม้ แนวฉลุไทย ประกอบตราธรรมจักรประทับด้านหน้า บ่งชี้ว่าเป็นพระอารามหลวง วัดโสธรวราราม วรวิหาร ที่ยอดเสาประดับด้วยฉัตรรูปทรงกลมคล้ายช่อบัวตูม 2 ชั้น ถูกนำมาฝังยึด ติดตั้งไว้อย่างแน่นหนาตั้งแต่แนวหัวมุมกำแพงด้านหน้าตลาดสดชุมชนโสธร ยาวมาจนเกือบถึงปากทางเข้าอาคารจอดรถ 5 ชั้น ระยะทางประมาณเกือบ 100 เมตร ซึ่งแนวกำแพงที่เพิ่งถูกนำมาติดตั้งใหม่นี้ ได้สร้างความไม่พอใจต่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าภายในบริเวณวัดเป็นอย่างมาก
ด้านนางพร (ขอสงวนนาม) อายุ 53 ปี แม่ค้าขายอาหารภายในบริเวณวัด กล่าวว่า กำแพงรั้วดังกล่าวนี้ถูกนำมาติดตั้ง ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าจนทำให้ชาวบ้านที่เคยทำกินอยู่กับวัด หากินไม่ได้ เพราะรั้วขวางกั้นไม่มีใครกล้าจอดรถซื้อ เดิมทีเมื่อวานนี้เจ้าอาวาสฯ บอกจะทำเพียงรั้วชั่วคราว สูงประมาณ 120 ซม. แต่ที่เอามาติดในวันนี้ กลับเป็นรั้วแบบถาวรและสูงมากเกือบ 2 เมตร บดบังแนวถนนจนไม่เห็นอะไร ทำการค้าขายก็ยากลำบาก
ขณะที่ นายวินัย แสวงศิริผล อดีตทนายความชื่อดังในจังหวัดฉะเชิงเทรา และปัจจุบันเป็นประธานสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ผู้ที่เคยทำมาหากินจนเติบโตมากับวัดแห่งนี้กล่าวว่า ตนมาในฐานะตัวแทนของพ่อค้าแม่ค้า การสร้างกำแพงกั้นแนวถนนหน้าวัดครั้งนี้ เป็นการล้างผลาญเงินบริจาคของประชาชนที่เข้ามาทำบุญ ซึ่งใช้เงินไปกว่า 4 ล้านบาท ในทางที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ทั้งที่ขณะนี้วัดโสธรฯ มีรั้วรอบขอบชิดมากถึง 4 ชั้นแล้ว ปิดกั้นไปหมดทุกอย่าง ทุกด้าน จนเกินความจำเป็น ถือเป็นการกลั่นแกล้งแม่ค้า พ่อค้า ที่จะไม่ให้ทำการค้าขาย ทำมาหากินกันในวัด ตนมองว่าการดำเนินการในครั้งนี้ น่าจะมีการให้ผลประโยชน์กับบุคคลใด และสร้างรั้วกันเอาไว้ล่วงหน้า
ทั้งที่เจ้าอาวาสฯ เองนั้นเป็นผู้ที่เรียกประชุม และรับปากว่า จะชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน จนกว่าจะมีการเขียนแบบรั้วแล้วเสร็จ และจะนำมาร่วมกันพิจารณาตกลงกับแม่ค้าพ่อค้า ก่อนที่จะดำเนินการสร้างต่อไป แต่นี่เพียงข้ามคืนรั้วกลับถูกนำมาติดตั้งจนเกือบแล้วเสร็จ ท่านยังผิดคำพูดที่ได้รับปากไว้ เป็นการมุสาฯ ผิดศีลห้า แล้วจะเป็นผู้รักษาศีล 227 ของสงฆ์ได้อย่างไร และสิ่งที่ทำอยู่นี้ทำไปเพื่ออะไร กลั่นแกล้งชาวบ้านหรือเปล่า เราชาวแม่ค้าพ่อค้า เราจะขอต่อสู้เพราะเราไม่เคยเป็นเหลือบไปกินเงินวัด พวกเราหากินด้วยตัวเราเองเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่ชั่วลูกชั่วหลาน บรรพบุรุษหากินกันที่นี่ แต่ถูกพังทลายโดยเจ้าอาวาสฯ คนใหม่ ที่เพิ่งมาอยู่ได้เพียง 2 ปี เป็นการหักพร้าด้วยเข่า วัดกับชาวบ้านต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เป็นเช่นนี้



