
ลั้นลาคู่แท้ ที่ 'อนาเธอร์ ฮาวด์ฯ'
ลั้นลาคู่แท้ ที่ 'อนาเธอร์ ฮาวด์ฯ' : คอลัมน์ชวนชิม
ใช่จะไม่รู้ว่าจานปลาต้องค่อยๆ ละเลียดคู่กับไวน์รสเลิศ แต่เพราะไม่ได้เป็นทั้งคอไวน์และแฟนพันธุ์แท้สัตว์น้ำมีครีบ เวลาใครชวนไปร่วมโต๊ะที่เสิร์ฟสองสิ่งนี้มาเคียงกันจึงไม่อายที่จะขอความรู้จากบรรดาเซียนทั้งหลาย เหมือนมื้อนี้ที่มีโอกาสพาตัวเองเข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับจานอร่อยที่รังสรรค์มาเฉพาะ เพื่อให้ทั้งคอปลาและขาดื่มได้เปรมปรีดิ์กับการจับคู่ความลงตัว เลยทำให้บรรยากาศกินดื่มในร้าน "อนาเธอร์ ฮาวด์ บาย เกรย์ฮาวด์ คาเฟ่" ดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาไม่น้อย
อายุอานามร้านเปิดมาพร้อมห้างหรูสยามพารากอน ราว 7 ขวบเห็นจะได้ ถ้าเทียบวัยวุฒิก็คงเป็นเด็กกำลังซนแก่น แต่สำหรับคุณวุฒินั้นคงต้องบอกว่าประสบการณ์มากเหลือ ระดับตัวพ่อตัวแม่ของร้านอาหารเลยทีเดียว แต่ละมื้อที่ลูกค้าเข้าไปฝากท้องนอกจากจะได้รับความอิ่มหนำกลับออกไปแล้ว ยังได้ชื่นมื่นกับการออกแบบตกแต่งอย่างมีรสนิยมตามแบบฉบับดีไซเนอร์รุ่นเก๋า ภาณุ อิงคะวัต ผู้เป็นเจ้าของ
และซีซั่นนี้เขาก็มีรสมือละเลงให้ได้ลิ้มลองไม่มีซ้ำ โดยนำปลาไปแหวกว่ายใกล้แก้วไวน์ หรือ "ฟิช แอนด์ ไวน์" ซึ่ง "เชฟเพลง" ร่มฉัตร ขำศิริ หัวหน้าแม่ครัวประจำร้านครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตกผลึกเป็น 3 จานเด็ด 3 อารมณ์ แล้วก็ไม่ลืมใส่ความเป็นอนาเธอร์ ฮาวด์ คือ "อิตาเลียน กูเม่ วิธ ไทย สไปซี่" ไม่เชิงฟิวชั่นทว่าให้รสชาติออกมาผสมผสานระหว่างวัตถุดิบไทยและอิตาเลียนอย่างแนบเนียน ส่วนเนื้อสัตว์จัดเต็มระดับพรีเมียมไม่ว่าจะเป็นปลาหิมะ หอยเชลล์ หรือเนื้อวากิว
ใครลิ้นอ่อนสั่ง "สลัดอโวคาโด" มาลูบกระเพาะ แต่ถ้าลิ้นหนาคุ้นเคยกับรสเผ็ดร้อนของ "สปาเกตตีเส้นดำ" จานเด็ดสัญชาติอนาเธอร์ ฮาวด์อันเลื่องชื่อ ต้องไม่ลืมลิ้มลอง "ปลาสำลีทอดสมุนไพร (Pan fried Black Banded Kingfish)" เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของอาหารไทยและฝรั่ง เริ่มจากหมักปลาด้วยสมุนไพรฝรั่งอย่างเม็ดแมงลักและพริกปาปริก้า ทอดให้กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมกระเทียมผัดใส่ครีม แกล้มเบบี้ แครอท ลวกกรุบกรอบ และเพิ่มความจี๊ดจ๊าดด้วยมะนาวเหลือง เนื้อปลาเผ็ดกำลังดีเข้ากั๊นเข้ากันกับไวน์ขาวนุ่มๆ
ต่อเนื่องความเผ็ดอีกจานกับ "ทูน่า คาปาชิโอ (Tuna carpaccio)" ที่เชฟจัดมาเพื่อเอาใจคนชอบทูน่าโดยเฉพาะ เนื้อทูน่าสีแดงสดนุ่มๆ สไลด์บางๆ คลุกเคล้าด้วยน้ำสลัดจากถั่วเหลืองรสจัดจ้าน เติมกระเทียมเจียว หอมเจียว และข้าวพองให้รสชาติที่คุ้นเคยแบบไทยๆ แล้วเพิ่มความหอมและรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นด้วยน้ำมันงาและอโวคาโด ลงตัวเป็นลาบทูน่าลูกครึ่งที่อร่อยอย่าบอกใคร
ละเมียดละไมในการปรุงไม่แพ้ปลาสุดฮิตอย่าง "แซลมอน" ที่เชฟไอเดียเจิดนำไปรมควันเองด้วยชามะลิ แล้วปั้นแต่งให้เป็น "โฮมเมด ที สโมค แซลมอน (Homemade Tea Smoke Salmon)" พอรมควันจนได้ที่และมีกลิ่นควันไฟเป็นเอกลักษณ์ ก็นำมาจัดแต่งอย่างสวยงามกินคู่กับไข่มะตูมแบบไทยๆ และขนมปังกระเทียม เพิ่มรสชาติด้วยแตงกวาดองและเกลือทะเล เขาเข้าใจจับความง่ายอย่างไข่มะตูมมาเข้าคู่กับปลาไฮโซอย่างแซลมอน แถมหน้าตาที่เห็นก็สร้างสรรค์อย่างสมชื่อร้าน
ตามตำรา ตำรับปลาสาม 3 สหายใหม่ล่าสุดควรจะจิบไวน์ตบท้ายแก้เลี่ยนอย่างที่กูรูอาหารเอื้อนเอ่ยแนะ ถึงจะสมบูรณ์พร้อมทั้งรูป รส และกลิ่น จากนั้นพอน้ำย่อยเริ่มทำงานก็จะสั่งจานหลักของร้านมาสมทบให้อยู่ท้องก็สุดแต่ เพราะแต่ละจานสร้างสรรค์มาสนองลิ้นคนรักความแปลกใหม่โดยเฉพาะ สนใจก็แวะเวียนไปพบคู่แท้กันได้ที่ชั้น 1 ห้างสยามพารากอน
..............................................
(ลั้นลาคู่แท้ ที่ 'อนาเธอร์ ฮาวด์ฯ' : คอลัมน์ชวนชิม )



