
ปฏิรูปสื่อใหม่รสนาจี้ออกกม.คุมอิสรภาพในการสื่อสาร
มธ.สัมมนาปฏิรูปสื่อใหม่รสนาจี้ออกกฎหมายควบคุมอิสรภาพในการสื่อสาร ด้าน"นายกฯสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม"เชื่ออนาคตเคเบิ้ลทีวีรุ่งแน่
(21พ.ค.) ที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ได้มีการจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง“จะปฏิรูปสื่อใหม่อย่างไรกัน” โดยมีวิทยากร อาทิ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล อุปนายกสมาคมเคเบิ้ลแห่งประเทศไทย นายสุพจน์ ทรงสวัสดิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูพลัส จำกัด ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ นักวิชาการสื่อวิทยุและโทรทัศน์ นางรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และผศ.ชวนะ ภวกานันท์ รองคณะบดีฝ่ายวิจัย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อส่งสัญญาณต่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายวิชิต กล่าวว่า วันนี้ในประเทศไทยมีเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นและเคเบิ้ลระดับชาติ แต่จะกล่าวในเรื่องของเคเบิ้ลท้องถิ่น ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะเรามีเคเบิ้ลเถื่อน คำถามที่ว่าใครเป็นคนดูเคเบิ้ลทีวี เราจึงพยายามกระจายเคเบิ้ลให้กว้าง ณ วันนี้มีประชาชนถึงกว่า 67เปอร์เซ็นที่ต้องการติดเคเบิ้ลทีวี และเชื่อว่าคนทุกมีความต้องการดู แต่สายสัญญาณของเราไม่สามารถที่จะไปไกลพอ เราหวังว่าในอนาคตต้องการให้กทช.ออกกฎหมายให้เคเบิ้ลทีวีถูกกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนดูเพิ่มถึง 10 ล้าน ครัวเรือน
นายวิชิต กล่าวอีกว่า เรากำลังจะทำให้เคเบิ้ลทีวีเป็นสื่อสารมวลชนประเภทใหม่ สมาคมเคเบิ้ลทีวีจะปฏิรูปสื่อ เพราะกรุงเทพฯเป็นเพียงการสื่อสารที่พูดออกไปยังต่างจังหวัดเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเปลี่ยนกลับกัน คือให้ข้อมูลข่าวสารจากต่างจังหวัดกลับเข้ามาสู่กรุงเทพฯ ถามกลับว่า เราจะคุมสื่ออย่างไร เมื่อมีการส่งข่าวสด จะเซ็นเซอร์อย่างไร ตนยอมรับว่าได้ถูกเชิญเข้าไปคุยกับคนในรัฐบาลทุกรัฐบาลเพื่อขอความร่วมมือให้ตนใช้วิจารณญาณในการนำเสนอ เราถูกถามตลอดว่า สมาคมเป็นสีแดงหรือสีเหลือง ตนอยากบอกว่าเรามีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้อย่างครบทั่วและรอบขอบ
นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า คำว่า“สื่อใหม่” หากเราพูดถึงการปฏิรูปสื่อนั้น เราต้องมองถึงการรับสื่อ เช่นหนังสือพิมพ์ขณะนี้ถือว่าเป็นสื่อที่ช้าที่สุด และมือถือเป็นสื่อที่เร็วที่สุด เราจะเห็นว่าสื่อหนังสือพิมพ์ยังต้องปรับตัว เช่นให้มีการส่งสารข้อความ เอสเอ็มเอสและให้มีข่าวออนไลน์ วันนี้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลรับชมโทรทัศน์ กว่า 8.85 ล้านคน และการติดตั้งเคเบิ้ลและจานดาวเทียม (ทั่วประเทศ) จะเห็นว่าอัตราการเติบโตการรับชมทางเคเบิ้ลจะน้อยลง แต่จากดาวเทียมจะมีมากอย่างต่อเนื่อง แต่ในเขตเทศบาลอัตราการรับชมจากเคเบิ้ลจะสูงแต่จากดามเทียมจะมีน้อย ส่วนการรับชมฟรีทีวี กับการรับชมเคเบิ้ลทีวี จะเห็นว่าฟรีทีวีนั้นน้อยลงอย่างมาก และในอนาคตเคเบิ้ลทีวีนับวันจะยิ่งสูงมากขึ้น ตนมองว่าไม่สามารถควบคุมได้เรื่องนิวส์มีเดีย เพราะทุกกฎหมายที่ร่างมานั้นยังไม่สามารถใช้งานได้
