
"หัวอกแม่"
ลูกสาวดิฉันขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่อ.เมือง จ.ระยอง เกิดเหตุในคืนวันเสาร์ที่ 31 มิถุนายน 2555 และมีผู้นำลูกสาวดิฉันส่งโรงพยาบาลระยองในเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2555 ซึ่งต่อมาลูกสาวดิฉันได้เสียชีวิตในคืนวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม
ดิฉันติดใจสงสัยว่า ทำไมตำรวจ สภ.เมืองระยอง ไม่แจ้งญาติของผู้บาดเจ็บให้รับทราบ ทั้งที่มีเอกสารอยู่ใต้เบาะรถมอเตอร์ไซค์คันที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจอดอยู่ในโรงพัก ดิฉันสะเทือนใจมากตรงที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลลูกในขณะที่ลูกยังมีลมหายใจอยู่ขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล กอปรกับทางโรงพยาบาลก็ปล่อยให้ลูกสาวดิฉันเสียชิวิตแบบศพไร้ญาติ โดยไม่มีความพยายามที่จะติดต่อพ่อแม่หรือญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตเลย
จนกระทั่งดิฉันได้ติดตามหาลูกจนทราบเองว่า ลูกสาวที่หายตัวไปตั้งแต่คืนวันเสาร์เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลระยอง และจากการตรวจสอบการรักษาของทางโรงพยาบาลทำให้ทราบว่า ทางโรงพยาบาลไม่ได้ทำการรักษาใดๆ นอกจากเอกซเรย์ เพราะตอนที่ไปรับร่างของลูกสาว มีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเอกซเรย์เท่านั้น แต่ไม่มีค่ายาหรือค่ารักษาใดๆ เลย
การเสียชีวิตของลูกสาวดิฉันในครั้งนี้ หากดิฉันได้รับทราบจากทางตำรวจและโรงพยาบาลเร็วกว่านี้ ดิฉันคงมีโอกาสได้ทำหน้าที่ของแม่บ้าง
เสียใจเหลือเกิน ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกสาวในครั้งนี้ สงสารหลานต้องมากำพร้าแม่ เด็กๆ วัยกำลังน่ารัก 2 คน เฝ้าถามหาแม่ทุกวัน ดิฉันก็น้ำตาตื้นตอบหลานไปว่า "แม่ไปทำงานลูก"
แม่วันดี
ตอบ
พ.ต.ท.ณรงค์ คำม่วง พงส.(สบ 2) สภ.เมืองระยอง ชี้แจงว่า ผู้เสียชีวิตขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ตกข้างทางลงไปชนกับต้นไม้ใหญ่ในเกาะกลางถนน ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส สอบถามรถตู้ที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม บอกว่า ไม่พบคู่กรณี เห็นเพียงผู้ขับขี่ขับรถตกข้างทาง
กล้องวงจรปิดบนถนนสุขุมวิทไม่เห็นลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ เส้นจะออกมาบตาพุด ออกเมืองไปแล้ว เป็นรถตู้ฝั่งตรงข้ามจอดเสียซ่อมอยู่ เห็นตอนที่ลงข้างทางไปแล้ว
ตำรวจได้รับแจ้งจากอาสากู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลว่า มีผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนสุขุมวิทมุ่งหน้ามาบตาพุด ช่วงเวลาประมาณเกือบตี 3 ของวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2555 ขณะนั้นผู้เสียชีวิตยังมีลมหายใจอยู่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงเร่งกู้ชีพและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลระยอง
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่มูลนิธิบอกว่า ช่วงนั้นห่วงชีวิตคนมากกว่า กอปรกับในที่เกิดเหตุขณะนั้นมืดมาก มีหญ้าปกคลุม ไม่พบเอกสารส่วนตัวหรือมือถือของผู้ประสบเหตุ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของรถและผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นใคร
จนกระทั่งเช้าวันต่อมาไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบมือถือตกอยู่ในบริเวณนั้น แต่ก็ไม่ทันได้แจ้งญาติ ผู้ประสบอุบัติเหตุก็เสียชีวิตและญาติก็ได้ไปติดต่อที่โรงพยาบาลแล้ว
สารวัตรณรงค์ ยืนยันว่า ถ้าพบหลักฐานของผู้ประสบอุบัติเหตุตำรวจต้องแจ้งญาติให้เร็วที่สุด แต่กรณีนี้สุดวิสัยจริงๆ แม้แต่รถก็ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ตรวจสอบยาก ต้องให้เจ้าหน้าที่งัดและขูดเลขเครื่องไปตรวจสอบหาเจ้าของ...เอกสารติดตัวก็ไม่เจอ
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โรงพยาบาลระยอง ชี้แจงว่า ตอนที่ผู้ป่วยมาถึง ไม่มีหลักฐานใดๆ ติดตัวมาเลย ถ้ามีเอกสารก็ต้องแจ้งและติดตามญาติก่อน
เคสนี้ค่อนข้างหนัก แพทย์ศัลยกรรมประสาทรักษาอย่างเต็มที่เต็มกำลังแล้ว แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บทางสมองมีเลือดออกที่หูซ้าย มีแผลฉีกขาดหูขวา และปอดถูกกระแทก ทำให้มีเลือดคั่งและลมเข้าปอด แพทย์จึงทำท่อระบายของเสียออกมาจากปอด
กรณีมีเพียงค่าเอกซเรย์นั้น เนื่องจากได้ข้อมูลตรวจสอบชื่อและนามสกุลของผู้เสียชีวิต ทำให้ทราบว่า มีสิทธิรักษาทางประกันสังคม ภาย 72 ชั่วโมง ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการักษา แต่มีการสแกนสมองถึง 2 ครั้ง ตามสิทธิ์ประกันสังคมใช้ได้ครั้งเดียว จึงเรียกเก็บเฉพาะค่าเอกซเรย์ในครั้งที่ 2
ลุงแจ่ม



