
ดราม่า!จวกแม่ลูกแซงคิวเหวี่ยงวีนพนง.
ชาวเน็ต พร้อมใจแชร์ พฤติกรรมยอดแย่ "แม่ลูกแซงคิว" เหวี่ยงวีน ลั่นจะร้องเรียน พนง.ร้าน ชื่นชมคนดี กล้าออกตัวช่วยเหลือ วิจารณ์ว่อนสังคมแย่ วุ่นวายเพราะคนไม่เคารพกฎ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ยืนหยัดทำดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.55 ประเด็นเด็ด กระแสร้อนในโลกออนไลน์ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์พูดถึงและถูกนำไปแชร์ต่อกว่า 15,000 ครั้ง ขณะนี้ เป็นกรณี พฤติกรรมของคุณแม่และลูกสาวคู่หนึ่ง ที่ไม่ยอมเข้าคิวต่อแถวเพื่อสั่งอาหาร และเมื่อพนักงานของร้านแจ้งให้ลูกค้าเข้าคิว กลับแสดงอาการไม่พอใจ เหวี่ยงวีนแตก จนกลายเป็นดราม่า กลางร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ถูกบอกเล่าผ่านการแชร์รูป บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของ "เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ" เมื่อเวลา 22.01 น. วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเล่ารายละเอียดในวันนั้น ว่า
ณ "ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง" เวลา 20.25 น.
มีมนุษย์ 7 คน ที่ต่อจากผม กำลังยืนเข้าแถว เพื่อรอสั่งอาหารอย่างมีระเบียบหน้าเคาน์เตอร์ อยู่ๆ ก็มีเด็กนักเรียนมัธยมสาวน้อยหน้าใส พร้อมคุณแม่ที่แลดูมีฐานะ เดินมาพร้อมคนขับรถ ได้เข้ามาดึงเมนูจากด้านหน้าของผม ทั้งที่ผมยืนติดเคาน์เตอร์ ไปเลือกดูอาหาร ทั้งที่มีป้ายไฟอันใหญ่อยู่ด้านบน (ผมพยายามไม่ใส่ใจกับมารยาททางสังคมของคนบางครอบครัว)
เมื่อผมสั่งครบ จ่ายเงิน ก็เดินถอยออกมารอพนักงานเตรียมอาหารให้ และเพื่อให้คนต่อไปได้ใช้สิทธิของตนที่ต่อจากผมในการที่จะได้ขยับตัวเข้ามาสั่งอาหาร
"สองแม่ลูก" ก็แทรกตัวไปพร้อมสั่งอาหารตัดหน้าคิวทุกคน
(สำหรับผม คือ ความอดทดในขั้นที่ 1)
พนักงาน : (พยายามพูดดี) เชิญท่านต่อไปตามคิวค่ะ
แม่ : (จ้องหน้าพนักงาน และโยนเมนูบนเคาน์เตอร์) แล้วสะบัดตัวเองออกมา
ลูกสาว : อ้าว ทำไมล่ะแม่ (และหันมาทางผม) นี่พี่สั่งเสร็จหรือยัง (น้ำเสียงเหมือนผมเป็นคนขับรถของเธอ)
(สำหรับผม คือ ความอดทดในขั้นที่ 2)
แม่ : (ไปนั่งแล้วโวยวาย) โอ้ย ทำไมพนักงานร้านนี้พูดจาไม่สุภาพเลย ไม่มีมารยาท แย่มาก
ลูกสาว : อ้าว ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ (พยายามหันไปเหวี่ยงพนักงาน)
ขณะนั้นทุกคนที่ต่อแถว และผมพยายามทำเป็นไม่สนใจอะไร น้องพนักงานก็พยายามให้บริการต่อโดยไม่ใส่ใจ
แม่ : อย่างนี้ต้องร้องเรียนละมั้ง มารยาทแย่ขนาดนี้ บริการลูกค้าได้ไง แย่มาก (บ่นเสียงดังชัดเจน)
(สำหรับผม คือ ความอดทดในขั้นที่ 3)
ผม : (หลังจากทนมานาน และนับ 1-3 แล้ว ตามหลักการควบคุมตัวเอง) ใจเย็นครับ เค้าก็บริการกันอยู่ครับ ทุกคนก็ต่อคิวกันอยู่ครับ
แม่ : ชั้นจะด่าพนักงาน คุณมายุ่งอะไร ชั้นมีสิทธิ์
ลูกสาว : เค้าจะด่า ชั้นจะเหวี่ยงพนักงาน มา....(ส.เสือใส่เกือก)....ทำไม
(สำหรับผม คือ หมดความอดทดขั้นเกรงใจ)
ผม : ผมไม่อยากยุ่งหรอกครับ ถ้าคุณและลูกรู้จักมารยาททางสังคม คนเค้าต่อแถวกันอยู่นะครับ เห็นไหมครับ และผมก็ไม่อยากยุ่งอะไรด้วย เพียงแต่คุณไปโวยพนักงาน และจะไปร้องเรียนเค้า ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แย่ (เสียงผมรับรองว่าได้ยินทั้งร้าน)
ลูกสาว : อย่ามา....(ส.เสือใส่เกือก)....ค่ะ (หลุดสันดอนออกมา ไม่น่าแต่งชุดนักเรียนโรงเรียนดีๆ ให้เสียสถาบันเลย)
ผม : ถึงว่าครับ แม่มันเป็นอย่างนี้ ลูกมันถึงขนาดนี้ เลี้ยงกันดีจริงๆ คนเค้าดีๆ ทำงานตามหน้าที่เค้า ตัวเองเข้ามาทำแย่ๆ ยังจะไปหาเรื่องเค้า ไม่สงสัยเลยจริงๆ คงไม่มีใครอบรมใคร ไม่มีใครเตือนใครจริงๆ (ผมหันไปบอกที่เคาน์เตอร์) ไม่ต้องกลัวนะครับ มีใครร้องเรียนคุณ เดี๋ยวผมเป็นพยานให้ ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นพยานให้ได้ครับ แหมทนไม่ได้จริงๆ เวลาเจอคนเลวๆ แบบนี้
แม่ / ลูกสาว : (เดินหายไปมุมโต๊ะไกลๆ เหวี่ยง วีน เต็มที่)
ผม : (เดินกลับมาที่โต๊ะ กินอย่างสบายใจ แต่ก็แอบสังเกตเห็นว่ามีการโทรศัพท์ตามคน แต่ที่เรารู้สึก คือ คนขับรถรู้ดีว่า แม่ / ลูก คู่นี้เป็นอย่างไง)
สักพักมีชายภูมิฐาน แต่งตัวดี ถ้าไม่เป็นข้าราชการระดับ ซี 8 ขึ้นไป ก็คงเป็นผู้บริหาร บ.เอกชน มาที่โต๊ะ และแอบกระซิบกระซาบกัน ชี้ไม้ชี้มือมาที่ผม แต่ผมทำเป็นนิ่ง ไม่เห็น และทำงานต่อหน้า Notebook
ชายคนนั้น : (เดินปรี่มาที่โต๊ะผม)
ผม : (มองไว้ด้วยหางตา แสร้งเป็นไม่เห็น ไม่สนใจ) (แต่อยู่ในสายตาตลอด พร้อมตอบโต้ทันที)
ชายคนนั้น : (เดินเวียนไปวนมาที่โต๊ะผมไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง)
ผม : ( แกล้งลุกไปที่เคาน์เตอร์)
ชายคนนั้น : (เดินปรี่ตามเข้ามา)
ผม : (หันไปมองหน้าเล็กน้อย และบอกกับพนักงานว่า) ขอกระดาษทิชชู่หน่อยครับ ขอฝาปิดไอศกรีมด้วย
จากนั้นก็สถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีใครกล้า ผมคิดอยู่ในใจ ถ้าวุ่นวายกะผม สนุกแน่ ....
เรื่องนี้สอนให้นึกถึงสุภาษิตโบราณประโยคหนึ่งว่า "ดูวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ หากสันดานแย่ๆ อาจตอแหลถึงยาย" ....... จบครับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ชาวเน็ตต่างพร้อมใจกันแชร์ รวมถึงให้ความเห็นต่อกรณีนี้อย่างกว้างขวาง แต่ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ชื่นชมและขอบคุณ "คุณเตชะ ทับทอง" ที่ช่วยเหลือน้องพนักงาน ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ยืดหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคนไม่เคารพกฎ และคิดว่าอย่างน้อยน่าจะให้โอกาสเยาวชนได้กลับตัว อาทิ ความเห็นต่อไปนี้
เอก สุรศักดิ์ กล่าวว่า ขอแชร์นะครับ ขอบคุณครับ จะได้นำไปประจาน...พร้อมกับการเป็นกำลังใจอีกหลายล้านคนยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถูกระเบียบ มารยาท ทางสังคม
Toff Chatchuma Thanisaranont กล่าวว่า คุณน่ารักมากๆ ค่ะ ที่อย่างน้อยก็กล้าเจรจากับพวกทำตัวแย่ในสังคม และยังช่วยพนักงานดีๆ ได้ด้วย
Direk Chupratum กล่าวว่า มารยาททางสังคมแค่นี้ยังปฏิบัติไม่ได้ แล้วกฏหมายบ้านเมืองจะยอมปฏิบัติตามหรอ
Chananshida Wattana กล่าวว่า ขอบคุณแทนน้องพนักงานด้วยค่ะ .. ขอให้คุณปลอดภัย และคุณพระคุ้มครองค่ะ ..
Bee Saimool กล่าวว่า เสียดายน่าจะมีรูปชัดๆ หน่อยนะคะ จะได้ประจานความต่ำของคนให้มันชัดแจ้งแจ่มแจ๋วไปเลย
BumBim Kingwichit กล่าวว่า เอาน่า อย่าจองเวรกันเลย เด็กคนนี้ก็เป็นเยาวชนที่หลงผิด สักวันเขาก็คงได้เรียนรู้บทเรียนราคาแสนแพงเหล่านี้ด้วยตัวเอง ถ้าเอาหน้ามาให้เห็นสิ เรื่องจะไม่จบไม่สิ้น
ศุภกร ศรีมูล กล่าวว่า ให้ไปดูประเทศญี่ปุ่นนะครับ ขนาดบ้านเมืองเขาถูกสึนามิถล่ม เขายังต่อคิวรับน้ำรับอาหารเลย แสดงว่า 2 แม่ลูกนี้แย่มากๆ ไม่เอาไหนเลย
Aof Chayangkul กล่าวว่า อยากเห็น Clip กล้องวงจรปิดที่ร้านจัง
Khwanmongkhon Saisawat กล่าวว่า พ่อแม่รังแกฉัน วันหลังลูกไปอยู่ในสังคมตัวคนเดียวแล้วจะรู้สึก
Sunee Y. Sung กล่าวว่า เรื่องเข้าคิว ถ้าเป็นคนด้อยพัฒนาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มีการศึกษา แต่ชอบเบ่ง อันนี้ รับไม่ได้ ขาดระเบียบ วินัย แย่มากกกกก
Notty Indyman กล่าวว่า เพราะมีคนแบบนี้อยู่บ้านเมืองเราถึงได้วุ่นวาย ไม่เคารพกฎ ถือว่าตัวเองมีเงิน มีฐานะแล้วจะทำอะไรก็ได้ ดีแล้วครับเจอคนยังพี่เข้าไป
--------------------
(เรียบเรียงโดย 'คม ชัด ลึก' ออนไลน์
ขอบคุณ ข้อมูล-ภาพ : "เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ" - https://www.facebook.com/photo.php?fbid=433466646696885&set=p.433466646696885&type=1&theater)



