ไลฟ์สไตล์

หลักสูตรช่วยเหลือชุมชน สร้างนร.อาชีวะ

หลักสูตรช่วยเหลือชุมชน สร้างนร.อาชีวะ

18 ส.ค. 2555

หลักสูตรช่วยเหลือชุมชน สร้างนร.อาชีวะจิตอาสา : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

              ระยะทางกว่า 80 กว่ากิโลเมตรจากตัวเมืองน่าน เส้นทางสู่โรงเรียนบรรณโศภิษฐ์ บ้านห้วยมอย ต.ชนแดน อ.สองแคว จ.น่าน แลดูระยะทางไม่ไกลมากนัก ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงที่หมาย ทว่าเมื่อครั้งที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ไป ต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เนื่องจากถนนคดเคี้ยว ลาดชัน ฝั่งซ้ายเป็นหุบเขาลาดชัน ฝั่งขวาเป็นภูเขาสูง สองฝั่งถูกแทนที่ต้นไม้ด้วยป่าข้าวโพด กว่าจะถึงที่หมายทำเอาเกิดอาการปวดหัว หน้าซีด แต่อาการทั้งหมดนี้ใช่จะเกิดกับ นักเรียนวิทยาลัยการอาชีพปัว จ.น่าน ที่เดินทางขึ้นไปเพื่อทำภารกิจจิตอาสาสร้างเรือนนอนให้น้องๆ ผู้ด้อยโอกาสโรงเรียนบรรณโศภิษฐ์

              ธวัช ยะแสง หรือเจ ชั้น ปวส.1 สาขาวิชาก่อสร้าง วิทยาลัยการอาชีพปัว หนึ่งในสมาชิกจิตอาสา เล่าว่า การก่อสร้างครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองทีม ทีมละสิบคน มาช่วยกันทำเสาร์-อาทิตย์ ดีใจที่ได้มาทำงานครั้งนี้ ได้มีโอกาสได้ช่วยน้องๆ บ้านไกลได้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น อาจารย์บอกว่า อาคารที่สร้างนี้จะเป็นที่พักของน้องๆ นักเรียนที่อาศัยอยู่บนเขาที่จบ ป.6 แล้วอยากเรียนต่อ โดยจะใช้เป็นอาคารพักของนักเรียนบ้านไกล ชั้น ม.1-ม.3 และรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้น้องๆ

             นัทธพงศ์ ทานิน หรือเลน ชั้น ปวส.2 สาขาวิชาก่อสร้าง วิทยาลัยการอาชีพปัว บอกว่า การมาทำงานจิตอาสาทำให้เป็นคนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ที่สำคัญได้ใช้ทุกวิชาที่เรียนมา นำมาใช้ในการนี้ได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นการฉาบ ก่อผนัง เทพื้น เป็นการฝึกทักษะจากการลงมือทำจริง ฝึกความอดทนด้วย เพราะการเดินทางมาทำงานที่นี่ค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะหน้าฝน

             วีระศักดิ์ วาลี หรือแบงค์ ชั้นปวส.1 รุ่นน้องของเลน กล่าวถึงแนวความคิดในการก่อสร้างว่า อาคารนี้สร้างขึ้นตามโครงการ โรงเรียนสีเขียวของปูนอินทรี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผนังชั้นบนใช้ไม้คอนวูดกั้นฝา แยกห้องชายหญิง ส่วนผนังห้องน้ำด้านล่าง เป็นผนังกั้นที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมา จึงใช้ เฟอร์โรซีเมนต์ โดยมีตาข่ายลวดอยู่ด้านในฉาบด้วยปูนอีกที ซึ่งทำให้ใช้ปูนน้อยลง ไม่ต้องก่อผนังด้วยอิฐ

              จีระพงษ์ แสงวณิช ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพปัว กล่าวว่า ทุกวันเสาร์-อาทิตย์วิทยาลัยจะนำเด็กนักเรียนขึ้นมาสร้างอาคารเรือนนอนให้น้องๆ ที่บ้านอยู่ไกลอยากเรียนต่อ แต่ทางโรงเรียนไม่มีที่พักอาศัย โดยนักเรียนที่ขึ้นมาจะเป็นนักเรียนชั้นปวช.3 และปวส.1 และ 2 ในรายวิชางานก่อสร้างอาคาร และวิชาการติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร ทั้ง 2 วิชาเรียนสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง แต่ถ้าคิดจริงๆ แล้วนักเรียนจะเรียนเกิน 6 ชั่วโมง เพราะทำงานทั้งวันเสาร์-อาทิตย์ วันละหลายชั่วโมง ถึงวันนี้อาคารก็สมบูรณ์แล้วประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ทว่าสิ่งที่เด็กได้มากกว่าชั่วโมงเรียนครบคือ ประสบการณ์การทำงานเหมือนจริง

             "วิทยาลัยบรรจุให้เป็นหลักสูตรเลยว่า เด็กๆ ต้องออกชุมชนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน โดยทางวิทยาลัยจะคิดเวลาเรียนให้เหมือนเรียนที่ห้องเรียน แต่จะเน้นการปฏิบัติมากกว่า และถ้าให้เราไปแข่งขันวิชาการกับมหาวิทยาลัยคงไม่สู้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการปฏิบัติเราไม่แพ้ใคร" ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพปัว อธิบาย

             เรืออากาศโท คันธนิธิ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานด้านธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับการศึกษาไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน ยังมีกลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาอยู่จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กที่อยู่พื้นที่ชายขอบ มีเพียงอาคารเล็กๆ ไว้เป็นชายคาเรียน มีครูตำรวจตระเวนชายแดนสอน เด็กบางคนไร้สัญชาติ บ้างฐานะยากจน ครูบางคนต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาซื้อข้าวให้เด็กๆ รับประทาน แตกต่างจากครูในเขตเมืองเจริญ บางคนกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อโทรศัพท์ โน้ตบุ๊ก ฯลฯ

              "การสร้างอาคารครั้งนี้ นอกจากเด็กๆ บ้านไกลจะได้ประโยชน์แล้ว คนที่ได้ประโยชน์คือน้องๆ นักเรียนวิทยาลัยการอาชีพปัวในการสร้างประสบการณ์ให้ตัวเอง เพราะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งกับพวกเราเสมอว่า ทรงห่วงเด็กๆ ที่อยู่ตามชายขอบว่าจะไม่มีอาชีพและทักษะไว้ช่วยเหลือตนเอง จึงมีรับสั่งให้ปูนซีเมนต์สร้างและฝึกอาชีพให้เด็กๆ เหล่านี้ด้วย วันนี้ (2 ส.ค.2555) จึงได้มอบเครื่องอัดบล็อก และประสานความร่วมมือกับโรงเรียนหาปราชญ์ชาวบ้านที่เก่งด้านการทำอาชีพต่างๆ มาช่วยสอน เช่น การทำไม้กวาด การทำม้านั่ง เพื่อท้ายที่สุดแล้วจะได้มีอาชีพไว้เลี้ยงตัวเองในอนาคต" เรืออากาศโท คันธนิธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

.....................................

(หลักสูตรช่วยเหลือชุมชน สร้างนร.อาชีวะจิตอาสา : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ )