ไลฟ์สไตล์

โรคพิษสุนัขบ้า "ไม่ได้บ้าแค่สุนัข"

โรคพิษสุนัขบ้า "ไม่ได้บ้าแค่สุนัข"

14 ส.ค. 2555

โรคพิษสุนัขบ้าหรือ "โรคกลัวน้ำ" เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ “เรบีส์” (Rabies virus) เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายของคนหรือสัตว์ก็ตาม เชื้อไวรัสนี้จะเข้าไปฝังตัวอยู่ในระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สมองและเยื่อหุ้มสมอง

 ทำให้เกิดอาการอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียชีวิตได้ และที่น่ากลัวที่สุดคือปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มียารักษา คนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์
การติดโรคและสัตว์อื่นที่เป็นพาหะ
 เชื้อไวรัสเรบีส์ปนอยู่ในน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ และติดต่อสู่คนผ่านทางบาดแผลหรือเนื้อเยื่ออ่อน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ การถูกสุนัขกัด คนที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าไม่จำเป็นต้องโดนกัดเสียจนเหวอะหวะ เพียงแค่ถูกสัตว์เลีย หรือข่วน หรือน้ำลายจากสัตว์ที่ติดเชื้อกระเด็นเข้าบาดแผล หรือเข้าตา จมูก ปาก ทวารหนัก หรือแม้แต่อวัยวะสืบพันธุ์ที่แม้จะไม่มีบาดแผลก็อาจทำให้ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน
วิธีสังเกตอาการของสัตว์ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า
 1.ประเภทดุร้าย เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด จะดุร้าย พยายามไล่กัดคนหรือสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง หากโดนกักขัง อาจกัดโซ่ กัดกรง อย่างเกรี้ยวกราดจนฟันหัก ลิ้นเป็นแผลและมีเลือดออก อาการดุร้ายจะเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน หลังจากนั้นจะค่อยๆ อ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และตายในที่สุด
 2.ประเภทเซื่องซึม สังเกตอาการได้ยากมากเนื่องจากมักไม่ไล่กัดผู้อื่นหากไม่ถูกรบกวน แต่จะเซื่องซึม ปากอ้าไม่ยอมหุบ ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกมานอกปาก อาจลุกนั่ง ยืน และเดินไปมาบ่อยๆ หรือกินของแปลกๆ เช่น ใบไม้ ก้อนหิน หรือกินปัสสาวะของตัวเอง เมื่อเห็นสัตว์เดินโซเซอยู่ตามท้องถนน ไม่ว่าจะมีท่าทางดุร้ายเกรี้ยวกราด หรือเซื่องซึม ก็ควรอยู่ให้ห่าง และเตือนคนรอบข้างให้ระวัง แล้วแจ้งหน่วยงานราชการหรือผู้เชี่ยวชาญให้มาจัดการทันที
 เมื่อถูกโดนกัด จำให้ขึ้นใจ ไม่ว่าแผลจะใหญ่หรือเล็กไม่ว่าจะมีเลือดออกหรือไม่ แค่รอยข่วน รอยช้ำเขียว หรือแค่ถูกเลียก็ตาม หากไม่แน่ใจว่าสัตว์ตัวนั้นฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้วหรือยัง ให้คิดไว้ก่อนเสมอว่าเป็นสัตว์ที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า 
 1.รีบล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด เพื่อล้างเลือดและน้ำลายของสัตว์ออกจากแผล
 2.จากนั้นฟอกแผลด้วยสบู่ 2-3 ครั้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
 3.เช็ดบริเวณรอบบริเวณรอบแผลด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาโพวิโดนไอโอดีน หรือทิงเจอร์ไอโอดีน แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนภายในวันนั้นทันที
 4.หากเป็นไปได้ ให้จับสัตว์ตัวนั้นขังกรง และเฝ้าสังเกตอาการของสัตว์อย่างน้อย10-15 วัน ระหว่างนั้น หากสัตว์ตัวนั้นตายให้นำซากมาตรวจพิสูจน์เชื้อ โดยควรส่งให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสำนักงานปศุสัตว์เขต ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ หรือติดต่อสอบถามฝ่ายควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน กองควบคุมโรคระบาด กรมปศุสัตว์ โทร.0-2653-447 ต่อ 4141, 4142, 4117
 5.หากเป็นสัตว์จรจัดหรือสัตว์ป่า ไม่จำเป็นต้องติดตามหาสัตว์นั้น แต่ผู้ถูกกัดควรรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที
หากปล่อยไว้ไม่ฉีดวัคซีน
 ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ ใน 2-3 วันแรก อาจมีอาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คันหรือปวดแสบปวดร้อนบริเวณแผลที่ถูกกัด ทั้งๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว จากนั้นจะค่อยๆ มีอาการทางระบบประสาท เช่น ตื่นเต้นง่าย กระสับกระส่าย กลัวแสง กลัวลม กลัวเสียงดัง กลืนน้ำลำบากและเจ็บมากเวลากลืนเนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนเกิดอาการเกร็งตัว มักบ้วนน้ำทิ้ง เป็นที่มาของคำว่า “โรคกลัวน้ำ” ผู้ป่วยจะน้ำลายไหลมาก ต้องบ้วนทิ้ง อาละวาด เอะอะ และจะค่อยๆ เซื่องซึมลง ชัก เป็นอัมพาต ความดันโลหิตต่ำลง ช็อกและเสียชีวิตภายใน 5-13 วันหลังจากที่รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
เชื้อโรคพิษสุนัขบ้า เมื่ออยู่นอกร่างกายจะตายได้ง่ายมาก ตัวอย่างเช่น
 - หากถูกแสงแดด หรือแสงยูวี (UV) เชื้อนี้จะตายภายใน 1 ชั่วโมง
 - หากต้มในน้ำเดือด เชื้อจะตายภายใน 5-10 นาที
 - หากทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ทิงเจอร์ไอโอดีน โพวีโดนไอโอดีน สบู่ ผงซักฟอก หรือฟอร์มาลีน เชื้อจะตายภายในเวลารวดเร็ว
  อย่าลืม เมื่อสัมผัสน้ำลายสัตว์หรือโดนสัตว์กัด ต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง และรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน
 โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719