ไลฟ์สไตล์

สามี(ตัวดี) เป็นห่วงลูก

สามี(ตัวดี) เป็นห่วงลูก

14 ส.ค. 2555

ดิฉันแต่งงานอยู่กินกับสามีมาได้ 5 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่สามีเป็นนักเที่ยว ไม่ยอมเลิกเที่ยวเสียที หลังแต่งงานอยู่กินกันแบบไม่ได้จดทะเบียนสมรส

 สามีก็ให้ดิฉันออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน โดยไม่ให้มีส่วนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำงานอยู่ด้วยเลย ก่อนแต่งงานกัน รู้ว่าสามีมีธุรกิจของตัวเอง แต่สามีไม่เคยให้ดิฉันมีส่วนรับรู้ด้วยเลยเรื่องรายรับรายจ่าย เพียงแต่ให้ดิฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูก แล้วสามีก็ให้เงินใช้ทุกเดือน
 ปีแรกไม่มีปัญหา พอปีที่สองเริ่มมีลูก สามีเริ่มเที่ยวกลางคืน และเที่ยวหนักขึ้น พอดิฉันทักท้วงก็ทะเลาะกัน พอดิฉันบอกว่า อยากขอไปทำงานที่บริษัทของสามีก็ไม่ยอมให้ไป ดิฉันเบื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่โดยที่สามีกลับบ้านเช้าเกือบทุกวัน ลูก 2 ขวบกว่าแล้ว แต่พ่อแทบจะไม่ได้ดูแลเลย เพราะหลังเลิกงานก็เที่ยวต่อแล้วกลับบ้านเกือบเช้าทุกวัน ทำให้ดิฉันทำใจไม่ได้ที่สามีเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เลยรู้สึกว่า เหมือนอยู่กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะคนที่ตัดสินใจอยู่กินด้วยก่อนหน้านั้น เป็นคนดี และน่ารักกว่านี้
 สุดท้ายแล้วอยากทราบว่า ถ้าดิฉันต้องเลิกกกับสามีจะเรียกร้องให้เขาส่งเสียค่าเลี้ยงดูดิฉันและลูกได้ไหม และถ้าสามีเป็นอะไรไปลูกมีสิทธิในทรัพย์สินของสามีหรือไม่ หรือถ้าสามีแต่งงานมีลูกใหม่ ลูกของดิฉันจะมีสิทธิหรือเปล่า
 อัมพร
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์  โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า กรณีของคุณไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามี ไม่มีผลในทางกฎหมาย ไม่ได้ถือว่าเป็นบุคคลเดียวกับสามี ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงดูให้ตัวเอง
 หากต้องเลิกกับสามี แต่สำหรับลูกถือว่าเป็นบุตรจริง มีสิทธิได้รับค่าเลี้ยงดูจากผู้เป็นพ่อ หากพ่อกับแม่แยกทางกัน ตอนนี้ลูกของคุณยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในฐานะแม่ คุณมีสิทธิเรียกร้องสิทธิของลูกได้ โดยให้สามีต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูก
 ในฐานะที่เป็นลูกของพ่อ ถ้าเกิดสามีของคุณเป็นอะไรไป ลูกของคุณย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินของสามีอยู่แล้ว และถ้าสามีแต่งงานใหม่ ลูกของคุณก็ยังคงมีสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ เพียงแต่ว่าทรัพย์สินที่มีนั้น อาจจะต้องแบ่งให้ลูกใหม่ที่เกิดขึ้นด้วย หรือถ้าสามีแต่งงานและจดทะเบียนกับผู้หญิงคนใหม่ ทรัพย์สินนั้นก็ต้องแบ่งในส่วนของสามีให้กับภรรยาคนใหม่ด้วย
 ลุงแจ่ม