
"อ้วน" มาก เสี่ยงโรค
ความอ้วน หรือไขมันส่วนเกินเป็นศัตรูวายร้ายอันดับหนึ่งที่ทำลายความสวยงามของคุณสุภาพสตรี อีกทั้งเมื่อไหร่ที่ความอ้วนได้ยึดครองเรือนร่างของใครแล้ว มักไม่มาอาศัยเดี่ยว
แต่ชอบชวนญาติร่วมก๊วนที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกด้วย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย (metabolism) และโรคหลอดเลือดหัวใจ
ตัวอย่างของคนอ้วนที่เสี่ยงต่อการเกิด ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (metabolic syndrome) ได้แก่ ความยาวเส้นรอบเอวมากหรือ “อ้วนลงพุง” ความดันโลหิตสูง น้ำตาลและไขมันในเลือดล้นเกิน เป็นต้น โดยมักจะค่อยๆ ชักชวนกันมาลงหลักปักฐานทีละนิดทีละหน่อยในเรือนร่างของคนที่อ้วนจนเกิดเป็นโรคอื่นๆ ตามมาอีกนานัปการ
การสำรวจล่าสุด พบว่า ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมได้ครอบงำทั้งผู้หญิงเมืองและชนบทในรูปแบบต่างๆ ข้อเท็จจริงที่แทบไม่อยากเชื่อแต่ต้องเชื่อ เพราะเป็นผลจากการสำรวจระดับชาติ คือ ปัญหาความอ้วนและไขมันในเลือดสูงนั้น พบมากในผู้หญิงต่างจังหวัดมากกว่าผู้หญิงเมืองหรือผู้ชายเมืองเสียอีก
ภัยจากความอ้วน มีผลต่อสุขภาพผู้หญิงมากมาย
1.ความอ้วนก่อเบาหวานและส่งผลต่อเมตาบอลิซึมรวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
เนื้อเยื่อของคนอ้วนมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินออกฤทธิ์ได้น้อยลง เกิดภาวะดื้อต่อการออกฤทธิ์ของอินซูลิน (insulin resistance) ทำให้การขนถ่ายกลูโคสเข้าเซลล์ลดลงและขัดขวางการเผาผลาญกลูโคสภายในเซลล์ ทำให้มีกลูโคสหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดมากจนก่อให้เกิดโรคเบาหวาน คนที่อ้วนลงพุงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สูงกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติถึงเกือบ 3 เท่า
2.ความอ้วนก่อมะเร็งได้
เซลล์ไขมันผลิตฮอร์โมนและสารที่ส่งเสริมการเติบโตของมะเร็ง ภาวะอ้วนจะทำให้มีสารเหล่านี้ปริมาณสูงอยู่เป็นเวลานานและส่งผลต่อเซลล์เยื่อบุผิวลำไส้จนเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งโดยผ่านวงจรและกลไกใหม่ โดยพบว่าผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้นทุก 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิดสูงขึ้นมาก เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ถุงน้ำดี หลอดอาหาร และไต โดยผู้หญิงชาวเอเชียแปซิฟิกที่อ้วนจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากเป็นพิเศษ ทั้งระยะก่อนและหลังหมดประจำเดือน
3.ความอ้วนก่อโรคอันตรายอื่นๆ ได้
นอกเหนือจากจะตั้งครรภ์ได้ยากแล้ว อาจทำให้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือครรภ์เป็นพิษ ลูกที่เกิดออกมามักจะตัวใหญ่เกินปกติ และการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องก็มักเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนน้ำหนักปกติกว่าสองเท่า ผู้หญิงที่อ้วนมากมักไม่ชอบไปตรวจภายในและเอกซเรย์เต้านม จึงทำให้ขาดโอกาสในการตรวจหาโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ในระยะต้น จึงมักพบโรครุนแรงถึงชีวิตมากกว่า รวมทั้งมีโอกาสเกิดโรคไต โรคข้อเข่าเสื่อมได้บ่อยกว่าผู้ชาย
อนึ่ง หากเป็นผู้หญิงสูงวัย อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า obesity paradox phenomenon คือ รูปร่างอวบท้วมนิดๆ แต่กลับเป็นประโยชน์เหมือนได้รับพรคุ้มครอง จึงไม่ควรไปบีบบังคับผู้หญิงสูงวัยให้ผอมลงแบบคนสาว
ทั้งนี้ กรณีที่ผอมมากเกินไป (ค่า BMI น้อยกว่า 18.5) หรืออ้วนมากเกินไป (ค่า BMI ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป) ในวัยนี้ ก็ยังคงเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอยู่ แต่ถ้าน้ำหนักท้วมๆ อวบๆ ขึ้นมานิดหน่อย กลับพบว่า ดูจะปลอดภัยกับสุขภาพโดยรวมมากกว่าปล่อยให้ผอมหรืออ้วนเกินไป ดังนั้นผู้หญิงสูงวัยจึงควรได้รับการผ่อนผันให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตามมาได้นิดหน่อย แต่ก็อย่าปล่อยตัวให้อ้วนมากจนเกินไปก็แล้วกัน
แนวทางแก้ไขปัญหาความอ้วน
หัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาความอ้วน ซึ่งเริ่มเป็นปัญหาระดับชาติ คือ การให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงปัญหาโรคอ้วนให้ทั่วถึงในระดับประชาชน เพราะสถานการณ์โรคอ้วนปัจจุบันนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะบุคคลอีกต่อไปแล้ว บางครั้งแค่ลองพิจารณารูปแบบการดำเนินชีวิตของตัวเราเองในแต่ละวัน ก็จะรู้ว่าแอบสะสมไขมันไว้ตรงไหน จากนั้นควรลงมือแก้ไขทันทีจะดีกว่า เพราะนิยามแห่งค่าตัวเลขนั้นเป็นเพียงเครื่องเตือนใจให้ไม่ประมาทในการดำรงชีวิตเป็นสำคัญ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



