
โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 4
โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 4 ความมั่นคงของชาติ...อยู่ในมือเยาวชน : สัมภาษณ์พิเศษ : พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุกการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
"ผลก็คือ เมื่อเขาได้ร่วมกันดูหัวข้อ ก็ร่วมกันคิด ค้นคว้าหาข้อมูลกันจนตกผลึกร่วมกัน เราอยากเน้นตรงที่ว่า กลุ่มตกผลึกร่วมกัน ถ้าเขาทำงานกันได้ภายหลังตกผลึกแล้ว ก็คือเป็นผลที่ส่งผลกระทบต่อไปยังสังคม ส่วนผลจากการประกวดเราถือว่าปลายทาง"
การสร้างจิตสำนึกร่วมกันของคนในชาตินั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในยามที่ชาติตกอยู่ในภาวะความแตกแยก สิ่งที่ตามมาย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรง ก่อนหน้านี้ในเรื่องความมั่นคงของประเทศ มักจะหมายถึงหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงอย่างกองทัพ
พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุกการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) ระบุว่า ปัญหาด้านความมั่นคงนับจากนี้ไป ทุกฝ่ายล้วนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ในมุมมองของกระทรวงกลาโหม โดย สป.เล็งเห็นว่า การจะสร้างความมั่นคงของชาติไทยจะต้องสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนในชาติให้ได้ก่อน นั่นคือที่มาของ โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ซึ่งได้ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว กระทรวงกลาโหมเห็นว่า ปัญหาสังคมในปัจจุบันมีความขัดแย้งกันสูง จริงๆ เกิดจากอำนาจและผลประโยชน์ ที่มาจากกิเลสตัณหา
"ในฐานะหน่วยงานความมั่นคง พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม มีแนวคิดที่จะทำโครงการเพื่อปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชน และ พล.ต.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับนโยบายนี้มาปฏิบัติ จัดทำโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทยขึ้นมา"
ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สป. น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีกระแสพระราชดำรัสไว้ว่า "ขอให้พวกเราทำความเข้าใจในหน้าที่ของตัวเองให้กระจ่าง และปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ประมาทเลินเล่อโดยยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ" ซึ่งชัดเจนว่า ให้มองถึงประโยชน์ส่วนรวม ถ้าคนเรามองถึงประโยชน์ของประเทศชาติ สุดท้ายก็ต้องมาพบกัน แต่ถ้าไม่ ยังไงก็ไม่มีวันพบกัน ซึ่งปลัดกระทรวงกลาโหมมองว่า กลไกในการแก้ปัญหาคือ ต้องไปแก้ที่ประชาชน ก็เลยส่งเรื่องมาที่สำนักงานเลขานุการ โดย พล.ต.ชัยพฤกษ์ รับนโยบายนี้มาทำ เริ่มตั้งแต่ปี 2548 จากนั้นได้ให้นักร้องชื่อดัง "หรั่ง ร็อคเคสตร้า" มาร้องเพลง "รักเธอประเทศไทย" แต่ทำไปสักพักก็หยุด เพราะขาดงบประมาณ และมาเริ่มทำโครงการอีกครั้งเมื่อปี 2552
"หลักของโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย จะเน้นไปที่การมีส่วนร่วม ซึ่งได้วางเป้าหมายเอาไว้ที่เด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา เพราะมองว่า การจะเปลี่ยนแปลงอะไรจะเริ่มที่เด็ก เยาวชน คนเหล่านี้ต้องมีส่วนร่วม พวกเราเป็นผู้ใหญ่ ต้องฟังเด็กให้มากขึ้น ขณะที่ตัวเด็กเองก็ต้องการการยอมรับ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัย 10 กว่าๆ ถึง 20 กว่าๆ ช่วงนี้เขากำลังมีพลังอยากแสดงออก"
พ.อ.คงชีพกล่าวถึงที่มาที่ไปของแนวคิดนี้ว่า จากการศึกษาประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่จะนำแนวความคิดไปใส่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน อย่างบ้านเราที่ผ่านมา ช่วงที่ขบวนการนักศึกษาแข็งแกร่งก็อยู่ในวัยนี้ แม้กระทั่งความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็พบว่า กลุ่มที่ก่อเหตุความรุนแรงอยู่ในช่วงวัยนี้แทบทั้งสิ้น สำหรับโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทยนั้น ในแต่ละปีจะมีแนวคิดที่จะส่งผลไปถึงรูปแบบงาน
"ปี 2552 เป็นการประกวดวาดภาพในชื่อโครงการ ทำให้พ่อสุขใจ ทำให้ไทยมั่นคง ในปี 2553 เป็นการประกวดภาพถ่าย และหนังสั้น ในชื่อโครงการ จิตสำนึกรักเมืองไทย ปี 2554 สร้างสรรค์บทเพลง ภาพถ่าย และสปอตโทรทัศน์ ภายใต้โครงการ ร่วมกัน..เดินหน้าประเทศไทย พอมาปี 2555 เป็นโครงการชื่อ สำนึกดี..ร่วมกันเดินหน้าประเทศไทย ประกวดการสร้างสรรค์ผลงานบทเพลง ภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย และสปอตโทรทัศน์ เพื่อค้นหาและปลุกสำนึกที่ดีของคนไทย ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน"
พ.อ.คงชีพ กล่าวว่า เพื่อให้โครงการเข้าถึงเยาวชน จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในแต่ละภาค คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับภาคเอกชน โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กลุ่มธุรกิจบันเทิง และองค์กรสื่อมวลชน ซึ่งได้รับความร่วมมือดี มาร่วมกันเป็นกรรมการ แล้ว บางมหาวิทยาลัยยังนำชื่อโครงการไปประกอบการสอน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีกด้วย
เหตุผลที่ใช้การประกวดเป็นตัวเชื่อมไปสู่เยาวชน พ.อ.คงชีพ กล่าวว่า เยาวชนที่อยู่ในสถาบันการศึกษามีความรู้ความเข้าใจ และมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรี หรือสมาร์ทโฟน ก็ง่ายที่จะเข้าถึง ผลก็คือ เมื่อเขาได้ร่วมกันดูหัวข้อก็ร่วมกันคิด ค้นคว้าหาข้อมูลกันจนตกผลึกร่วมกัน อยากเน้นตรงที่ว่า กลุ่มตกผลึกร่วมกัน ถ้าเขาทำงานกันได้ภายหลังตกผลึกแล้ว ก็คือเป็นผลที่ส่งผลกระทบต่อไปยังสังคม ส่วนผลจากการประกวด เราถือว่าปลายทาง
เยาวชนที่สนใจ โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 4 เข้าไปดูได้ที่ www.thaikiddee.com ผู้ที่ได้รับชัยชนะจากโครงการนี้ จะได้รับรางวัลมูลค่ารวม 5 แสนบาท
...................................
(โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 4 ความมั่นคงของชาติ...อยู่ในมือเยาวชน : สัมภาษณ์พิเศษ : พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุกการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม)



