ไลฟ์สไตล์

ลาดกระบังฯอัพเกรดบัณฑิตรับอาเซียน

ลาดกระบังฯอัพเกรดบัณฑิตรับอาเซียน

15 ส.ค. 2555

ลาดกระบังฯ เตรียมอัพเกรดบัณฑิต รองรับอาเซียน ปรับหลักสูตรสอดรับมาตรฐานสากล ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนศ. ขณะที่ 'มรภ.สงขลา' เฮ! มติ ครม.อนุมัติ 110 ล.สร้างหอพักนศ.วิทยาเขตสตูล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 55  ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งอธิการบดี สจล. เป้าหมายที่สำคัญของ สจล.ที่ต้องก้าวไปให้ถึง คือ การพัฒนาให้สถาบันเป็นสถาบัน 1 ใน 3 ของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 10 ของสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าแห่งประชาคมอาเซียนในปี 2563 โดยจะเริ่มต้นในการพัฒนาสถาบันด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาใช้ เนื่องจากทางสถาบันมีคณาจารย์และบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการผลิตผลงานทางวิชาการ และผลงานวิจัยที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จำนวนมาก

          ดังนั้น อนาคตจะต้องมีการส่งเสริม ต่อยอดผลงานของอาจารย์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นที่พึ่งของสังคมได้ ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาบัณฑิตนั้น ได้มีการกำหนดแผนในการพัฒนาบัณฑิต ไว้ทั้งหมด 3 แนวทาง คือ 1. สร้างความคุ้นเคยในการใช้ภาษา สภาพแวดล้อมความเป็นนานาชาติให้แก่นักศึกษาไทย โดยทางสถาบันได้มอบหมายให้ทางคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ ไปโรดโชว์ในประเทศต่างๆ เพื่อเผยแพร่การเรียนการสอน หลักสูตร ทุนการศึกษา แนะนำให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนที่ สจล. โดยตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนักศึกษาต่างชาติ 50% จากเดิมที่มีนักศึกษาต่างชาติเรียนที่วิทยาลัยนานาชาติเพียง 10% ทั้งนี้ในการเรียนการสอนภาษา ปัจจุบันวิทยาลัยนานาชาติ ได้เปิดสอนภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และภาษาจีน ซึ่งในอนาคตจะมีการเปิดสอนภาษาของฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม รวมถึงภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้

          อธิการบดี สจล.กล่าวต่อว่า 2. จัดทำหลักสูตร ให้สอดคล้องกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพิ่มเติมการเรียนการสอนวิชาพิเศษในหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับนานาชาติ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของในประเทศและต่างประเทศ จัดทำหลักสูตรนานาชาติอย่างจริงจังโดยเริ่มใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนในวิชาพื้นฐาน เพื่อให้นักศึกษาได้ซึมซับกับภาษาอังกฤษและสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ รวมถึงจัดทำหลักสูตร พื้นฐานทางวิชาการและหลักสูตรเทคโนโลยี เพื่อวิชาชีพให้แก่นักศึกษาทุกระดับชั้น และ 3. การทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย  นักศึกษา และบุคลากรร่วมกัน รวมถึงอาจจะมีการทำปริญญา 2 ใบร่วมกัน ซึ่งตอนนี้ทาง สจล.มีการทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ ประมาณ 100 กว่าแห่ง

          "ตอนนี้การเรียนการสอน ส่วนใหญ่จะยึดตามมาตรฐานภายในประเทศ ซึ่งหากเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเรียนการสอนที่ยึดตามหลักมาตรฐานภายในประเทศนั้นไม่เพียงพอต้องยึดตามมาตรฐานระดับนานาชาติ สถาบันการศึกษาถึงจะสามารถผลิตบัณฑิตแข่งขันในระดับนานาชาติได้ นอกจากนั้น สภาวิชาชีพทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะสภาวิศวกร คุรุสภา ฯลฯ จะต้องมีการปรับกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ เพื่อเอื้อให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถพัฒนาหลักสูตร ให้สอดคล้องกับความต้องการทั้งในและต่างประเทศ เพราะปัจจุบันกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ของสภาวิชาชีพ ยังบังคับว่าต้องเรียนตามลำดับขั้นตอนและวิชา ไม่สามารถข้ามขั้นตอนได้ ทำให้การปรับหลักสูตรมีปัญหา ติดขัด ไม่สามารถทำได้ทันที ซึ่งหากทางสภาวิชาชีพยังไม่มีการปรับเปลี่ยนจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และเมื่อบัณฑิตจบออกไปก็ไม่สามารถทำงานในประเทศอาเซียนได้"

 

'มรภ.สงขลา' เฮ! มติ ครม.อนุมัติ 110 ล.สร้างหอพักนศ.วิทยาเขตสตูล

 

          ดร.แสนศักดิ์ ศิริพานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 3/2555 (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ให้มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา เพิ่มเติม สำหรับก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษา พร้อมครุภัณฑ์ประจำอาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา วิทยาเขตสตูล จำนวน 1 หลัง งบประมาณ 110 ล้านบาท

          ดร.แสนศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล เปิดการเรียนการสอนในสาขาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีนักศึกษาทั้งในพื้นที่จังหวัดสตูล และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 97 คน ซึ่งการเดินทางไปกลับของนักศึกษามีความเสี่ยง ไม่ปลอดภัย จึงมีความจำเป็นต้องก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษา พร้อมครุภัณฑ์ประจำอาคาร จำนวน 1 หลัง งบประมาณ 110 ล้านบาท 

          ด้วยเหตุนี้ จึงได้เสนอทาง กพต. เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงศึกษาธิการ แปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 สำหรับก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษาดังกล่าว ในการนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดโครงการดังกล่าวไว้ในแผนแล้ว เนื่องจากนักศึกษาที่ไปเรียนที่วิทยาเขตสตูลไม่มีที่พัก จึงต้องสร้างหอพักเพื่อรองรับนักศึกษาดังกล่าว