
สาวไทยถูกจับ รับจ้างหิ้วโคเคน
คดีเกี่ยวกับยาเสพติดไม่เคยห่างหายไปจากสังคมไทย ที่ผ่านมามักจะมีเรื่องราวที่ทำให้สะเทือนใจ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกประเทศ
สถานเอกอัครราชทูตโอมานได้รายงานเกี่ยวกับหญิงไทยต้องโทษในคดีลักลอบขนยาเสพติด ประเภทโคเคน ร่วมกับชายสัญชาติบราซิล จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า หญิงไทยรายนี้เดินทางเข้ามาที่กรุงมัสกัตแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งให้การว่า เดินทางมากรุงมัสกัตครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ได้รับการว่าจ้างจากหญิงไทยคนหนึ่งให้มารับสิ่งของ โดยที่เธอเดินทางมายังกรุงมัสกัตในวันที่ 27 มิถุนายน 2555 จากนั้นจึงให้เธอเดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อไปรับของจากชายต่างชาติมีลักษณะผิวดำ ซึ่งเธอเองก็ไม่ทราบสัญชาติของเขา
เมื่อได้สิ่งของดังกล่าวแล้ว เธอจึงเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อนำมามอบให้ผู้ว่าจ้าง โดยเธอไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวนั้น คืออะไร ซึ่งเธอได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 35,000 บาท กับอีก 400 ดอลลาร์สหรัฐ
ต่อมาเธอได้รับการว่าจ้างจากหญิงคนเดิมให้ทำงานอีกครั้ง คือการส่งของเช่นเดิม โดยครั้งนี้เธอเดินทางมากรุงมัสกัตเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 โดยหญิงผู้ว่าจ้างสั่งให้เธอคอยปฏิบัติตามคำสั่ง และจะมีการติดต่อทางโทรศัพท์เป็นระยะๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงกรุงมัสกัตได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ต่อมาเธอได้รับโทรศัพท์ให้ไปพบชาวต่างชาติคนหนึ่ง ชายคนดังกล่าวได้มอบกระเป๋าใบใหญ่ให้เธอมาเก็บไว้ที่ห้องพัก
ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจโอมานได้พังประตูเข้าไปในห้องพัก แล้วควบคุมตัวเธอไว้ทันที ตรวจสอบภายในกระเป๋าเดินทางบรรจุโคเคนจำนวน 3 กิโลกรัม
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้การดำเนินคดีจะยังไม่เสร็จสิ้น และเกิดจากการไม่เจตนาก็ตามที แต่โทษทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ไม่ว่าที่ใดในโลก ล้วนมีบทลงโทษที่รุนแรง และเป็นการยากมากที่ทางราชการจะเข้าไปช่วยเหลือให้พ้นผิดได้
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ



