ไลฟ์สไตล์

มุ่งทำความดีเพื่อบูชา'แม่'

มุ่งทำความดีเพื่อบูชา'แม่'

18 ส.ค. 2555

มุ่งทำความดีเพื่อบูชา'แม่' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

          ยังเป็นควันหลงอบอวลด้วยบรรยากาศ “วันแม่” กันอยู่นะครับ เพราะเพิ่งผ่านหมาดๆ ไปเพียงแค่สัปดาห์เดียว สำหรับผมแล้วก็ได้มีโอกาสเดินทางไปกราบ “แม่” ที่บ้านต่างจังหวัดเป็นประเพณีเหมือนดั่งเช่นที่เคยทำทุกปี ต่างกันเพียงแค่ในปีนี้ “แม่” ได้ “ละสังขาร” ไปอยู่ใน “ทิพย์พิมาน” อีก “มิติ” ที่ไกลโพ้น ทำให้ไม่ได้กอด “แม่” กราบแทบเท้า “แม่” เช่นเคย พอเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ได้ถวายสังฆทานทำบุญกรวดน้ำเสร็จก็ได้จุดธูปบอก “แม่” ว่าอย่าเพิ่งไปไหนไกล   อีกไม่ช้าก็เร็วลูกจะตามไปกราบและกอด “แม่”  ให้หายคิดถึงไม่ว่า “แม่” จะอยู่ที่ไหน   
 
          แท้จริงแล้ว “วันแม่”  ไม่ควรจะมีแค่วันที่ 12 สิงหาคม ควรจะมีทุกวัน และสำหรับผมแล้ววันที่น่าจะเป็น “วันแม่” อย่างจริงแท้คือ “วันเกิด” ของบรรดาหมู่เฮาชาว “คนรักบ้าน” นั่นแหละครับ  สำหรับเหตุผลที่ทำให้ผมคิดว่า “วันเกิด”  คือ  “วันแม่ที่แท้จริง” เพราะ “วันเกิด” เป็นวันที่ “แม่” เจ็บปวดที่สุดทนทุกข์ทรมานอย่างที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นวันที่ “แม่” มีความสุขที่สุดที่เห็นลูกคลอดออกมาอย่างปลอดภัยไม่ว่าลูกจะมีอาการครบ 32   ประการหรือไม่ “แม่” ก็รักลูก  อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ครับ
 
          สำหรับผมแล้ว “แม่” เป็นทุกอย่างในชีวิตผมครับ คงไม่ผิดที่ผมจะบอกว่า  “แม่” เป็นครูคนแรกที่สอนผมมาตั้งแต่ยังเป็นวุ้นอยู่ในครรภ์   “แม่” ก็ได้เริ่มสอนในเรื่องของอารมณ์โดยการประคบประหงม  จนกระทั่งลืมตาออกมามองโลก เมื่อลูกคลอดออกมาก็เป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์มากครับ เพราะประโยคแรกที่ลูกสามารถพูดได้คือคำว่า “แม่”  ที่เด็กทุกชาติ ทุกภาษาล้วนเปล่งคำว่า “แม่”  ออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันเป็นเสียงเดียวกันและคล้ายคลึงกัน ดังนั้น คงไม่ผิดที่ผมจะบอกว่า  “แม่” เป็น “ครู” คนแรกและเป็น “ครู” คนสุดท้ายที่พร่ำสอนให้รู้ถึง “ความถูก ความผิด”  สอนให้รู้จัก “บาปบุญ คุณโทษ”  “แม่”  พร่ำสอน “ลูก” อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย  ตั้งแต่  “ลูก” ตื่นนอนจนเข้านอน   “แม่” ได้สอนให้ผมรับรู้ว่าชีวิตที่เติบโตขึ้นภายใต้ความรักความเอาใจใส่ของ “แม่” เป็นชีวิตที่แสนมหัศจรรย์เป็นที่สุด  
 
          ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จวบจนวันที่คลอดออกมา “แม่”  ได้เฝ้าเอาใจใส่ดูแลประคบประหงมการเติบโตของผมอย่างช้าๆ ในสายตาของ “แม่” ไม่ว่าลูกจะมีอายุมากเท่าใด ก็ยังคงเป็นเด็กในสายตา “แม่” เสมอ  ดังนั้น “แม่” เป็นเสมือน “พระอรหันต์” ประจำบ้าน  ปกป้องลูกให้ห่างไกลจากกิเลสจึงเป็นเสมือน “เนื้อนาบุญอันประเสริฐ” ที่ “ลูก” สามารถกราบได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  คนโบราณเชื่อกันว่าความอัปมงคลจะเกิดขึ้นในบ้านหากบรรดาลูกๆ  ไม่กราบ “แม่” ผู้เป็น “พระอรหันต์” ประจำบ้านองค์นี้ 
 
          ภาพหนึ่งที่ประทับอยู่ในใจผม คือ ภาพ “พระเจ้าอยู่หัว”ทรงก้มลงกราบ “สมเด็จย่าฯ”  ซึ่งเป็น “แม่” ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า  “สมเด็จย่าฯ” เป็นสามัญชนคนธรรมดา สำหรับ “ลูก” ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ว่า “แม่” จะเป็นใครฐานะสูงส่ง ต้อยต่ำขนาดไหนเมื่อ “แม่” เป็นผู้ให้กำเนิดชีวิต ทั้งยังเป็นแบบอย่าง  ก็สมควรที่จะได้รับการยกย่อง บูชา กราบไหว้ จากลูก นอกจากเป็นเสมือน  “พระอรหันต์” ประจำบ้านแล้ว  “แม่”  เป็นเสมือน “พระพรหม” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก  ความเมตตาอันบริสุทธิ์  ในขณะเดียวกัน “แม่” ก็เปรียบเสมือน “แม่พิมพ์” ที่เป็น “ต้นแบบ” ที่อบรม บ่มเพาะให้ลูกเป็นคนดีมี “จริยธรรม” ในการดำเนินชีวิต  
 
          ผลจากการที่ผมได้ไปกราบ “แม่”  เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้ผมเกิดกำลังใจ ที่จะ ทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” ให้ความรู้เกี่ยวกับ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” แก่บรรดาผู้คนหมู่มาก เพื่อให้ “แม่” เกิดความภาคภูมิใจและสมศักดิ์ศรีที่ได้เกิดเป็น “ลูก” ของ “แม่”  และผมเชื่อว่าคุณงามความดีและกุศลผลบุญที่ผมได้ทำน่าจะส่งไปถึง “แม่” บ้างไม่มากก็น้อย   “วันแม่”  ปีนี้จากที่ทั้งจิตใจร่างกายอ่อนล้าพอได้กลับบ้านไปกราบ “แม่” เหมือนได้กลับไป “ชาร์จแบตเตอร์รี่” เติม “พลังชีวิต” จนเต็ม  เพื่อที่จะได้ทำ  “หน้าที่ทางจริยธรรม” ให้ความรู้เกี่ยวกับ  “อาคารบ้านเรือน” แก่สาธารณะชนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ   เพราะในใจคิดอยู่เสมอว่าบุญเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นลูกของ  “แม่”  ดังนั้น ต้อง “มุ่งทำความดีเพื่อบูชาแม่” ครับ
.......................................
(หมายเหตุ มุ่งทำความดีเพื่อบูชา'แม่' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล )