
"ปวดไหล่" อันตรายที่อาจเรื้อรัง
"หัวไหล่" เป็นข้อที่มีการเคลื่อนไหวได้มากที่สุดของร่างกาย จึงมักใช้หัวไหล่ในกิจวัตรประจำวันต่างๆ เป็นอย่างมาก เช่น การแต่งกาย การทำความสะอาดร่างกาย การทำงาน รวมทั้งการเล่นกีฬา ซึ่งหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่หัวไหล่ จะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ด้วยความย
อาการปวดไหล่ที่พบได้บ่อย
- เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
- เป็นเรื้อรัง
อาการปวดหัวไหล่มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละโรค อาจปวดได้ในบางช่วงเวลา หรือปวดตลอดเวลา ปวดไหล่จากบางโรคจะมีอาการเป็นๆ หายๆ เกิดขึ้นแล้วก็หายไปได้เอง แต่บางโรคก็ไม่หาย มีอาการปวดเรื้อรัง เช่น ภาวะไหล่ติด ข้อเสื่อม ภาวะแคลเซียมเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่
อาการปวดไหล่เกิดได้หลายสาเหตุ แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่
1.อาการปวดหัวไหล่ที่เกิดจากความผิดปกติของข้อหัวไหล่เอง
2.ความผิดปกติที่เกิดจากอวัยวะข้างเคียงแต่มีอาการปวดร้าวมาที่หัวไหล่ เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือด วัณโรคปอด กระดูกต้นคอเสื่อม เป็นต้น
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder) เป็นอาการปวดไหล่ที่มีความสัมพันธ์กับการมีผลึกหินปูน หรือแคลเซียม สะสมภายในเอ็นบริเวณต่างๆ ซึ่งอาการปวดอาจเป็นแบบเฉียบพลันและรุนแรงมากจนทำให้ผู้ป่วยยกไหล่ไม่ขึ้นหรืออาจเป็นแบบชนิดเรื้อรังเกิดจากการสะสมผลึกของหินปูน (Calcium Hydroxyapatite) ภายในเส้นเอ็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักเกิดในเส้นเอ็นหัวไหล่ที่ชื่อว่า Supraspinatus บ่อยที่สุด
ข้อไหล่ติดแข็ง มักมีอาการ
1.เริ่มจากการเจ็บข้อไหล่อยู่เป็นระยะเวลานานหลายสัปดาห์หรืออาจเป็นเดือน
2.อาการปวดจะปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวบริเวณข้อไหล่
3.หลังจากนั้นอาการปวดจะลดลงจนเริ่มฟื้นตัว นั่นคือการเคลื่อนไหวขยับข้อไหล่จะทำได้ดีขึ้นจนผู้ที่เป็นโรคข้อไหล่ติดแข็งเข้าใจว่าอาการดีขึ้นแล้ว
4.หากสังเกตให้ดีจะพบว่าหลังจากที่อาการปวดดีขึ้นการเคลื่อนไหวของแขนและข้อไหล่จะทำได้ไม่เต็มที่ เคลื่อนไหวได้ไม่สุดหรือไม่ดีเหมือนเดิมนั่นเอง
ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคข้อไหล่ติดแข็ง
- คนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย
- คนที่ใช้งานหัวไหล่อย่างหนัก
- เคยผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบริเวณหัวไหล่
อาการข้อไหล่ติดแข็งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยคนที่เป็นโรคนี้จะรู้สึกปวดไหล่เมื่อมีการใช้งานหรือเคลื่อนไหวแขนและหัวไหล่
การรักษาโรคข้อไหล่ติดแข็ง
การรักษาแบ่งเป็นการรักษาโดยผ่าตัด และไม่ผ่าตัด
1.การรักษาโดยการไม่ผ่าตัด มักจะได้ผลดีในช่วงแรกที่มีอาการปวด และหัวไหล่ยังติดไม่มาก ประกอบด้วยการใช้ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด และการบริหารยืดข้อหัวไหล่
2.การรักษาโดยการผ่าตัด ในรายที่มีอาการมานาน หัวไหล่ติดมาก ขยับหัวไหล่ไม่ค่อยได้แล้ว มักจะจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ การผ่าตัดอาจทำได้โดย การดมยาสลบเพื่อดัดหัวไหล่ หรือผ่าตัดส่องกล้องเข้าไปตัดและยืดเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่
โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม
โทร.0-5392-0300



