ไลฟ์สไตล์

หากไม่รู้จัก อย่ารับเป็นเพื่อน

หากไม่รู้จัก อย่ารับเป็นเพื่อน

19 ส.ค. 2555

ความนิยมการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของพลเมืองในภูมิภาคเอเชีย กลายเป็นหอกที่กลับมาทิ่มแทงผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดีย

               ความนิยมการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของพลเมืองในภูมิภาคเอเชีย กลับกลายเป็นหอกที่กลับมาทิ่มแทงผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และสื่อโซเชียลมีเดียเฉพาะถิ่น เช่น เว่ยโป ในประเทศจีนเสียเอง เนื่องจากผู้ใช้งานเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อของผู้ไม่ประสงค์ดีที่คอยสร้างมัลแวร์ หรือ สแปม (ชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่มีจุดประสงค์ในการล่อลวง ชักชวน ไปยังหน้าเว็บไซต์ด้านมืด หรือล้วงข้อมูลความลับส่งกลับไปยังเจ้าของ) และส่งเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานหัวดำตาดำในเอเชีย เพื่อล้วงความลับต่างๆ และนำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองต่อไป

                ที่กล่าวมานี้ไม่ได้พูดขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่อ้างมาจากผลการศึกษาของนายประนาเพศ นาธ ผู้จัดการอุตสาหกรรมไอทีประยุกต์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแห่งบริษัทที่ปรึษาฟรอสท์ แอนด์ ซัลลิแวน ที่ได้วิจัยพฤติกรรมการใช้งานอีเมลและการส่งสแปมผ่านอีเมลในยุคแรกเริ่มของการเบ่งบานของอินเทอร์เน็ต เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียในปัจจุบันนั้น พบว่าภาพทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากจนแทบจะกลืนเข้าเป็นภาพเดียวกัน

               ขณะที่ นายยูจีน เตี๋ยว ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยประจำสิงคโปร์ แห่งบริษัทไซแมนเทค ผู้ผลิตโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและการรักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ ชี้ว่า การส่งสแปม และ มัลแวร์ผ่านไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เป็นปัญหาสำคัญที่กำลังระบาดในภูมิภาคเอเชียที่มีประชากรชาวอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมากใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางติดต่อกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งการที่ประชากรผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียอยู่ในภูมิภาคเดียวกันเป็นปัจจัยประการหนึ่งที่เมื่อประกอบกับปัจจัยที่ว่า คนเรามักจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีคนรอบข้างที่คิดว่าเป็นเพื่อนผู้หวังดีอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลายจะใช้เป็นช่องทางส่งโปรแกรมไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี

             ด้าน นายแดน โอลด์ส นักวิเคราะห์แห่งบริษัทที่ปรึกษาเดอะ เกเบรียล กรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้เหล่าผู้ไม่หวังดี หรือสแปมเมอร์ ต่างเลือกใช้เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ เป็นช่องทางหลักในการส่งสแปมไปยังเหยื่อทั้งหลายแทนการส่งผ่านทางอีเมลไปยังผู้รับ เนื่องจากการพัฒนาระบบคัดกรองและตรวจจับสแปมหรือมัลแวร์ที่ไม่พึงประสงค์ในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) นั้น พัฒนาประสิทธิภาพขึ้นมาอย่างมาก

              และแม้ว่าเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์จะยกระดับการรักษาความปลอดภัยในการป้องกันสแปมและมัลแวร์มากขึ้น แต่ยังมีช่องโหว่สำคัญคือ เหล่าสแปมเมอร์สามารถสร้างบัญชีสมาชิกปลอมขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตัวแพร่กระจายโปรแกรมไม่พึงประสงค์ให้แก่เหยื่อได้โดยง่ายดาย

            ทั้งยังมีการตรวจพบบัญชีสมาชิกปลอมในสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆนอกเหนือจากเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์กันแล้ว โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พินเทอเรสท์ เว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่เปิดให้สมาชิกแบ่งปันรูปถ่ายพร้อมคำบรรยายสั้นๆ ประกาศปิดบัญชีสมาชิกบางรายที่พบว่าเป็นบัญชีของเหล่าสแปมเมอร์ที่ใช้เป็นช่องทางส่งสแปมออกมาให้ผู้ใช้รายอื่น

            นอกจากนั้นในยุคของคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่เปิดให้ผู้ใช้อัพโหลดฝากข้อมูล หรืออาศัยการประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ที่ทำให้ผู้ใช้สะดวกต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดถ้ามีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็จะใช้ข้อมูลหรือการประมวลผลเหล่านั้นได้โดยสะดวก เช่น บริการของดรอปบ็อกซ์นั้น นักวิเคราะห์ระบบความปลอดภัยก็เชื่อว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแพร่กระจายของสแปมในอนาคตอันใกล้

             แต่ผู้ใช้เองก็ป้องกันได้ ด้วยการใช้วิจารณญาณในการใช้งานสื่อโซเชียลมีเดีย โดยควรมีความระมัดระวังไม่รับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมาอยู่ในวงเพื่อนใกล้ชิดในโลกออนไลน์ และคัดกรอง "เพื่อน" ให้ดีก่อนที่จะมาเสียใจเมื่อใบเรียกเก็บเงินจากบริษัทบัตรเครดิตมาถึงพร้อมตัวเลขที่สูงอย่างคาดไม่ถึง เพราะมีสแปมเมอร์ขโมยเลขบัญชีและรหัสบัตรไปใช้แทน