ไลฟ์สไตล์

กยศ.ฟ้องชำระหนี้

กยศ.ฟ้องชำระหนี้

14 ส.ค. 2555

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนและนักศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์กู้ยืมเงินในการศึกษาเล่าเรียน แต่ได้ผิดนัดชำระหนี้ จึงถูกกองทุนฟ้องคดีตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีนี้

 จากการคิดยอดหนี้และค่าปรับที่บรรยายในคำฟ้อง และคำขอท้ายฟ้อง กองทุนได้คิดยอดหนี้ผิดพลาดมาโดยตลอด
 บัดนี้ดิฉันและกลุ่มเพื่อนซึ่งศึกษาอยู่ที่เนติบัณฑิต เคยถูกกองทุนฟ้องร้องคดีเมื่อหลายปีก่อน ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง และค้นคว้าจากคำฟ้องเดิมๆ ของกองทุน จากตำรับตำรา จากคำพิพากษาฎีกา ตลอดจนได้ปรึกษาหารือทนายรุ่นพี่ และระดับครูบาอาจารย์หลายท่าน
 ให้ความเห็นว่า กองทุนได้คำนวณยอดหนี้ผิดพลาดเกินกว่าที่บทบัญญัติกฎหมายได้ให้อำนาจไว้ จากการคิดยอดหนี้ที่เป็นค่าปรับสูงกว่าที่ควรจะเป็นราว 85.5% หากครบ 10 ปี ส่วนที่เกินจะสูงเกือบเท่าตัวจากยอดหนี้ที่กู้ยืม อีกทั้งได้ออกระเบียบว่าด้วยการชำระเงินคืนกองทุน ก็ขัดหรือแย้งกับแม่บท จากการสืบค้นคำฟ้องของกองทุน กยศ.ตั้งแต่ปี 2547-2554 หรือแม้กระทั่งปี 2555 ก็เหมือนกัน
 อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้รับทราบข้อเท็จจริง รวมทั้งให้ผู้กู้ยืมได้ทราบข้อมูล เพื่อชี้แจงเรื่องการคำนวณดอกเบี้ยให้รับทราบด้วย
อังคณา
ตอบ
 นายราเชนทร์ คชนิล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกิจการเครือข่าย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์การชำระหนี้ กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี ถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้
 ผู้กู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด กรณีค้างชำระเกิน 12 เดือน
 สูตรการคำนวณเบี้ยปรับคือ จำนวนเงินงวดที่ต้องชำระ หมายถึงจำนวนเงินที่ต้องชำระในงวดที่ค้างชำระในแต่ละงวด คูณด้วยอัตราเบี้ยปรับ 12% และ 18% อัตราเบี้ยปรับ 12% คิดจากเงินต้นงวดที่ค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และ 18% คิดจากเงินต้นงวดที่ค้างชำระเกินกว่า 12 เดือน คูณด้วยจำนวนวัน และหารด้วย 365 วัน จำนวนเงินที่คำนวณออกมาจึงเป็นค่าเบี้ยปรับ
 ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกิจการเครือข่ายบอกว่า กยศ.ต้องคำนวณดอกเบี้ยตามหลักกฎหมายกำหนด ไม่สามารถคำนวณดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมหรือผิดหลักกฎหมายให้แก่นักศึกษาได้
ลุงแจ่ม