นายสุพจน์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันการรับข้อมูลข่าวสารสามารถรับได้จากมือถือ เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าผลสำรวจ พบว่าประชาชนกว่า 60 เปอร์เซ็นต้องการให้โทรศัพท์นั้นสามารถรับสัญญาณทีวีได้ ทั้งนี้ระบบที่เราเรียกว่า มัลติมีเดียคอนเทนสตรีมมิ่ง คือภาพและเสียงที่สามารถเข้าสู่โทรศัพท์มือถือ จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ผลิตพยายามพัฒนาการรับรับส่งสัญญาณ ที่เร็วขึ้นที่มีความพัฒนาที่เราเรียกว่าระบบ “ 3จี ”
ดร.นิพนธ์ กล่าวว่า มีคำถามที่ว่าทำไมเราต้องดูข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ในปี 2527 ระบบ “อนาล็อค” จะหมดไป สื่อหนังสือพิมพ์ช้าก็จริงแต่ หากยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราไปหาแหล่งข่าว หากเราเป็นสื่อหนังสือพิมพ์แหล่งข่าวจะสามารถเปิดเผยข้อมูลกับเรามากกว่า แต่กลับกันเมื่อหากเราเป็นสื่อโทรทัศน์ เวลาเราตั้งกล้องแหล่งข่าวกลับไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล ตนอยากยกตัวอย่างกฎหมายสามารถวิ่งไล่ตามทันหรือไม่ หากเราถามว่าจะปฏิรูปสื่ออย่างไร ตนมองว่ารัฐธรรมนูญ(รธน.)ปฏิรูปไปไกลแล้วเพราะ รธน.ของเราไปเร็วเกินไป ตนเชื่อว่าสิ่งที่ต้องปฏิรูปคนคิดกฎหมาย
นางรสนา กล่าวว่า คนเราอยู่ในยุคของข้อมูลข่าวสาร ที่สื่อหลากหลายมาก ตนคิดว่าเราต้องคิดเรื่องว่าสื่อกระจายตัวมาก เหตุใดความขัดแย้งถึงมีขึ้นมากตามมาด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “คนสื่อ” เพราะสื่อที่ออกไปสู่สังคม มีความเท็จ และความจริง เพราะสามารถทำให้เกิดความรุนแรงได้มาก เนื้อหาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เราอยู่ในช่วงที่เรียกว่า “กลียุค” เมื่อกลียุค อยู่ในยุคที่การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งสื่อก้าวหน้ามากเท่าไหร่คนที่ทำสื่อก็ต้องก้าวหน้ามากเท่านั้น ทำอย่างไรที่สื่อจะสามารถส่งเสริมสังคม ดังนั้นเราต้องยอมรับว่าสื่อมวลชนมีการผูกขาด สื่อรายเล็กๆไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ส่วนคำว่า “สาร” คือ “สาระ” คนที่กุมสื่อขนาดใหญ่จะคิดบ้างหรือไม่ว่าสังคมจะสมานฉันท์หรือแตกร้าว เรื่องจริยธรรม ความสำนึกเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมไม่ปกติสุข
นางรสนา กล่าวอีกว่า สิ่งที่เรามองว่าการที่มีช่องมากนั้นเรามีมากเกินไปหรือไม่ ใครจะเป็นผู้คุ้มครองว่าสิ่งที่สื่อออกมานั้นจริงหรือไม่จริงเป็นคุณประโยชน์ต่อชีวิตของเราหรือไม่ การที่สื่อสารเข้าถึงผู้บริโภคเร็ว การที่จะเข้าไปตรวจสอบเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเวลาที่เราเห็นซ้ำเราจะเชื่อเองโดยไม่รู้ตัว หาก กสทช.ออกกฎหมายให้อิสรภาพในการสื่อสารโดยไม่ควบคุม เราต้องมาดูว่าอิสรภาพนั้นดีหรือไม่ เราต้องการสิ่งนั้นจริงหรือไม่ เราต้องมีการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารนั้นอะไรดีเราก็รับเข้ามา อะไรไม่ดีเราก็เอาออกไปว่าเนื้อหาแบบไหนที่เป็นการบ่มเพาะความเป็นมนุษย์ของเรา



