ไลฟ์สไตล์

ทั่วแคว้นแดนใดใครฤายิ่งใหญ่เท่าพ่อแม่

ทั่วแคว้นแดนใดใครฤายิ่งใหญ่เท่าพ่อแม่

12 ส.ค. 2555

ท่องไปกับใจตน : ทั่วแคว้นแดนใด ใครฤายิ่งใหญ่เท่าพ่อแม่ : เรื่องและภาพ ... ธีรภาพ โลหิตกุล

          วันนี้เป็น “วันแม่” ของคนไทย สะท้อนถึงความกตัญญูกตเวทิตา ที่มีอยู่ในเลือดเนื้อและจิตวิญญาณชาวอาเซียน อย่างเพื่อนบ้านเราชาวเวียดนามก็มีประเพณีเก่าแก่ที่เรียกว่า “วูลาน” (Vulan) หรือวันแสดงออกซึ่งความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด (ทั้งพ่อและแม่) ซึ่งนอกจากชาวพุทธจะไปทำบุญที่วัดแล้ว งานนี้ยังมีประเพณีที่น่ารัก คือจะมีเด็กสาวในชุดประจำชาติอ๋าวหญ่ายมอบดอกกุหลาบให้ผู้มาร่วมงาน คนไหนที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ จะได้รับดอกไม้สีแดงแทนความหมายให้รีบทำความดีทดแทนบุญคุณบุพการีเสียก่อนที่ท่านจะจากเราไป ส่วนคนไหนที่บุพการีสิ้นอายุขัยแล้ว จะได้รับดอกไม้ขาวแทนความหมายให้ระลึกถึงพระคุณของท่าน ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ช่างเป็นประเพณีที่น่ารักและมีความหมายเหลือเกิน

 

          น่ายินดีที่ทราบว่าชาวไทยเชื้อสายเวียดนามที่รวมตัวกันในนาม “ชมรมวัฒนธรรมไทย - เวียดนาม” จะรื้อฟื้นงาน “วูลาน” ขึ้นอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่วัดอานัมนิกายาราม หรือวัดญวนบางโพ ตั้งแต่ 09.00 - 15.30 น. โดยจะรื้อฟื้นแบบให้ใกล้เคียงกับบรรยากาศงาน “วูลาน” ในอดีตให้มากที่สุด ทั้งชุดการแต่งกายของเด็กสาวผู้มอบดอกกุหลาบ การสวดมนต์และร้องเพลงสรรเสริญพระคุณบุพการี ไปจนถึงการทำอาหารเวียดนามตามธรรมเนียม “วูลาน” แต่เก่าก่อน โดยมีคำขวัญว่า “ทั่วแคว้นแดนใด ใครฤายิ่งใหญ่เท่าพ่อแม่”    

          ซึ่งงานนี้ ทางชมรมวัฒนธรรมไทย - เวียดนาม เปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ เพียงโทรแจ้งล่วงหน้า เพื่อการจัดเตรียมสถานที่รองรับ ที่คุณปิยะกุล 086-777-2445 หรือคุณจันทนา 089-449-7078 และไปร่วมงานด้วยชุดแต่งกายสุภาพ สำรวมเพื่อเคารพขนบประเพณีอันดีงาม 

          เป็นที่ทราบกันดีว่าพระคุณบิดรมารดา ยังนำพาชาวเวียดนามสู่ความรักชาติ รักบ้านเกิดเมืองนอนอย่างยิ่งใหญ่ ดังภาษิตที่ว่า...คนเราทุกคนมีบ้านเกิดเมืองนอนเพียงแห่งเดียว เหมือนมีแม่ผู้ให้กำเนิดเพียงคนเดียว ใครที่ไม่รักแม่ ไม่รักบ้านเกิดเมืองนอนก็ยากจะมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าไปได้ และเมื่อรวมกับความเชื่อในลัทธิขงจื๊อแต่โบราณ ทำให้เกิดธรรมเนียมปฏิบัติในงานแต่งงานแบบดั้งเดิมของชาวเวียดนามที่เจ้าสาวต้องร้องไห้ หรืออย่างน้อยต้องหน้าบึ้งตึง เพื่อแสดงว่าเธอเศร้าโศกเสียใจเพียงใด ที่จะต้องจากพ่อแม่ไปมีเหย้ามีเรือน แม้ว่าในใจจะยินดีปรีดาก็ตาม

          นานมากแล้ว ที่ผมเคยเห็นเจ้าสาวตัวจริงมีสีหน้าบอกบุญไม่รับจริงๆ ในงานแต่งงานที่เมืองเว้ ราชธานีเดิมของเวียดนาม และยังได้ยินชาวเว้อุปมาอุปมัยคนที่เก็บอารมณ์ได้เก่ง ประมาณว่าสีหน้ากับจิตใจไม่ตรงกันว่า “ร้องไห้เหมือนเจ้าสาวจากแม่ หัวเราะเหมือนจอหงวนสอบตก” (อยากเป็นจอหงวน เวลาเสียใจต้องเก็บอาการ โดยเสแสร้งทำเป็นหัวเราะ) ถึงวันนี้ ไม่รู้ว่ายังมีเจ้าสาวร้องไห้ในงานแต่งงานที่เวียดนามให้เราเห็นอีกหรือไม่

          พูดถึงประเพณีเกี่ยวกับการบูชาบรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาของไทยเราที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีชุมชนไท-ยวน หรือไทยโยนกในหลายตำบล จัดงานที่ชื่อแปลก แต่น่ารักและมีสีสันสวยงามเหลือเกิน คือ เทศกาล “ค้างบูยา” หรือเทศกาลตกแต่งต้นกัลปพฤกษ์ ที่มีของกินของใช้ ห้อยแขวนประดับให้ดูสวยงาม เพื่ออุทิศกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับ โดยในสมัยโบราณ บุหรี่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกหลานต้องนำมาประดับที่ “ค้าง” หรือที่ต้นกัลปพฤกษ์ เพื่อให้บรรพชนบนสรวงสวรรค์มีบุหรี่หรือมียาไว้สูบ จึงเป็นที่มาของชื่อเทศกาลค้างบูยา แปลว่า “ค้างบุหรี่”

          เทศกาลนี้จะจัดกันตลอดช่วงฤดูเข้าพรรษา จากเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยวัดต่างๆ ในลับแลจะผลัดกันจัดขึ้นทุกวันพระ และหากถึงคิววัดไหนจัด ชาวบ้านในคุ้มวัดนั้นจะต้องทำขนมต้ม ขนมแหนบ ขนมเทียน ให้ลูกๆ ยกไปบรรณาการญาติพี่น้องในคุ้มวัดที่ยังไม่ถึงคิวจัดงาน เป็นกุศโลบายอันแยบยลให้รุ่นลูกได้รู้จักญาติพี่น้องไว้ เผื่อมีเหตุจำเป็นใดๆ จะได้พึ่งพาอาศัยกัน เทศกาลนี้จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลขนมพี่ขนมน้อง”  

          งานออกจะน่ารัก จึงอยากเชิญชวนให้คุณๆ ได้สัมผัส โดยสามารถเลือกวันที่จะไปเที่ยวชมได้ตามอัธยาศัยตลอดสามเดือน และอาจเลือกไปในวันพระที่ตรงวันเสาร์-อาทิตย์ เช่น ปีนี้วันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 ตรงกับวันเสาร์ที่ 1 กันยายน, วันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 ตรงวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน ส่วนในวันนั้นๆ มีวัดไหนจัดงาน สามารถสอบถามได้ที่ “ม่อนลับแล” โทร 055-431-439

          จะเห็นได้ว่ามีเทศกาลและงานประเพณีมากมายที่เป็น “วัฒนธรรมร่วม” ของชาวอาเซียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปค้นหาว่าใครเป็นเจ้าข้าวเจ้าของให้เปลืองสมอง และบาดหมางใจกันไปเปล่าๆ ในเมื่อแผนงานสร้าง “ประชาคมอาเซียน” ปี 2558 ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า ส่งเสริมให้ประชาชนอาเซียนเกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศาสนา ส่งเสริมให้เกิดสำนึกร่วมในความเป็นเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียน

          จึงอยากแจ้งข่าวให้ทราบโดยทั่วกันว่า เช้าตรู่วันพุธที่ 15 สิงหาคมที่จะถึงนี้ วัฒนธรรมแห่งศรัทธาในพุทธศาสนาร่วมกันของชาวไทยและพม่า จะสำแดงออกมาอย่างชัดเจนในพิธีตักบาตรพระ 198 รูป (พระไทย 99 รูป พระพม่า 99 รูป) บนสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ที่ข้ามลำน้ำเมยจากอำเภอแม่สอดของไทย ไปเมืองเมียวดีของพม่า อันเป็นกิจกรรมสำคัญที่สุดในงานฉลอง 15 ปีของการเปิดใช้สะพาน ในงานยังมีการแสดงสินค้า เวทีวัฒนธรรม มวยคาดเชือก ฯลฯ (รายละเอียดติดต่อ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตาก โทร 055-514-729) 

 

          สะท้อนให้เห็นว่าประวัติศาสตร์บาดแผลจากการรบกันในอดีตนั้นจบไปนานแล้ว แต่ “วัฒนธรรมร่วม” อันงดงามยังคงดำรงอยู่ อยู่ที่เราจะยังมัวคิดแค้นเคืองกัน หรือจะจับมือกันก้าวไปข้างหน้า สู่เป้าหมาย “ประชาคมอาเซียน” ร่วมกันต่างหาก

 

--------------------

คำอธิบายภาพ

 

001 เวียดนาม ต้นตำนาน “วูลาน” หรือวันแสดงออกซึ่งความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด

002  ร้องไห้เหมือนเจ้าสาวจากแม่

003 พิธีแต่งงานตามประเพณีโบราณของชาวเวียดนามที่เมืองเว้

004 มวนยาหรือมวนบุหรี่ ที่มาของชื่อเทศกาลค้างบูยา

005 เจ้าบ่าว - เจ้าสาวเวียดนามวันนี้

006 การประดับต้นกัลปพฤกษ์ ในเทศกาลค้างบูยาของชาวลับแล

007 สีสันในเทศกาลบูชาบรรพบุรุษของชาวลับแล

 

--------------------

(ท่องไปกับใจตน : ทั่วแคว้นแดนใด ใครฤายิ่งใหญ่เท่าพ่อแม่ : เรื่องและภาพ ... ธีรภาพ โลหิตกุล)