
กมธ.สภาถกร่างกม.กสทช.เปิดโอกาสภาคประชาสังคมเป็นกก.
กมธ. สภา ถกร่างกฎหมาย กสทช.เปิดโอกาสภาคประชาสังคมมีสิทธิ์เป็นกก. ดักเจ้าของกิจการสื่อ-โทรคมนาคมต้องพ้นผู้บริหาร 1 ปีก่อนสมัคร ป้องผลประโยชน์ทับซ้อน
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย และน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และ กำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แถลงภายหลังกาประชุมว่า คณะกรรมาธิการฯได้มีข้อสรุปให้มีจำนวนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 11 คน จากเดิม 10 คนโดยกรรมาธิการฯเสียงข้างมากได้เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม
เช่น ผู้ที่มีผลงาน ความรู้ ความเชียวชาญหรือประสบการณ์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ด้านการศึกษา ด้านวัฒนธรรม เข้ามารับการสรรหาด้วย พร้อมกำหนดคุณสมบัติ โดยลดอายุกรรมการกสทช.จากเดิมอายุไม่ต่ำว่า 35-70 ปี เป็นไม่ต่ำว่า 30-65 ปี เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกรรมการ
นายบุญยอด กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าว ทางกรรมาธิการฯ ได้กำหนดคุณสมบัติเพิ่มว่า กรรมการกสทช.จะต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา หรือพนักงานของนิติบุคคล หรือเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลใดที่ประกอบกิจการ กสทช. ในระยะเวลา 1 ปี ก่อนได้รับการเสนอชื่อ
สำหรับหน่วยงานที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ในการจดทะเบียน และประกาศรายชื่อองค์กร ที่ได้รับการเสนอชื่อ จากเดิมที่กำหนดให้สำนักงานกสทช. เป็นผู้ดำเนินการนั้น ให้เป็นสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแทน
ทั้งนี้ กรรมาธิการเห็นว่า การให้สำนักงานกสทช. ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคัดเลือก กสทช.ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตัวเองคงไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯจะเร่งพิจารณาร่างพรบ.ดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นเพื่อเสนอเข้าสู่สภาให้ทันสมัยหน้า



