ไลฟ์สไตล์

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด

15 ส.ค. 2555

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย ... ดลมนัส กาเจ

               ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ถือเป็นฤดูกาลเพาะปลูก ทั้งพืชไร่ พืชนา พืชสวน และไม้ยืนต้น โดยเฉพาะยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพราะเป็นช่วงที่มีความอุดมสมบูรณ์ของน้ำจากธรรมชาติ หรือน้ำฝนที่ชาวบ้านมักจะพูดกันแบบสนุกปากว่า "เทวดาช่วยรดน้ำให้"  

 

               ที่ผ่านมาเคยเขียนเตือนมาบ่อยครั้งแล้วว่า ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกของทุกปีนั้น สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ "แก๊งมิจฉาชีพ" มีสารพัดรูปแบบครับ ที่ฉวยโอกาสหลอกลวงเกษตรกร ทั้งที่ขายปุ๋ยปลอมแบบหาบเร่ มีเกษตรกรถูกหลอกทุกปีครับ ซึ่งหลายหน่วยงานเคยเตือนเกษตรกรมาแล้ว 

               พฤติกรรมของพ่อค้าปุ๋ยปลอมหาบเร่ที่ว่านี้ จะใช้รถยนต์เป็นพาหนะเร่นำปุ๋ยออกตระเวนขายไปตามหมู่บ้านต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่เกษตรกรเข้าสู่ฤดูกาลทำนา มีทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ พวกนี้ใช้กลยุทธ์หลอกล่อชาวบ้านหลายรูปแบบ ทั้งลดราคา และมีของแถม 

               นอกจากนี้ยังมีอีกพวกหนึ่งที่หากินด้วยการหลอกชาวบ้านในช่วงหน้าฝน อย่างช่วงพี่น้องเกษตรกรชาวอีสานเห่อปลูกยางพารา ในช่วงที่ยางพาราราคาดี พวกนี้ไปปักหลักตามชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในภาคอีสาน แล้วทำโรงเรือนแบบลวกๆ ขายกล้ายางพาราด้อยคุณภาพในราคาที่ถูก ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "ยางธุดงค์" พวกนี้จะเคลื่อนย้ายไปอยู่แห่งละไม่กี่วันครับ เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ของรัฐไปตรวจสอบ

               ตอนนี้ราคายางพาราตกต่ำ ไม่ดึงดูดความสนใจเกษตรกรเท่าไรนัก พวกนี้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ คือเห็นเกษตรกรมีความตื่นตัวและสนใจที่จะปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น พวกนี้ก็ฉวยโอกาสนำกล้าปาล์มด้อยคุณภาพออกไปหลอกขายให้เกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

               พฤติกรรมพวกนี้ทำเป็นขบวนการครับ คือใช้รถยนต์บรรทุกต้นกล้าปาล์ม แบ่งสายตระเวนเร่ขายไปตามหมู่บ้านต่างๆ ขายในราคาแพงด้วย ขายต้นละ 120-400 บาท บางกลุ่มไปโรงเรือนเนิร์สเซอรี่กล้าปาล์มน้ำมันเคลื่อนที่ แบบเดียวกันกับ "ยางธุดงค์" นั่นแหละ ทั้งที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันกับกรมวิชาการเกษตรแต่อย่างใด และไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของพันธุ์ปาล์มน้ำมันเหล่านี้ด้วย

               กล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันพิสูจน์ยากครับ บางครั้งพวกนี้เอาเมล็ดใต้ต้นไปเพาะขาย เกษตรกรซื้อขึ้นมา และกว่าจะรู้ได้ว่าเป็นพันธุ์ด้อยคุณภาพต้องเวลาอย่างน้อย 3-4 ปี เจอปาล์มที่ด้อยคุณภาพให้ผลผลิตน้อยไม่ว่าครับ ที่ร้ายไปกว่านั้น ปลูกแล้วเป็นปาล์มผู้ เหมือนกับปาล์มน้ำมันที่นักการเมืองอวดรู้ที่ไปเอาเมล็ดจากมาเลเซียเพาะให้เกษตรกรปลูกในภาคใต้เมื่อ 20 ปี สุดท้ายกลายเป็นปาล์มผู้ ที่นำมาปลูกแถวใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ นั่นแหละ เกษตรกรต้องเสียเวลาขุดทิ้ง และต้องปลูกใหม่ ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี 

               เรื่องนี้กรมวิชาการเกษตรได้ออกมาเตือนแล้วครับ ล่าสุด ท่านจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ออกเตือนว่า เกษตรกรอย่าหลงเชื่อพ่อค้าที่เร่ขายต้นกล้าปาล์ม เพราะอาจได้รับต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ด้อยคุณภาพและไม่มีที่มาของแหล่งพันธุ์ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เมื่อนำไปปลูกจะได้ผลผลิตต่ำ หรืออาจไม่ได้ผลผลิตเลย ทำให้ไม่คุ้มค่าการลงทุนและยังเสียเวลาอีกด้วย

 

               ฉะนั้นต้องระวัง หากเกษตรกรสนใจปลูกปาล์มน้ำมันควรรวมกลุ่มกันและแจ้งหน่วยงานในสังกัดกรมวิชาการเกษตรใกล้บ้านท่านครับ !

 

 

--------------------

(กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย ... ดลมนัส  กาเจ)